News

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 20 สิงหาคม 2563

• (+) สหรัฐแจ้งยุติข้อตกลง 3 ฉบับต่อฮ่องกงอย่างเป็นทางการ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า ทางกระทรวงได้แจ้งฮ่องกงเมื่อวานนี้ว่า สหรัฐได้ระงับหรือยกเลิกข้อตกลงระดับทวิภาคี 3 ฉบับกับฮ่องกงหลังจากที่จีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง การยุติข้อตกลงดังกล่าวตามหลังคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐในเดือนที่ผ่านมาในการยุติสถานะพิเศษของฮ่องกงภายใต้กฎหมายสหรัฐ เพื่อลงโทษจีนสำหรับสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น “การดำเนินการกดขี่” ฮ่องกง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุในแถลงการณ์ว่า ข้อตกลงที่สิ้นสุดลงได้ครอบคลุม “ข้อตกลงการส่งตัวผู้กระทำความผิดที่หลบหนี, การส่งตัวบุคคลที่ถูกตัดสินโทษ และการยกเว้นภาษีต่อรายได้ที่มาจากการดำเนินงานของเรือระหว่างประเทศ” • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 85.19 จุด หลังรายงานประชุมชี้เฟดกังวลแนวโน้มศก. ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (19 ส.ค.) หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่มีความกังวลว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะทำให้เศรษฐกิจเผชิญกับความเสี่ยงสูง พร้อมกับเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ ในขณะที่ทำเนียบขาวและสภาคองเกรสยังไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการออกมาตรการดังกล่าวจนถึงขณะนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,692.88 จุด ลดลง 85.19 จุด หรือ -0.31% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,374.85 จุด ลดลง 14.93 จุด หรือ -0.44% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,146.46 จุด ลดลง 64.38 จุด หรือ -0.57% • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดเผยรายงานประชุม ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (19 ส.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมเดือนก.ค. ซึ่งระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจ เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงมาก ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.90 เยน จากระดับ 105.39 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9136 ฟรังก์ จากระดับ 0.9028 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3186 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3158

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 17 สิงหาคม 2563

• (+) สหรัฐคุมเข้มมาตรการจำกัดหวังสกัด”Huawei”เข้าถึงเทคโนโลยี, ชิพ เมื่อวานนี้คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐประกาศว่า จะคุมเข้มมาตรการจำกัดต่อ Huawei Technologies Co โดยตั้งเป้าสกัดกั้นการเข้าถึงชิพเชิงพาณิชย์ของ Huawei การดำเนินของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐขยายการจำกัดที่ประกาศในเดือนพ.ค.ซึ่งมุ่งหวังป้องกัน Huawei จากการได้รับเซมิคอนดักเตอร์โดยปราศจากใบอนุญาตพิเศษ ซึ่งรวมถึงชิพที่ผลิตโดยบริษัทต่างๆชาติที่พัฒนาหรือผลิตด้วยซอฟต์แวร์หรือเทคโนโลยีของสหรัฐ คณะบริหารสหรัฐยังเพิ่มรายชื่อบริษัทในเครือของ Huawei จำนวน 38 แห่งใน 21 ประเทศในบัญชีดำทางเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐ ทำให้รวมทั้งหมดเป็น 152 แห่งนับตั้งแต่ Huawei ถูกขึ้นบัญชีดำเป็นแห่งแรกในเดือนพ.ค.ปี 2019 • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังสหรัฐเผยข้อมูลศก.ผันผวน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 ส.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวน ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมเดือนก.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.25% แตะที่ 92.8591 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 106.03 เยน จากระดับ 106.55 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9063 ฟรังก์ จากระดับ 0.9093 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3196 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3256 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1864 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1837 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3101 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3090 ดอลลาร์ • (+) จีนร้องแคนาดาปล่อยตัว CFO “หัวเว่ย” ทันที ชี้เป็นการละเมิดสิทธิพลเมืองจีน โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ประกาศในวันนี้ว่า ทางการจีนต้องการให้แคนาดาปล่อยตัวนางเมิ่ง หว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) ของบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ โดยทันที

