News

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 3 เมษายน 2563

• (+) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานพุ่งเป็นประวัติการณ์เซ่นพิษโควิด-19 กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกพุ่งขึ้นสู่ระดับ 6.6 ล้านรายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.1 ล้านราย ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานดังกล่าวสูงกว่าตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่มีการรายงานในสัปดาห์ที่แล้วที่ระดับ 3.3 ล้านราย การพุ่งขึ้นของตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานมีสาเหตุจากการที่ภาคธุรกิจได้พากันปิดกิจการ จากมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาล ท่ามกลางผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้มีการปลดพนักงานจำนวนมาก • (+) สหรัฐเผยคำสั่งซื้อภาคโรงงานทรงตัวในเดือนก.พ. ขณะโควิด-19 กระทบห่วงโซ่อุปทาน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐทรงตัวในเดือนก.พ. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากลดลง 0.5% ในเดือนม.ค. นักวิเคราะห์ระบุว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้คำสั่งซื้อภาคโรงงานไม่มีการขยายตัวในเดือนก.พ. • (+) ทั่วโลกติดเชื้อโควิด-19 พุ่งทะลุ 1,000,000 ราย ตายกว่า 50,000 ราย ข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลกระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 1,000,940 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 51,375 ราย ทั้งนี้ สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงสุดในโลก (236,036) รองลงมาคืออิตาลี (115,242), สเปน (110,238), เยอรมนี (84,284) และจีน (81,589) ส่วนอิตาลีเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในโลก (13,915) ตามมาด้วยสเปน (10,096), สหรัฐ (5,777), ฝรั่งเศส (4,503), จีน (3,318) และอิหร่าน (3,160) การที่ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งทะลุ 1,000,000 รายได้เป็นไปตามที่นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวเตือนวานนี้ว่า เจ้าหน้าที่ WHO มีความกังวลอย่างมากต่อการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกจะพุ่งขึ้นมากกว่า 1,000,000 ราย และผู้เสียชีวิตจะเกินกว่า 50,000 รายในเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน • (-) ดอลลาร์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก ท่ามกลางความวิตกโควิด-19 ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 2 เมษายน 2563

• (+) WHO เตือนยอดติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกทะลุ 1 ล้านราย ตายกว่า 50,000 รายในอีกไม่กี่วัน นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ WHO มีความกังวลอย่างมากต่อการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกจะมากกว่า 1 ล้านราย และผู้เสียชีวิตจะเกินกว่า 50,000 รายในเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน “ในช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราพบว่าจำนวนผู้ป่วยรายใหม่มีการเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยมีการพบผู้ติดเชื้อในเกือบทุกประเทศ ทุกภูมิภาค และทุกพื้นที่ ในขณะที่เมื่อ 3 เดือนก่อน เราแทบไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับไวรัสนี้” นายแพทย์ทีโดรสกล่าว • (+) ขุนคลังสหรัฐหารือคองเกรสออกร่างกฎหมายสาธารณูปโภคหวังกระตุ้นศก. นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า เขากำลังหารือกับสภาคองเกรสเกี่ยวกับการออกร่างกฎหมายสาธารณูปโภค ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐให้ฟื้นตัวขึ้น หลังทรุดตัวลงท่ามกลางผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 “ท่านประธานาธิบดีมีความสนใจในเรื่องสาธารณูปโภค โดยท่านต้องการที่จะสร้างประเทศนี้ขึ้นมา และจากการที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำในขณะนี้ นี่จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับท่าน” นายมนูชินกล่าว “เราได้หารือเรื่องนี้ตั้งแต่ปีที่แล้วกับพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน และผมมีการสนทนากับท่านส.ส.ริชาร์ด นีลในเรื่องนี้ ซึ่งเราจะยังคงสานต่อการหารือดังกล่าวต่อไป” เขากล่าว • (-) โควิด-19 ถล่มการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐหดตัวครั้งแรกรอบ 10 ปี ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐลดลง 27,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าลดลง 125,000 ตำแหน่ง หลังจากพุ่งขึ้น 179,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. • (-) ISM เผยดัชนีภาคการผลิตสหรัฐหดตัวในเดือนมี.ค. เหตุถูกกระทบจากโควิด-19 ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 49.1 ในเดือนมี.ค. จากระดับ 50.1 ในเดือนก.พ. ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะหดตัว • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 1 เมษายน 2563

