News-economic

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 17 สิงหาคม 2563

• (+) สหรัฐคุมเข้มมาตรการจำกัดหวังสกัด”Huawei”เข้าถึงเทคโนโลยี, ชิพ เมื่อวานนี้คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐประกาศว่า จะคุมเข้มมาตรการจำกัดต่อ Huawei Technologies Co โดยตั้งเป้าสกัดกั้นการเข้าถึงชิพเชิงพาณิชย์ของ Huawei การดำเนินของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐขยายการจำกัดที่ประกาศในเดือนพ.ค.ซึ่งมุ่งหวังป้องกัน Huawei จากการได้รับเซมิคอนดักเตอร์โดยปราศจากใบอนุญาตพิเศษ ซึ่งรวมถึงชิพที่ผลิตโดยบริษัทต่างๆชาติที่พัฒนาหรือผลิตด้วยซอฟต์แวร์หรือเทคโนโลยีของสหรัฐ คณะบริหารสหรัฐยังเพิ่มรายชื่อบริษัทในเครือของ Huawei จำนวน 38 แห่งใน 21 ประเทศในบัญชีดำทางเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐ ทำให้รวมทั้งหมดเป็น 152 แห่งนับตั้งแต่ Huawei ถูกขึ้นบัญชีดำเป็นแห่งแรกในเดือนพ.ค.ปี 2019
• (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังสหรัฐเผยข้อมูลศก.ผันผวน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 ส.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวน ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมเดือนก.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.25% แตะที่ 92.8591 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 106.03 เยน จากระดับ 106.55 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9063 ฟรังก์ จากระดับ 0.9093 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3196 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3256 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1864 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1837 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3101 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3090 ดอลลาร์
• (+) จีนร้องแคนาดาปล่อยตัว CFO “หัวเว่ย” ทันที ชี้เป็นการละเมิดสิทธิพลเมืองจีน โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ประกาศในวันนี้ว่า ทางการจีนต้องการให้แคนาดาปล่อยตัวนางเมิ่ง หว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) ของบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ โดยทันที และรับรองว่าเธอจะเดินทางกลับประเทศจีนอย่างปลอดภัย สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ศาลสูงสุดของรัฐบริติชโคลัมเบีย เตรียมพิจารณาคดีของนางเมิ่ง หว่านโจว ในวันนี้ตามเวลาแคนาดา เพื่อหารือเกี่ยวกับหลักฐานและข้อมูลต่างๆ โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน เปิดเผยว่า การไม่ยอมปล่อยตัวนางเมิ่ง หว่านโจว เป็นการละเมิดสิทธิและผลประโยชน์ของพลเมืองจีน โดยเป็นประเด็นร้ายแรงทางการเมือง นอกจากนี้ เขายังวิจารณ์ด้วยว่า การคุมตัวนางเมิ่ง หว่านโจว เป็นเพราะสหรัฐต้องการกดขี่หัวเว่ยและบริษัทไฮเทครายอื่นๆ ของจีน โดยมีแคนาดาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ซึ่งทั่วโลกต่างเห็นด้วยว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
• (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 86.11 จุด จากแรงขายหุ้นแบงก์,อุตสาหกรรม ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (17 ส.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากคำสั่งขายหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนบวก เนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมทั้งรายงานการประชุมเดือนก.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,844.91 จุด ลดลง 86.11 จุด หรือ -0.31% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,381.99 จุด เพิ่มขึ้น 9.14 จุด หรือ +0.27% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,129.73 จุด เพิ่มขึ้น 110.43 จุด หรือ +1.00%
• (-) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านพุ่งขึ้น 6 จุด สู่ระดับ 78 ในเดือนส.ค. โดยเป็นระดับสูงสุดเท่าที่เคยจัดทำข้อมูลดังกล่าว
