ข่าวเศรษฐกิจ

“ทรัมป์” ปลดฟ้าผ่า “เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน” กดดอลล์หนุนทอง

“ภาวะทางการเมืองภายในสหรัฐมีความไม่แน่นอนมากขึ้น หลังบุคคลสำคัญทางการเมืองของสหรัฐ ออกจากตำแหน่งถึง 2 คนภายในเดือนเดียวกัน เริ่มจากแกรี โคห์น หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับมาตรการเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมภายใต้ความต้องการของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ล่าสุดวานนี้ทรัมป์ได้ปลดนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สันทางอ้อม ผ่านการทวิตข้อความว่าไมค์ ปอมเปโอ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (CIA) จะมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่”

•เมื่อวานนี้ (13 มี.ค.2018) ปธน.ทรัมป์ของสหรัฐ ประกาศผ่านทางทวิตเตอร์ โดยมีข้อความระบุว่า “คุณไมค์ ปอมเปโอ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (CIA) จะเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ ซึ่งเขาจะทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ผมขอขอบคุณคุณเร็กซ์ ทิลเลอร์สันสำหรับการทำงานของเขา และคุณจีน่า แฮสเปล จะมาเป็นผู้อำนวยการ CIA คนใหม่ ซึ่งจะเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้ถูกเลือกให้รับตำแหน่งดังกล่าว ผมขอแสดงความยินดีกับทุกคน”

•ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ว่า นายทิลเลอร์สันไม่ได้ทราบข่าวล่วงหน้าเกี่ยวกับการที่เขาจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง หลังจากก่อนหน้านี้ทรัมป์และทิลเลอร์สันมีความขัดแย้งกันในเรื่องนโยบายต่างประเทศเป็นอย่างมาก

•โดยที่ผ่านมา มีผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลทรัมป์ลาออกแล้วหลายคน เช่น ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ พลโท ไมเคิล ฟลินน์ รัฐมนตรีสาธารณสุข ทอม ไพรส์ โฆษกรัฐบาล ฌอน สไปเซอร์ และผู้อำนวยการฝ่ายการติดต่อสื่อสารของทำเนียบขาว โฮป ฮิกส์ เป็นต้น

•ด้านนักวิเคราะห์ กล่าวว่า การปลดนายทิลเลอร์สันออกจากตำแหน่งทำให้ตลาดวิตกกังวลว่า คณะทำงานของปธน.ทรัมป์อาจเดินหน้าใช้นโยบายกีดกันการค้าต่อไป และจะทำให้สหรัฐมีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นในการเจรจาประเด็นภาษีนำเข้ากับบรรดาประเทศคู่ค้า

•สำหรับผลกระทบต่อตลาดทองคำนั้น ภายหลังทรัมป์ทวิตข้อความและข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่เป็นวงกว้าง ส่งผลให้เกิดแรงเทขายดอลลาร์ให้อ่อนค่าลงในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 มี.ค.2018) ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันดอลลาร์เพิ่มเติมนอกเหนือจากการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.พ.ของสหรัฐขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง ซึ่งได้ลดแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปีนี้

“นอกจากนี้เราประเมินว่าสถานการณ์ทางฝั่งสหรัฐ คงจะมีเรื่องหรือประเด็นใหม่ๆเข้ามาให้นักลงทุนได้ติดตามอีกมากมายหลังจากนี้ เพราะทรัมป์ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงสหรัฐ โดยเขาได้กล่าวย้ำนโยบายในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า “Keep America Great!” ซึ่งเป็นการประกาศคำขวัญสำหรับแคมเปญเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2020 อาจทำให้ทรัมป์ต้องเร่งสร้างผลงานและดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงไว้ นักลงทุนจึงต้องติดตามว่าทรัมป์จะมีนโยบายใดเพิ่มเติม จนก่อให้เกิดรอยร้าวมากขึ้นภายในรัฐบาลสหรัฐหรือก่อให้เกิดการต่อต้านจากประเทศอื่นๆหรือไม่อย่างไร ซึ่งกระแสข่าวต่างๆย่อมส่งผลกระทบต่อความเคลื่อนไหวของราคาทองคำเช่นกัน”

YLG_Research
ที่มา : Infoquest, Voathai

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด
Line ID : @ylgfutures
Facebook : YLG Bullion and Futures
เว็ปไซต์ : www.ylgfutures.co.th
call center : 02 687 9999