ข่าวเศรษฐกิจ

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 08 สิงหาคม 2562

• (+)”ทรัมป์”จี้เฟดเร่งลดดอกเบี้ย หลังแบงก์ชาติอีก 3 แห่งลดดอกเบี้ยวันนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ เรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้ตามทันธนาคารกลางแห่งอื่นๆทั่วโลก “พวกเขาต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้มากกว่านี้ และเร็วกว่านี้ และยุติมาตรการคุมเข้มเชิงปริมาณเดี๋ยวนี้ เราไม่สามารถรอได้อีกต่อไป โดยปัญหาของเราไม่ใช่จีน แต่เป็นเฟดที่เย่อหยิ่งเกินกว่าจะยอมรับความผิดพลาดของพวกเขาในการใช้มาตรการคุมเข้มเร็วเกินไป และมากเกินไป ซึ่งในวันนี้ มีธนาคารกลางอีก 3 แห่งที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ย มันจะเป็นเรื่องง่ายขึ้นถ้าเฟดมีความเข้าใจว่าเรากำลังแข่งขันกับประเทศอื่น” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ
• (+) นักวิเคราะห์ฟันธงราคาทองยังคงสดใสในช่วง 12 เดือนข้างหน้า นักวิเคราะห์ระบุว่า ปัจจัยต่างๆทั่วโลกล้วนบ่งชี้ว่าราคาทองจะยังคงแข็งแกร่งในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า “สถานการณ์ของโลกกำลังตกอยู่ในภาวะล่อแหลม ซึ่งทองก็ได้อานิสงส์จากปัจจัยดังกล่าว โดยขณะนี้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลง, ดอลลาร์อ่อนค่า, มีความขัดแย้งทางการค้า รวมทั้งเกิดความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย” นายโฮวี ลี นักวิเคราะห์จากธนาคาร OCBC กล่าว นายลีกล่าวว่า ปัจจัยความเสี่ยงต่างๆกำลังผลักดันราคาทองให้พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 6 ปี และทำให้นักลงทุนปรับพอร์ทโดยใช้กลยุทธ์หันเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในระยะใกล้ ส่งผลให้กองทุนต่างๆหันเข้าซื้อทอง นอกจากนี้ นายลียังกล่าวว่า ทองถือเป็นสินทรัพย์ที่ปรับตัวโดดเด่นกว่าโลหะมีค่าประเภทอื่น เช่น โลหะเงิน หรือพลาตินั่ม เนื่องจากทองอยู่ในสถานะสินทรัพย์ที่ใช้ประกันความเสี่ยง
• (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 22.45 จุด ขณะ S&P500 ปิดแดนบวกหลังนลท.ช้อนซื้อหุ้น ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (7 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์ปิดขยับลงเพียงเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก หลังจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นที่ร่วงลงอย่างหนักในระหว่างวัน และจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐดีดตัวขึ้นในช่วงท้ายของการซื้อขาย หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักในช่วงแรกและเป็นเหตุให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,007.07 จุด ลดลง 22.45 จุด หรือ -0.09% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,883.98 จุด เพิ่มขึ้น 2.21 จุด หรือ +0.08% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,862.83 จุด เพิ่มขึ้น 29.56 จุด หรือ +0.38%
• (+) “แบงก์ ออฟ อเมริกา”คาดหยวนดิ่งทะลุ 7.5 เทียบดอลลาร์ หาก”ทรัมป์”รีดภาษีจีนสูงถึง 25% แบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ระบุว่า ค่าเงินหยวนอาจดิ่งลงทะลุระดับ 7.3 หยวนต่อดอลลาร์ในช่วงสิ้นปีนี้ หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรียกเก็บภาษี 10% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ตามที่ได้ขู่ไว้ โดยอ่อนค่ามากกว่าระดับ 6.63 หยวนที่แบงก์ ออฟ อเมริกาคาดการณ์ก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ค่าเงินหยวนอาจทรุดตัวลงทะลุระดับ 7.5 หยวนต่อดอลลาร์ หากปธน.ทรัมป์เรียกเก็บภาษีสูงถึง 25% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ แบงก์ ออฟ อเมริกาคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ หากปธน.ทรัมป์เรียกเก็บภาษี 25% ต่อสินค้านำเข้าจากจีน
• (+/-) เงินปอนด์ร่วงเทียบดอลล์ เหตุวิตกผลกระทบ Brexit ไร้ข้อตกลง เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (7 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการที่อังกฤษอาจแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีข้อตกลงในช่วงปลายเดือนต.ค.นี้ ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ อันเนื่องมาจากความวิตกเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2143 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2152 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.1214 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1200 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6767 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6756 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.09 เยน จากระดับ 106.53 เยน

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Line ID : @ylgbullion
Facebook : YLG Bullion
Call Center : 02 687 9888