• (+) “โกลด์แมน แซคส์”คาด GDP สหรัฐลด 9% ใน Q1 ขณะทรุด 34% ใน Q2 โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐจะลดลง 9% ในไตรมาส 1 และทรุดตัว 34% ในไตรมาส 2 ซึ่งจะเป็นการดิ่งลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ดี โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะกลับมาดีดตัว 19% ในไตรมาส 3 ซึ่งจะเป็นการขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อพิจารณาทั้งปีนี้ โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะดิ่งลง 6.2% ซึ่งจะเป็นตัวเลขการขยายตัวที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์คาดว่า อัตราการว่างงานจะพุ่งแตะ 15% ในปีนี้ สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 9% • (+) “S&P”ชี้โควิด-19 มีแนวโน้มฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจโลกใกล้ 0% ในขณะเศรษฐกิจโลกเผชิญความผันผวนจากวิกฤติโควิด-19 และการสั่งปิดเมืองทั่วประเทศในตลาดสำคัญต่างๆ บริษัท S&P Global Ratings คาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกจะถูกกดดันสู่ใกล้ 0% นายพอล กรูเอนวาล์ด หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์โลกของ S&P ระบุว่า “ในการตอบสนองต่อผลกระทบเป็นพิเศษที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องของการระบาดของโควิด-19 ต่อกิจกรรมเศรษฐกิจและตลาดการเงิน เราปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกสู่เพียง 0.4% ในปีนี้และคาดถึงการฟื้นตัวสู่ 4.9% ในปี 2021 การปรับลงในกิจกรรมจะรุนแรงอย่างยิ่ง คาดการณ์ที่ 0.4% จะเป็นระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนับตั้งแต่การทรุดตัวของเศรษฐกิจปี 1982 เมื่อการเติบโตของโลกอยู่ที่ 0.43% ในช่วงขาลงทางการเงินรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ในปี 1929-1933 ก่อนการระบาดของโควิด-19 S&P คาดการณ์ถึงการเติบโตในปี 2020 ที่ 3.3% • (+) ไวรัสโควิด-19 คร่าชีวิตชาวอเมริกันมากกว่าเหตุการณ์ 9/11

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 31 มีนาคม 2563

• (+) เฟดคาดชาวอเมริกันหลายล้านคนถูกปลดออกจากงาน อันเนื่องจากโควิด-19 ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์เปิดเผยว่า ชาวอเมริกันจำนวนหลายล้านคนได้ถูกปลดออกจากงานในขณะนี้ อันเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะที่สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดจะเกิดขึ้นตามมา ทั้งนี้ เฟดคาดการณ์ว่าภาคธุรกิจสหรัฐมีการปลดพนักงานรวม 47 ล้านคน ขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ระดับ 32.1% ซึ่งสูงกว่าระดับ 30% ที่นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ ระบุก่อนหน้านี้ “นี่เป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อพิจารณาตามมาตรฐานทางประวัติศาสตร์ และถือเป็นตัวเลขที่มีลักษณะโดดเด่นเป็นการเฉพาะไม่เหมือนกับที่เศรษฐกิจสหรัฐเคยประสบมาในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา” นายมิเกล ฟาเรีย-อี-คาสโตร นักเศรษฐศาสตร์ของเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ระบุในรายงาน • (-) สหรัฐเผยดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายสูงกว่าคาดในเดือนก.พ. สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เมื่อเทียบรายปี ดัชนีพุ่งขึ้น 9.4% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี • (-) WHO เผยผลวิจัยบ่งชี้ยาบางตัวมีผลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงว่า ผลการวิจัยเบื้องต้นระบุว่ายาบางตัวอาจมีผลในการรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ดี WHO ย้ำว่าข้อมูลดังกล่าวยังคงเป็นข้อมูลเบื้องต้น และยังคงจำเป็นต้องมีการทำวิจัยต่อไป เพื่อพิจารณาว่าแนวทางใดเป็นแนวทางในการต่อสู้กับโควิด-19 ที่น่าเชื่อถือ “มียาหลายตัวที่ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจในการรักษาโรคเกี่ยวกับไวรัสอึ่นๆในตระกูลโคโรนา ซึ่งรวมถึง SARS และ MERS ซึ่งจะมีประโยชน์ในการต่อสู้กับโควิด-19” นพ.ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายโครงการฉุกเฉินของ WHO กล่าว • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับสหรัฐออกมาตรการสกัดโควิด-19 ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่รัฐบาลสหรัฐออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดและลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการลุกลามของไวรัสโควิด-19 ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.00 เยน จากระดับ 107.80 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9597 ฟรังก์ จากระดับ 0.9534 ฟรังก์ นอกจากนี้