• (-) “ทรัมป์”สัญญาลดภาษีให้บริษัทที่ย้ายฐานการผลิตกลับจากจีน เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐประกาศสร้างงาน 10 ล้านตำแหน่งในเวลา 10 เดือนส่วนหนึ่งด้วยการลดหย่อนภาษีแก่บริษัทสหรัฐที่ย้ายโรงงานผลิตกลับสู่สหรัฐจากจีน ปธน.ทรัมป์ ซึ่งพยายามหาเสียงสนับสนุนก่อนการเลือกตั้งวันที่ 3 พ.ย. กล่าวต่อผู้สนับสนุนระหว่างเยือนเมืองแมนเคโต รัฐมินนิโซตาว่า คณะบริหารของเขาจะยกเลิกสัญญาของรัฐบาลกลางจากบริษัทที่จัดจ้างบุคคลภายนอกในจีน• (+) สหรัฐคุมเข้มมาตรการจำกัดหวังสกัด”Huawei”เข้าถึงเทคโนโลยี, ชิพ เมื่อวานนี้คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐประกาศว่า จะคุมเข้มมาตรการจำกัดต่อ Huawei Technologies Co โดยตั้งเป้าสกัดกั้นการเข้าถึงชิพเชิงพาณิชย์ของ Huawei การดำเนินของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐขยายการจำกัดที่ประกาศในเดือนพ.ค.ซึ่งมุ่งหวังป้องกัน Huawei จากการได้รับเซมิคอนดักเตอร์โดยปราศจากใบอนุญาตพิเศษ ซึ่งรวมถึงชิพที่ผลิตโดยบริษัทต่างๆชาติที่พัฒนาหรือผลิตด้วยซอฟต์แวร์หรือเทคโนโลยีของสหรัฐ คณะบริหารสหรัฐยังเพิ่มรายชื่อบริษัทในเครือของ Huawei จำนวน 38 แห่งใน 21 ประเทศในบัญชีดำทางเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐ ทำให้รวมทั้งหมดเป็น 152 แห่งนับตั้งแต่ Huawei ถูกขึ้นบัญชีดำเป็นแห่งแรกในเดือนพ.ค.ปี 2019
• (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังสหรัฐเผยข้อมูลศก.ผันผวน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 ส.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวน ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมเดือนก.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.25% แตะที่ 92.8591 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 106.03 เยน จากระดับ 106.55 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9063 ฟรังก์ จากระดับ 0.9093 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3196 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3256 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1864 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1837 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3101 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3090 ดอลลาร์
• (+) จีนร้องแคนาดาปล่อยตัว CFO “หัวเว่ย” ทันที ชี้เป็นการละเมิดสิทธิพลเมืองจีน โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ประกาศในวันนี้ว่า ทางการจีนต้องการให้แคนาดาปล่อยตัวนางเมิ่ง หว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) ของบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ โดยทันที และรับรองว่าเธอจะเดินทางกลับประเทศจีนอย่างปลอดภัย สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ศาลสูงสุดของรัฐบริติชโคลัมเบีย เตรียมพิจารณาคดีของนางเมิ่ง หว่านโจว ในวันนี้ตามเวลาแคนาดา เพื่อหารือเกี่ยวกับหลักฐานและข้อมูลต่างๆ โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน เปิดเผยว่า การไม่ยอมปล่อยตัวนางเมิ่ง หว่านโจว เป็นการละเมิดสิทธิและผลประโยชน์ของพลเมืองจีน โดยเป็นประเด็นร้ายแรงทางการเมือง นอกจากนี้ เขายังวิจารณ์ด้วยว่า การคุมตัวนางเมิ่ง หว่านโจว เป็นเพราะสหรัฐต้องการกดขี่หัวเว่ยและบริษัทไฮเทครายอื่นๆ ของจีน โดยมีแคนาดาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ซึ่งทั่วโลกต่างเห็นด้วยว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
• (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 86.11 จุด จากแรงขายหุ้นแบงก์,อุตสาหกรรม ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (17 ส.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากคำสั่งขายหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนบวก เนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมทั้งรายงานการประชุมเดือนก.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,844.91 จุด ลดลง 86.11 จุด หรือ -0.31% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,381.99 จุด เพิ่มขึ้น 9.14 จุด หรือ +0.27% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,129.73 จุด เพิ่มขึ้น 110.43 จุด หรือ +1.00%
• (-) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านพุ่งขึ้น 6 จุด สู่ระดับ 78 ในเดือนส.ค. โดยเป็นระดับสูงสุดเท่าที่เคยจัดทำข้อมูลดังกล่าว
• (-) “ทรัมป์”สัญญาลดภาษีให้บริษัทที่ย้ายฐานการผลิตกลับจากจีน เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐประกาศสร้างงาน 10 ล้านตำแหน่งในเวลา 10 เดือนส่วนหนึ่งด้วยการลดหย่อนภาษีแก่บริษัทสหรัฐที่ย้ายโรงงานผลิตกลับสู่สหรัฐจากจีน ปธน.ทรัมป์ ซึ่งพยายามหาเสียงสนับสนุนก่อนการเลือกตั้งวันที่ 3 พ.ย. กล่าวต่อผู้สนับสนุนระหว่างเยือนเมืองแมนเคโต รัฐมินนิโซตาว่า คณะบริหารของเขาจะยกเลิกสัญญาของรัฐบาลกลางจากบริษัทที่จัดจ้างบุคคลภายนอกในจีน