News-economic

ทองคำ Sideway สัปดาห์นี้ รับสงครามการค้า-เบร็กซิทยังไม่สะเด็ดน้ำ

“ราคาทองคำในช่วงสัปดาห์นี้ (14-18 ต.ค.) แกว่งตัวในลักษณะ Sideway มีระดับต่ำสุดที่บริเวณ 1,477 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีระดับสูงสุดที่บริเวณ 1,498 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แกว่งตัวในกรอบราว 21 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความคืบหน้าสงครามการค้าและเบร็กซิทในเชิงบวก แต่ปัญหายังไม่หายไปจากตลาด”


• ย้อนไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ราคาทองคำร่วงแตะ 1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากประเด็น trade war ที่ค่อยๆเห็นพัฒนาการเชิงบวก โดยปธน.ทรัมป์ของสหรัฐ และนายหลิว เหอ รองนายกฯจีน ได้่พบกันในวันศุกร์ที่ 11 ต.ค. ผลการเจรจาที่ได้ คือ สหรัฐยอมระงับการขึ้นภาษีรอบใหม่ต่อสินค้าจีนวงเงิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนตกลงซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐมากขึ้น จึงทำให้ราคาทองคำร่วงลง

• แต่ทว่า ในสัปดาห์นี้ มีประเด็นแทรกเข้ามาทำให้สหรัฐ-จีน เกิดความขัดแย้งกันอีกครั้ง เมื่อสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ผ่านร่างกฎหมาย ว่าด้วยประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนของฮ่องกง หรือ US Hong Kong Human Rights and Democracy Act ซึ่งเป็นการแทรกแซงกิจการภายในอย่างเปิดเผย ทำให้เกิดความกังวลว่ากฎหมายนี้จะยิ่งบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับสหรัฐ และอาจกระทบไปถึงการเจรจาการค้าในระยะถัดไป

• ขณะที่นายเกา เฟง โฆษกกระทรวงพาณิยช์ของจีน เปิดเผยว่ารัฐบาลจีนต้องการให้สหรัฐฯยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรเพื่อให้ทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงในขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการค้า

• และกว่าที่ปธน.ทรัมป์ ของสหรัฐ และ ปธน.สี จิ้นผิง ของจีน จะพบกันเพื่อเซ็นต์ข้อตกลง Phase 1 ร่วมกัน น่าจะเป็นช่วงกลางเดือนพ.ย. ที่การประชุม APEC ที่ประเทศชิลี ทำให้หลายฝ่ายยังคงตั้งข้่อสงสัยว่าผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นจะดีขึ้นจริงหรือ

• ประกอบกับ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่เปิดเผยในช่วงสัปดาห์นี้ ส่วนใหญ่ออกมาอ่อนแอ อาทิ ตัวเลขยอดค้าปลีกเดือนก.ย.ของสหรัฐที่หดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน แสดงถึงภาพรวมเศรษฐกิจที่ซบเซา ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย.ร่วงหนักสุดในรอบ 5 เดือน

• ขณะที่ฝั่งจีน เปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาส 3/2019 ขยายตัว 6.0% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 6.1% และต่ำสุดในรอบ 27 ปี

• ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น จึงช่วยหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นมาได้ในรอบสัปดาห์นี้

• ส่วนประเด็น Brexit ที่ดูเหมือนจะเป็นไฮไลท์ในสัปดาห์นี้ จากข่าวที่ว่า อังกฤษและอียูเห็นพ้องต่อข้อตกลง Brexit ฉบับใหม่ของ Boris Johnson นายกฯอังกฤษแล้ว แต่ไม่ได้ทำให้ทองคำพุ่งแรงมากนัก แม้ว่าเงินปอนด์จะแข็งค่าขึ้นอย่างมาก จนทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง และส่งผลเชิงบวกต่อทองคำ แต่ปัจจัยนี้ดันไปกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยง หนุนหุ้นยุโรปดีดขึ้นเช่นกัน จึงกดดันราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกทางหนึ่ง

• อย่างไรก็ตาม นายเจเรมี่ คอร์บิ้น หัวหน้าพรรคแรงงาน และผู้นำฝ่ายค้านยืนยันว่าจะไม่สนับสนุนข้อตกลงอย่างเด็ดขาด ขณะที่พรรคสหภาพประชาธิปไตยแห่งไอร์แลนด์เหนือ (DUP) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลได้ออกมายืนยันว่าไม่สนับสนุนขอเสนอฉบับนี้เช่นเดียวกันเนื่องจากไอร์แลนด์เหนือไม่ได้ประโยชน์จากข้อตกลงฉบับนี้

• ดังนั้น ยังต้องรอลุ้นผลโหวตข้อตกลง Brexit ฉบับใหม่ จากรัฐสภาอังกฤษในวันเสาร์นี้ (19 ต.ค.) ซึ่งเป็นการจัดประชุมนัดพิเศษ ว่าจะรับร่างข้อตกลงดังกล่าวหรือไม่ ผลที่เกิดขึ้นอาจกระทบความเคลื่อนไหวของตลาดเงิน ตลาดทุน รวมถึงตลาดทองคำในวันจันทร์หน้า
สำหรับสัปดาห์หน้า แนะนำจับตาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน ซึ่งน่าจะมีประเด็นอัพเดทเพิ่มเติมดังนี้

1) การโหวตร่างกฎหมาย ว่าด้วยประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนของฮ่องกง จากวุฒิสภาของสหรัฐ (วุฒิสมาชิกจิม ริช กล่าวว่า “การโหวตอาจจะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้าเป็นอย่างเร็ว” หลังจากนั้นจึงจะส่งร่างกฎหมายฉบับนี้ไปยังทำเนียบขาวเพื่อให้ปธน.ทรัมป์ ของสหรัฐลงนามออกเป็นกฎหมายอีกครั้ง) หากผ่าน จะทำให้ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีนย่ำแย่ยิ่งขึ้น แต่ถ้าไม่ผ่าน จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่าง 2 ฝ่าย

2) ติดตามว่า นายสตีเฟน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ และนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ หัวหน้าผู้แทนการค้าสหรัฐ จะมีการเจรจาการค้าเพิ่มเติม กับนายหลิว เหอ รองนายกฯจีน หรือไม่
#YLGresearch

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด
Line ID : @ylgfutures
Facebook : YLG Bullion and Futures
เว็ปไซต์ : www.ylgfutures.co.th
call center : 02 687 9999