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 30 มีนาคม 2563

• (+) เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 2 ลูกสู่ทะเลญี่ปุ่น รัฐบาลญี่ปุ่นและกองทัพเกาหลีใต้รายงานในวันนี้ว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้จำนวน 2 ลูกสู่ทะเลญี่ปุ่น ญี่ปุ่นรายงานว่าขีปนาวุธทั้ง 2 ลูกถูกยิงจากชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีเหนือ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราว 250 กิโลเมตร ก่อนตกลงสู่ทะเลญี่ปุ่น สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 มี.ค. เกาหลีเหนือเพิ่งยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 2 ลูกจากจังหวัดพย็องอันเหนือไปยังทะเลญี่ปุ่น นายทาโร่ โคโนะ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น กล่าวว่า “เราจะทำการวิเคราะห์อย่างละเอียดว่า เพราะเหตุใดเกาหลีเหนือจึงกระทำการท้าทายประชาคมโลกบ่อยครั้งเช่นนี้” • (+) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่ำสุดรอบกว่า 3 ปีจากพิษโควิด-19 ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 89.1 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2559 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 90.0 จากระดับ 101 ในเดือนก.พ. นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นทำสถิติทรุดตัวลงในเดือนมี.ค.มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ในรอบเกือบ 50 ปี • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังสภาผู้แทนฯสหรัฐไฟเขียวมาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19 ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 มี.ค.) หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติอนุมัติร่างกฎหมายว่าด้วยมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 วงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ซึ่งได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภาก่อนหน้านี้ และหลังจากตลาดปิดทำการ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐก็ได้ลงนามบังคับใช้มาตรการดังกล่าวเป็นกฎหมายแล้ว ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.99% สู่ระดับ 98.3895 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.80 เยน จากระดับ 109.23 เยน, อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9534 ฟรังก์ จากระดับ 0.9622 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3943 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4029 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.1114 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1040

