ข่าวเศรษฐกิจ

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 10 สิงหาคม 2563

• (+) วิตกโควิดหนุนกองทุน ETF ทั่วโลกถือครองทองคำทำนิวไฮช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ สภาทองคำโลก (WGC) เปิดเผยข้อมูลบ่งชี้ว่า กองทุน ETF ที่ลงทุนในทองคำทั่วโลก เพิ่มการซื้อทองคำอีก 166 ตันในเดือนก.ค. ส่งผลให้การถือครองทองคำของกองทุน ETF ทั่วโลกแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ 3,758 ตันในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบของโรคโควิด-19 ทำให้นักลงทุนพากันเข้าลงทุนในผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เกี่ยวกับทองคำซึ่งถือเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย โดยส่วนใหญ่ได้แก่การลงทุนในกองทุน ETF ทองคำ WGC ระบุว่า ณ สิ้นเดือนก.ค. กองทุน ETF ทองคำทั่วโลกเพิ่มการซื้อทองคำสุทธิเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน กองทุน ETF ทองคำได้ซื้อทองคำสุทธิเพิ่มขึ้นสู่ราว 899 ตัน ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมของการเข้าซื้อสุทธิต่อปีที่ 646 ตันที่ทำไว้ในปี 2552
• (+) จีนวอนสหรัฐหยุดขายอาวุธให้ไต้หวัน ยันทำสัมพันธ์ร้าวฉาน-สั่นคลอนสันติภาพ นายวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเปิดเผยว่า จีนได้เรียกร้องให้สหรัฐยุติการขายอาวุธและการติดต่อทางการทหารกับไต้หวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐ รวมถึงสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันให้ร้าวลึกยิ่งขึ้น สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายวังแสดงความคิดเห็นในการแถลงข่าวเกี่ยวกับรายงานที่ระบุว่า สหรัฐมีแผนที่จะขายอาวุธให้ไต้หวันอีกครั้ง
• (+) “TikTok” เล็งฟ้องรัฐบาลสหรัฐสัปดาห์หน้า หลัง”ทรัมป์”สั่งแบน ติ๊กต็อก (TikTok) วางแผนที่จะยื่นเรื่องฟ้องรัฐบาลสหรัฐในสัปดาห์หน้า ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามคำสั่งบริหารเพื่อแบนติ๊กต็อกและวีแชท ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นชื่อดังของจีน เนชั่นแนล พับลิค เรดิโอ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ติ๊กต็อกเตรียมที่จะยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐอย่างเร็วที่สุดในวันอังคารที่จะถึงนี้ รวมทั้งชี้แจงว่า การดำเนินการของทรัมป์ขัดกับรัฐธรรมนูญ เนื่องจากทรัมป์ไม่ได้เปิดโอกาสให้บริษัทได้ชี้แจง และการดำเนินการโดยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคงของสหรัฐก็ถือเป็นเรื่องที่ไร้ซึ่งข้อมูลสนับสนุน
• (-) สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตรมากเกินคาดในก.ค. แต่ต่ำกว่าเดือนมิ.ย. กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.763 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.48 ล้านตำแหน่ง แต่ต่ำกว่าระดับ 4.791 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 10.2% โดยต่ำกว่าระดับ 11.1% ในเดือนมิ.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 10.6% ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
• (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก รับตัวเลขจ้างงานสหรัฐแกร่ง ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (7 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาดในเดือนก.ค. ดัชนีดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.68% สู่ระดับ 93.4360 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.94 เยน จากระดับ 105.57 เยน, แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9133 ฟรังก์ จากระดับ 0.9103 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3385 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3289 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1781 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1873 ดอลลาร์, เงินปอนด์อ่อนค่าแตะที่ระดับ 1.3051 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3149 ดอลลาร์
• (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 46.50 จุด ขานรับตัวเลขจ้างงานเพิ่มเกินคาด ดัชนีดาวโจนส์ปิดปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 6 ติดต่อกันเมื่อคืนนี้ (7 ส.ค.) และดัชนี S&P500 ปิดขยับขึ้นเล็กน้อย โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนก.ค. แต่ดัชนี Nasdaq ปิดลดลงโดยถูกกดดันจากการเจรจาที่ยังคงชะงักงันเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจสหรัฐรอบใหม่ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,433.48 จุด เพิ่มขึ้น 46.50 จุด หรือ +0.17% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,351.28 จุด เพิ่มขึ้น 2.12 จุด หรือ +0.06% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,010.98 จุด ลดลง 97.09 จุด หรือ -0.87%
• (+/-) “ทรัมป์” เซ็นคำสั่งบริหารขยายระยะเวลาในการใช้มาตรการหนุนเศรษฐกิจช่วงโควิด-19 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้ลงนามในคำสั่งบริหารหลายรายการ เพื่อขยายระยะเวลาในการใช้มาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจช่วงโควิด-19 ภายหลังจากที่การเจรจาต่อรองระหว่างสมาชิกสภานิติบัญญัติของพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตประสบความล้มเหลว สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หนึ่งในคำสั่งบริหารของทรัมป์จะเปิดทางให้ขยายระยะเวลาในการให้ผลประโยชน์แก่ผู้ว่างงานไปจนถึงช่วงสิ้นปีนี้ที่อัตรา 400 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงจากระดับ 600 ดอลลาร์ตามที่สภาคองเกรสได้อนุมัติไปเมื่อปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา และคำสั่งดังกล่าวได้หมดอายุลงเมื่อช่วงสิ้นเดือนก.ค. สำหรับคำสั่งบริหารอื่น ๆ จะอนุมัติให้มีการนำมาตรการพักชำระหนี้มาใช้อีกครั้ง และเลื่อนระยะเวลาการชำระหนี้เงินกู้ของนักศึกษา