News-economic

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 3 กรกฎาคม 2563

• (+) วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายเล็งเป้าหมายธนาคารจากประเด็นจีนออกกฎหมายคุมฮ่องกง เมื่อวานนี้วุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติร่างกฎหมายเพื่อลงโทษธนาคารที่ทำธุรกิจกับเจ้าหน้าที่จีนที่บังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ต่อฮ่องกงและส่งไปยังทำเนียบขาวเพื่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐลงนามเพื่อออกเป็นกฎหมาย เมื่อวันพุธสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวโดยปราศจากเสียงคัดค้านเช่นกัน ซึ่งเป็นตัวอย่างที่แทบไม่ค่อยเกิดขึ้นในการสนับสนุนอย่างท่วมท้นระหว่าง 2 พรรคการเมือง ซึ่งสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับการบั่นทอนการปกครองตนเองที่ทำให้ฮ่องกงรุ่งเรืองในฐานะเมืองที่มีเสรีภาพมากที่สุดของจีนและศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ
• (+) ยอดผู้ติดโควิด-19 เพิ่มใน 37 รัฐของสหรัฐขณะฟลอริดาพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10,000 คน บทวิเคราะห์เมื่อวานนี้ระบุว่า กว่า 35 รัฐของสหรัฐเผชิญการเพิ่มขึ้นของยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งเป็นสัญญาณที่อ่อนแอล่าสุดที่ว่า การระบาดของโควิด-19 ซึ่งครั้งหนึ่งคิดว่ากำลังลดน้อยลง แพร่กระจายอย่างรวดเร็วอีกครั้ง รัฐฟลอริดา ซึ่งอยู่ในกลุ่มรัฐที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการทะยานขึ้นของเดือนมิ.ย. รายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่กว่า 10,000 คนเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการทะยานขึ้นมากที่สุดจนถึงขณะนี้และมากกว่ายอดผู้ติดเชื้อรายวันรายใหม่ในประเทศยุโรปใดๆในช่วงการระบาดสูงสุด รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดอีกแห่งหนึ่ง มีผลตรวจเป็นบวกเพิ่มขึ้น 37% โดยการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 56% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
• (+) ก.ต่างประเทศจีนชี้คอมเมนต์รมว.ตปท.สหรัฐกรณีกม.ความมั่นคงมีอคติ โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน กล่าวถึงกรณีการแสดงความคิดเห็นของนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐเกี่ยวกับกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่บังคับใช้กับฮ่องกงว่า ความเห็นดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความไม่รู้และอคติ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จ้าว ลี่เจียน โฆษกได้กล่าวถึงเรื่องนี้ในการแถลงข่าวประจำวัน โดยชี้ว่า รมว.ต่างประเทศสหรัฐไม่รู้กฎหมายเกี่ยวกับการปกป้องความมั่นคงของประเทศในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง และการดึงประเด็นสิทธิมนุษยชนเข้ามาเกี่ยวข้องก็ถือเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง
• (+) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 1.43 ล้านรายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.35 ล้านราย ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงมีจำนวนมากกว่า 1 ล้านรายติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 15 แม้ว่ารัฐต่างๆ ได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์และกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง
• (+) สหรัฐเผยขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นในเดือนพ.ค. หลังส่งออกร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี สหรัฐขาดดุลการค้าเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันในเดือนพ.ค. เนื่องจากการส่งออกร่วงลงมากกว่าการนำเข้า ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการค้าทั่วโลก กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐขยายตัวเพิ่มขึ้น 9.7% ในเดือนพ.ค. สู่ระดับ 5.46 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2561 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 5.31 หมื่นล้านดอลลาร์
• (-) สหรัฐเผยคำสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนพ.ค.เพิ่ม 8% ดีดขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐปรับตัวขึ้น 8% ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบสามเดือน แต่ยังน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 8.9% หลังจากร่วงลง 13.5% ในเดือนเม.ย. และลดลง 11% ในเดือนมี.ค.
• (-) สหรัฐเผยจ้างงานเพิ่ม 4.8 ล้านตำแหน่ง, อัตราว่างงานลดลงแตะ 11.1% ในเดือนมิ.ย. กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 4.8 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย. มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3 ล้านตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานเดือนมิ.ย. ลดลงสู่ระดับ 11.1% จากระดับ 13.3% ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นการลดลงเดือนที่สองติดต่อกัน ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าอัตราว่างงานจะอยู่ที่ 12.3%
• (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 92.39 จุด ขานรับตัวเลขจ้างงานสหรัฐพุ่งเกินคาด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (2 ก.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนมิ.ย. ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่า การฟื้นตัวของตลาดแรงงานจะเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจให้กลับมาขยายตัวอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์ลดแรงบวกในระหว่างวัน เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,827.36 จุด เพิ่มขึ้น 92.39 จุด หรือ +0.36% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,130.01 จุด เพิ่มขึ้น 14.15 จุด หรือ +0.45% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,207.63 จุด เพิ่มขึ้น 53.00 จุด หรือ +0.52%