12359

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 3 เมษายน 2563

• (+) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานพุ่งเป็นประวัติการณ์เซ่นพิษโควิด-19 กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกพุ่งขึ้นสู่ระดับ 6.6 ล้านรายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.1 ล้านราย ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานดังกล่าวสูงกว่าตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่มีการรายงานในสัปดาห์ที่แล้วที่ระดับ 3.3 ล้านราย การพุ่งขึ้นของตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานมีสาเหตุจากการที่ภาคธุรกิจได้พากันปิดกิจการ จากมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาล ท่ามกลางผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้มีการปลดพนักงานจำนวนมาก • (+) สหรัฐเผยคำสั่งซื้อภาคโรงงานทรงตัวในเดือนก.พ. ขณะโควิด-19 กระทบห่วงโซ่อุปทาน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐทรงตัวในเดือนก.พ. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากลดลง 0.5% ในเดือนม.ค. นักวิเคราะห์ระบุว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้คำสั่งซื้อภาคโรงงานไม่มีการขยายตัวในเดือนก.พ. • (+) ทั่วโลกติดเชื้อโควิด-19 พุ่งทะลุ 1,000,000 ราย ตายกว่า 50,000 ราย ข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลกระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 1,000,940 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 51,375 ราย ทั้งนี้ สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงสุดในโลก (236,036) รองลงมาคืออิตาลี (115,242), สเปน (110,238), เยอรมนี (84,284) และจีน (81,589) ส่วนอิตาลีเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในโลก (13,915) ตามมาด้วยสเปน (10,096), สหรัฐ (5,777), ฝรั่งเศส (4,503), จีน (3,318) และอิหร่าน (3,160) การที่ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งทะลุ 1,000,000 รายได้เป็นไปตามที่นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวเตือนวานนี้ว่า เจ้าหน้าที่ WHO มีความกังวลอย่างมากต่อการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกจะพุ่งขึ้นมากกว่า 1,000,000 ราย และผู้เสียชีวิตจะเกินกว่า 50,000 รายในเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน • (-) ดอลลาร์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก ท่ามกลางความวิตกโควิด-19 ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 2 เมษายน 2563

• (+) WHO เตือนยอดติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกทะลุ 1 ล้านราย ตายกว่า 50,000 รายในอีกไม่กี่วัน นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ WHO มีความกังวลอย่างมากต่อการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกจะมากกว่า 1 ล้านราย และผู้เสียชีวิตจะเกินกว่า 50,000 รายในเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน “ในช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราพบว่าจำนวนผู้ป่วยรายใหม่มีการเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยมีการพบผู้ติดเชื้อในเกือบทุกประเทศ ทุกภูมิภาค และทุกพื้นที่ ในขณะที่เมื่อ 3 เดือนก่อน เราแทบไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับไวรัสนี้” นายแพทย์ทีโดรสกล่าว • (+) ขุนคลังสหรัฐหารือคองเกรสออกร่างกฎหมายสาธารณูปโภคหวังกระตุ้นศก. นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า เขากำลังหารือกับสภาคองเกรสเกี่ยวกับการออกร่างกฎหมายสาธารณูปโภค ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐให้ฟื้นตัวขึ้น หลังทรุดตัวลงท่ามกลางผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 “ท่านประธานาธิบดีมีความสนใจในเรื่องสาธารณูปโภค โดยท่านต้องการที่จะสร้างประเทศนี้ขึ้นมา และจากการที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำในขณะนี้ นี่จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับท่าน” นายมนูชินกล่าว “เราได้หารือเรื่องนี้ตั้งแต่ปีที่แล้วกับพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน และผมมีการสนทนากับท่านส.ส.ริชาร์ด นีลในเรื่องนี้ ซึ่งเราจะยังคงสานต่อการหารือดังกล่าวต่อไป” เขากล่าว • (-) โควิด-19 ถล่มการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐหดตัวครั้งแรกรอบ 10 ปี ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐลดลง 27,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าลดลง 125,000 ตำแหน่ง หลังจากพุ่งขึ้น 179,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. • (-) ISM เผยดัชนีภาคการผลิตสหรัฐหดตัวในเดือนมี.ค. เหตุถูกกระทบจากโควิด-19 ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 49.1 ในเดือนมี.ค. จากระดับ 50.1 ในเดือนก.พ. ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะหดตัว • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 1 เมษายน 2563

