News-economic

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 1 กรกฎาคม 2563

• (+) “พาวเวล-มนูชิน” ให้คำมั่นร่วมมือพยุงเศรษฐกิจสหรัฐผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวานนี้ เกี่ยวกับบทบาทของเฟดและกระทรวงการคลังสหรัฐในการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นายพาวเวลกล่าวว่า การเปิดเศรษฐกิจที่รวดเร็วเกินคาดของสหรัฐนั้น ทำให้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศเผชิญกับความท้าทายแบบใหม่ โดยจะเห็นได้จากหลักฐานที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 พุ่งขึ้นทั่วประเทศเมื่อไม่นานมานี้ ทางด้านนายมนูชินได้แสดงมุมมองที่ค่อนข้างเป็นบวกว่า “ขณะนี้เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งมากพอที่จะฟื้นตัวขึ้นได้อีกครั้ง เนื่องจากคณะบริหารของรัฐบาลสหรัฐได้ร่วมมือกับสภาคองเกรสในการผ่านกฎหมายเยียวยาเศรษฐกิจ และจัดหาสภาพคล่องให้กับตลาดในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้” ในการแถลงครั้งนี้
• (+) แพทย์ใหญ่ทำเนียบขาวเตือนผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่อาจพุ่งมากกว่า 100,000 ราย/วัน นายแพทย์แอนโทนี ฟอซี ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐ และเป็นนายแพทย์ใหญ่ของคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการควบคุมไวรัสโควิด-19 ของทำเนียบขาว เปิดเผยว่า สหรัฐไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่อาจพุ่งขึ้นมากกว่า 100,000 รายในแต่ละวัน หากไม่มีการดำเนินการใดๆ
• (+) ดัชนี PMI เขตชิคาโกฟื้นตัวในเดือนมิ.ย. หลังดิ่งต่ำสุด 38 ปี ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโก ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดภาคการผลิตในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐ ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 36.6 ในเดือนมิ.ย. หลังจากดิ่งลงแตะ 32.3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 38 ปีในเดือนพ.ค. แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 44.5
• (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก วิตกโควิดระบาดหนักกระทบศก. ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (30 มิ.ย.) โดยนักลงทุนยังคงวิตกเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในสหรัฐและทั่วโลก ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.146% สู่ระดับ 97.3930 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9475 ฟรังก์ จากระดับ 0.9514 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3586 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3688 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 107.98 เยน จากระดับ 107.69 เยน ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1233 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1235 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2390 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2286 ดอลลาร์
• (+) สหรัฐออกคำสั่งขั้นสุดท้ายประกาศ”Huawei”,”ZTE”เป็นภัยคุกคามความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อวานนี้คณะกรรมาธิการการสื่อสารของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FCC) ระบุอย่างเป็นทางการให้บริษัท Huawei Technologies Co และ ZTE Corp ของจีนเป็นภัยคุกคามความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ ซึ่งเป็นการประกาศที่ห้ามบริษัทสหรัฐจากการใช้เงินทุนรัฐบาลวงเงิน 8.3 พันล้านดอลลาร์ในการซื้ออุปกรณ์จากบริษัทดังกล่าว
• (+) สหรัฐประณามกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ของจีนสำหรับฮ่องกง, ขู่ดำเนินการเพิ่ม เมื่อวานนี้สหรัฐประณามการที่จีนผ่านกฎหมายความมั่นคงฮ่องกงฉบับใหม่ว่า เป็นการละเมิดพันธสัญญาระหว่างประเทศของจีน และประกาศว่า จะดำเนินการ “ต่อต้านบุคคลที่ปิดกั้นเสรีภาพและการปกครองตนเองของฮ่องกง” นายจอห์น อัลยอต โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติทำเนียบขาวระบุว่า “เนื่องจากขณะนี้จีนปฏิบัติต่อฮ่องกงในฐานะ “1 ประเทศ 1 ระบบ” สหรัฐก็ต้องดำเนินการเช่นนั้นเช่นกัน เราเรียกร้องให้จีนเปลี่ยนแปลงการดำเนินการทันที”
• (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 217.08 จุด รับข้อมูลศก.สดใส,พาวเวล-มนูชินให้คำมั่นอุ้มศก. ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 มิ.ย.) เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐซึ่งรวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่พุ่งเกินคาดในเดือนมิ.ย.นั้น ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าเศรษฐกิจของประเทศจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธาน เฟด และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกันพยุงเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ดาวโจนส์ปิดที่ 25,812.88 จุด เพิ่มขึ้น 217.08 จุด หรือ +0.85% ขณะที่ S&P500 ปิดที่ 3,100.29 จุด เพิ่มขึ้น 47.05 จุด หรือ +1.54% ส่วน Nasdaq ปิดที่ 10,058.77 จุด เพิ่มขึ้น 184.61 จุด หรือ +1.87%
• (-) Conference Board เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐพุ่งเกินคาดในเดือนมิ.ย. ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวสู่ระดับ 98.1 ในเดือนมิ.ย. จากระดับ 85.9 ในเดือนพ.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 91.0