• (+) “โกลด์แมน แซคส์”คาด GDP สหรัฐลด 9% ใน Q1 ขณะทรุด 34% ใน Q2 โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐจะลดลง 9% ในไตรมาส 1 และทรุดตัว 34% ในไตรมาส 2 ซึ่งจะเป็นการดิ่งลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ดี โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะกลับมาดีดตัว 19% ในไตรมาส 3 ซึ่งจะเป็นการขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อพิจารณาทั้งปีนี้ โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะดิ่งลง 6.2% ซึ่งจะเป็นตัวเลขการขยายตัวที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์คาดว่า อัตราการว่างงานจะพุ่งแตะ 15% ในปีนี้ สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 9% • (+) “S&P”ชี้โควิด-19 มีแนวโน้มฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจโลกใกล้ 0% ในขณะเศรษฐกิจโลกเผชิญความผันผวนจากวิกฤติโควิด-19 และการสั่งปิดเมืองทั่วประเทศในตลาดสำคัญต่างๆ บริษัท S&P Global Ratings คาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกจะถูกกดดันสู่ใกล้ 0% นายพอล กรูเอนวาล์ด หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์โลกของ S&P ระบุว่า “ในการตอบสนองต่อผลกระทบเป็นพิเศษที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องของการระบาดของโควิด-19 ต่อกิจกรรมเศรษฐกิจและตลาดการเงิน เราปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกสู่เพียง 0.4% ในปีนี้และคาดถึงการฟื้นตัวสู่ 4.9% ในปี 2021 การปรับลงในกิจกรรมจะรุนแรงอย่างยิ่ง คาดการณ์ที่ 0.4% จะเป็นระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนับตั้งแต่การทรุดตัวของเศรษฐกิจปี 1982 เมื่อการเติบโตของโลกอยู่ที่ 0.43% ในช่วงขาลงทางการเงินรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ในปี 1929-1933 ก่อนการระบาดของโควิด-19 S&P คาดการณ์ถึงการเติบโตในปี 2020 ที่ 3.3% • (+) ไวรัสโควิด-19 คร่าชีวิตชาวอเมริกันมากกว่าเหตุการณ์ 9/11

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 31 มีนาคม 2563

• (+) เฟดคาดชาวอเมริกันหลายล้านคนถูกปลดออกจากงาน อันเนื่องจากโควิด-19 ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์เปิดเผยว่า ชาวอเมริกันจำนวนหลายล้านคนได้ถูกปลดออกจากงานในขณะนี้ อันเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะที่สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดจะเกิดขึ้นตามมา ทั้งนี้ เฟดคาดการณ์ว่าภาคธุรกิจสหรัฐมีการปลดพนักงานรวม 47 ล้านคน ขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ระดับ 32.1% ซึ่งสูงกว่าระดับ 30% ที่นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ ระบุก่อนหน้านี้ “นี่เป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อพิจารณาตามมาตรฐานทางประวัติศาสตร์ และถือเป็นตัวเลขที่มีลักษณะโดดเด่นเป็นการเฉพาะไม่เหมือนกับที่เศรษฐกิจสหรัฐเคยประสบมาในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา” นายมิเกล ฟาเรีย-อี-คาสโตร นักเศรษฐศาสตร์ของเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ระบุในรายงาน • (-) สหรัฐเผยดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายสูงกว่าคาดในเดือนก.พ. สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เมื่อเทียบรายปี ดัชนีพุ่งขึ้น 9.4% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี • (-) WHO เผยผลวิจัยบ่งชี้ยาบางตัวมีผลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงว่า ผลการวิจัยเบื้องต้นระบุว่ายาบางตัวอาจมีผลในการรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ดี WHO ย้ำว่าข้อมูลดังกล่าวยังคงเป็นข้อมูลเบื้องต้น และยังคงจำเป็นต้องมีการทำวิจัยต่อไป เพื่อพิจารณาว่าแนวทางใดเป็นแนวทางในการต่อสู้กับโควิด-19 ที่น่าเชื่อถือ “มียาหลายตัวที่ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจในการรักษาโรคเกี่ยวกับไวรัสอึ่นๆในตระกูลโคโรนา ซึ่งรวมถึง SARS และ MERS ซึ่งจะมีประโยชน์ในการต่อสู้กับโควิด-19” นพ.ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายโครงการฉุกเฉินของ WHO กล่าว • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับสหรัฐออกมาตรการสกัดโควิด-19 ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่รัฐบาลสหรัฐออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดและลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการลุกลามของไวรัสโควิด-19 ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.00 เยน จากระดับ 107.80 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9597 ฟรังก์ จากระดับ 0.9534 ฟรังก์ นอกจากนี้

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 30 มีนาคม 2563

• (+) เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 2 ลูกสู่ทะเลญี่ปุ่น รัฐบาลญี่ปุ่นและกองทัพเกาหลีใต้รายงานในวันนี้ว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้จำนวน 2 ลูกสู่ทะเลญี่ปุ่น ญี่ปุ่นรายงานว่าขีปนาวุธทั้ง 2 ลูกถูกยิงจากชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีเหนือ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราว 250 กิโลเมตร ก่อนตกลงสู่ทะเลญี่ปุ่น สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 มี.ค. เกาหลีเหนือเพิ่งยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 2 ลูกจากจังหวัดพย็องอันเหนือไปยังทะเลญี่ปุ่น นายทาโร่ โคโนะ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น กล่าวว่า “เราจะทำการวิเคราะห์อย่างละเอียดว่า เพราะเหตุใดเกาหลีเหนือจึงกระทำการท้าทายประชาคมโลกบ่อยครั้งเช่นนี้” • (+) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่ำสุดรอบกว่า 3 ปีจากพิษโควิด-19 ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 89.1 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2559 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 90.0 จากระดับ 101 ในเดือนก.พ. นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นทำสถิติทรุดตัวลงในเดือนมี.ค.มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ในรอบเกือบ 50 ปี • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังสภาผู้แทนฯสหรัฐไฟเขียวมาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19 ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 มี.ค.) หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติอนุมัติร่างกฎหมายว่าด้วยมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 วงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ซึ่งได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภาก่อนหน้านี้ และหลังจากตลาดปิดทำการ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐก็ได้ลงนามบังคับใช้มาตรการดังกล่าวเป็นกฎหมายแล้ว ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.99% สู่ระดับ 98.3895 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.80 เยน จากระดับ 109.23 เยน, อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9534 ฟรังก์ จากระดับ 0.9622 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3943 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4029 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.1114 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1040

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 25 มีนาคม 2563

• (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดประกาศทำ QE โดยไม่จำกัดวงเงิน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 มี.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศมาตรการรับมือผลกระทบโควิด-19 ซึ่งรวมถึงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) โดยไม่จำกัดวงเงินและเวลา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 111.46 เยน จากระดับ 111.50 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9831 ฟรังก์ จากระดับ 0.9840 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4492 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4522 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0757 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0733 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.1748 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1528 ดอลลาร์ • (+) “มาร์กิต”เผยดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการสหรัฐหดตัวเดือนที่ 2 เซ่นพิษโควิด-19 ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 40.5 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จากระดับ 49.6 ในเดือนก.พ. • (-) สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่ลดลงในเดือนก.พ. แต่ยังสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 4.4% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 765,000 ยูนิต แต่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 750,000 ยูนิต หลังจากแตะระดับ 800,000 ยูนิตในเดือนม.ค. • (-) อินเดียห้ามประชากร 1,300 ล้านคนออกนอกบ้าน เปิดฉากล็อกดาวน์ครั้งใหญ่สุดของโลก นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย

12348

YLG work from home

ตามมาตรการภาครัฐเพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทางกลุ่มบริษัท YLG จึงจัดให้พนักงานบางส่วน work from home ทั้งนี้ลูกค้าทุกท่านสามารถทำการซื้อ-ขาย ทางออนไลน์ และทำธุรกรรมทางการเงิน และบริการรับส่งสินค้า ได้ตามปกติ YLG Bullion 1. ติอต่อเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้า 2. เทรดออนไลน์ www.ylgonline.com ผ่าน Application YLG ONLINE 3. บัญชีออมทอง ผ่าน www.ylggoldsaving.com ติดต่อสอบถาม Line ID : @ylgbullion Facebook : YLG Bullion Call Center : 02 687 9888 YLG Futures 1. ติอต่อเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้า 2.เทรดผ่านโปรแกรมเอง 💻Settrade https://bit.ly/39a7XdB 💻 Mt4 https://bit.ly/3bhYr9C Comex (cqg 💻 COMEX ผ่าน CQG TRADER https://bit.ly/2WyK6l6 3. เปิดบัญชีออนไลน์ www.ylgfutures.co.th ติดต่อสอบถาม Line ID : @ylgfutures Facebook : YLG Futures Call Center : 02 687 9999 YLG Precious สามารถสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้ โดยมีบริการจัดส่งสินค้า และรับสินค้าได้ที่สาขาสำนักงานใหญ่ (สาทร) 1. ติอต่อเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้า 2. สั่งซื้อสินค้าได้ที่ www.ylgprecious.co.th ช่องทางการสั่งซื้อ Line ID : @ylgprecious Facebook : YLG precious Call

ตลาดโกลด์ฟิวเจอร์สคึกคักด้วยระบบเทรด MT4 ชูจุดเด่นเทรดด้วยโรบอตเพิ่มความแม่นยำ

วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เผยปีนี้ตลาดทองคำ – ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำคึกคักทุ่มงบอัพเกรดระบบเทรดโกลด์ฟิวเจอร์สด้วยแพลตฟอร์ม MT4 เสริมประสิทธิภาพรองรับคำสั่งทั้งระบบ Manual และ Robot เพิ่มฟังก์ชั่นส่งคำสั่งบนกราฟ พร้อมฟังก์ชั่นกำหนดจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไรได้ล่วงหน้าได้ทุกคำสั่ง รองรับการขยายเวลาซื้อขายของ TFEX Gold Futures ถึงเวลา 03:00 มั่นใจช่วยเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ปี 2563 ให้ขยับอย่างมีนัยสำคัญ เพราะบริการใหม่รองรับไลฟ์สไตล์นักลงทุนยุคใหม่ นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ในปี 2563 ถือเป็นปีที่ตลาดทองคำมีความคึกคักเนื่องจากปัจจัยบวกหลายด้านจากความไม่แน่นอนทางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกทำให้นักลงทุนหันมาถือสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงเช่นทองคำมากขึ้น ซึ่งความคึกคักนี้ยังได้รวมไปถึงตลาดสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า (Gold Futures) ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น อีกทั้งปี 2563 ประเทศไทยจะมีการเปิดประมูล 5G ซึ่งก็จะสนับสนุนให้ระบบในการซื้อขายถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยล่าสุด YLG ได้พัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการลงทุนใน Gold Futures ด้วยการนำระบบเทรด Metatrader 4 ( MT4) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมทั่วโลกสามารถส่งคำสั่งได้ทั้งระบบการเทรดมือ (Manual Trade) รวมถึงระบบเทรด (System Trading) หรือ Robot Trading โดยผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการเขียนภาษาคอมพิวเตอร์ หรือ Coding ระบบ YLG MT4 มีฟังก์ชั่นเสริม YLG Smart Port ให้สามารถเลือกระบุค่าตัวแปรในตัวชี้วัดทางเทคนิคต่างๆที่เตรียมรองรับไว้ สามารถทดสอบระบบเทรดย้อนหลังได้ทันที โดยระบบ MT4 มีเครื่องมือหลายอย่างที่จะช่วยนักลุงทุนทั้ง การส่งคำสั่งบนกราฟได้ (Trade on Chart) สำหรับการเทรดแบบ Manual โดยไม่ต้องเปลี่ยนหน้าจอสลับไปมา รวมถึงสามารถบริหารความเสี่ยง ด้วยการตั้งจุดตัดขาดทุน ( Stop Loss) และจุดทำกำไร (Take Profit) ได้ แม้เป็นคำสั่งที่ส่งไปรอไว้แต่ยังไม่เกิดการซื้อขายจริง ซึ่งฟังก์ชั่นนี้ถือว่ามีความสำคัญ สามารถรองรับการขยายเวลาซื้อขายของ

“วายแอลจี “พลิกโฉมร้านทอง เดินหน้าขาย “ออนไลน์” ส่งถึงบ้าน

วายแอลจี พรีเชียส ตอบโจทย์กระแสบริโภคยุคดิจิทัล พลิกโฉมร้านคเาทองแบบดั้งเดิมสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ขายทองคำแท่งทุกขนาดน้ำหนัก ทองรูปพรรณ แผ่นทองคำ และจิวเวลลี่ ตลอด 24 ชั่วโมงพร้อมจัดส่งถึงบ้านฟรีทั่วประเทศ ฐิภา นววัฒนทรัพย์ กรรมการบริษัท วายแอลจี พรีเชีนส จำกัด ผู้ผลิตและจำจำหน่าย ทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ และจิวเวลลี่ มากกว่า 30 ปี เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น ผลักดันให้เกิดช่องทางการค้าขายใหม่ๆ โดยเฉพาะการค้าออนไลน์ที่เข้ามาสร้างประสบการณ์การช็อปปอ้งรูปแบบใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ซื้อสินค้า ขณะเดียวกัน ระบบการชำระเงินได้ถูกพัฒนาให้มีความนาเชื่อถือ คุ้มครองความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งาน รวมถึงมีระบบการขนส่งสินค้าที่สะดวกและรวดเร็ว ปัจจัยเหล่านี้ ส่งผลให้ตลาดค้าออนไลน์หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์(อี-คอมเมิร์ซ) เติบโตต่อเนื่องและได้เข้ามาชิงส่วนแบ่งจากการค้าแบบดั้งเดิมมากขึ้น ดังนั้น วายแอลจี พรีเชีนส ภายใต้ กลุ่มบริาัทวายแอลจี จึงมีแนวคิดยกร้านทองขึ้นมาไว้บนแพรตฟอร์มออนไลน์ โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบราคาทองคำได้ในแบบเรียลไทม์ และซื้อทองคำได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยราคาขายที่อิงราคาจกตลาดโลก ผ่านช่องทาง อี-คอมเมิร์ซ www.ylgprecious.co.th ทั้งนี้ วายแอลจี มีผลิตภัณฑ์ทอให้เลือกหลากหลาย ทั้งที่เป็นทองคำแท่ง 99.99% และ 96.5% ทุกขนาดน้ำหนัก ทองรูปพรรณ 99.99% และ 96.5% แผ่นทองคำ 99.99% และ จอวเวลลี่ ขณะที่ข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมมางอิเล็กทรอนอกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ เอตด้า พบว่า ผู้ใช้งานอินเตอร์เนตในปัจจุบันมีมากถึง 45.2 ล้านคน เติบโตขึ้นจากปี 2552 ที่มีเพียง 16.1 ล้านคน และคาดว่าตลาดอี-คอมเมิร์ซ ในปี 2562 นี้จะเติบโตขึ้นจากปีก่อนอีก 20% หรือมีมูลค่าแตะ 3.8 ล้านล้านบาท และในอนาคตยังมีโอกาสเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ” วายแอลจี มอง่าตลาดอี-คอมเมิร์ซน่าจะเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจร้านค้าทองที่จะเข้าไปสร้างประสบการณ์การซื้อทองคำได้อีกรูปแบบหนึ่งให้แก่ทั้งนักออมหรือนักลงทุนในทองคำแท่ง และลูกค้าที่ต้องการซื้อทองรูปพรรณก็มีให้เลือกหลากหลาย”ฐิภา กล่าว สำหรับ วายแอลจี เป็นสมาชิกสมาคมทองคำ, หอการค้าไทย และสมาชิกสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีแลพเครื่องแระดับแห่งชาติ (องค์กรมหาชน)(GIT)ดำเนินธุรกิจค้าทองคำมานานหลายสิบปีึงเป็นที่ยอมรับและได้รับความน่าเชื่อถือมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน โดยการเปิดช่องทางอี-คอมเมร์ซ จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่บริษัททองเห็นถึงเทรนด์การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีที่เข้าท่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานมากชึ้น LINE TODAY

1239

View-worthy Analysis Report

เDive deep into everything
you need to know with help from our professionals

Read More