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 17 สิงหาคม 2563

• (+) “ทรัมป์” ลงนามคำสั่งบริหารให้ขาย “TikTok” ภายใน 90 วัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐลงนามคำสั่งบริหารกำหนดให้บริษัท ByteDance ของจีนขายธุรกิจแอพพลิเคชั่นแบ่งปันวิดีโอ “TikTok” ในสหรัฐภายใน 90 วันข้างหน้า ปธน.ทรัมป์ระบุว่า “มีหลักฐานที่น่าเหลือเชื่อที่ทำให้ผมเชื่อว่า ByteDance อาจดำเนินการที่เสี่ยงต่อการบั่นทอนความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ” ในทางตรงกันข้าม กระทรวงการต่างประเทศของจีนยืนยันว่า ประเด็น “TikTok” ไม่ใช่เรื่องความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐและคำสั่งดังกล่าว “เป็นการกดขี่บริษัทต่างชาติโดยปราศจากหลักฐานและไม่มีเหตุผล” • (+) ส่องพอร์ต “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ชี้เทขายหุ้นแบงก์ เพิ่มถือหุ้นเหมืองทองคำ บริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ อิงค์ของนายวอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนระดับตำนานของโลกได้เปิดเผยในวันศุกร์ (14 ส.ค.) ว่า บริษัทได้ปรับลดการลงทุนในหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐ โดยลดการถือหุ้นในธนาคารเวลส์ ฟาร์โก และเจพีมอร์แกน เชส ขณะที่ขายหุ้นที่ถืออยู่ในโกลด์แมน แซคส์ ทั้งนี้ ในรายงานที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐซึ่งเปิดเผยรายละเอียดการลงทุนในไตรมาส 2 ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมาบ่งชี้ว่า เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ได้เข้าลงทุนครั้งใหม่ด้วยการซื้อหุ้นของบริษัทบาร์ริค โกลด์ คอร์ปของแคนาดา จำนวน 20.9 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าการลงทุนราว 563.5 ล้านดอลลาร์ และคิดเป็นสัดส่วนการลงทุนราว 0.3% ของพอร์ตการลงทุนของเบิร์กเชียร์ โดยบาร์ริค โกลด์ เป็นหนึ่งในบริษัทเหมืองทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก ผิดหวังยอดค้าปลีกสหรัฐเพิ่มน้อยกว่าคาด ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายดอลลาร์ออกมา หลังผิดหวังกับการเปิดเผยข้อมูลยอดค้าปลีกเดือนก.ค.ของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.26% สู่ระดับ 93.0957 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยนที่ระดับ 106.55 เยน จากระดับ 106.90 เยน และดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9093 ฟรังก์

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 10 สิงหาคม 2563

• (+) วิตกโควิดหนุนกองทุน ETF ทั่วโลกถือครองทองคำทำนิวไฮช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ สภาทองคำโลก (WGC) เปิดเผยข้อมูลบ่งชี้ว่า กองทุน ETF ที่ลงทุนในทองคำทั่วโลก เพิ่มการซื้อทองคำอีก 166 ตันในเดือนก.ค. ส่งผลให้การถือครองทองคำของกองทุน ETF ทั่วโลกแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ 3,758 ตันในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบของโรคโควิด-19 ทำให้นักลงทุนพากันเข้าลงทุนในผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เกี่ยวกับทองคำซึ่งถือเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย โดยส่วนใหญ่ได้แก่การลงทุนในกองทุน ETF ทองคำ WGC ระบุว่า ณ สิ้นเดือนก.ค. กองทุน ETF ทองคำทั่วโลกเพิ่มการซื้อทองคำสุทธิเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน กองทุน ETF ทองคำได้ซื้อทองคำสุทธิเพิ่มขึ้นสู่ราว 899 ตัน ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมของการเข้าซื้อสุทธิต่อปีที่ 646 ตันที่ทำไว้ในปี 2552 • (+) จีนวอนสหรัฐหยุดขายอาวุธให้ไต้หวัน ยันทำสัมพันธ์ร้าวฉาน-สั่นคลอนสันติภาพ นายวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเปิดเผยว่า จีนได้เรียกร้องให้สหรัฐยุติการขายอาวุธและการติดต่อทางการทหารกับไต้หวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐ รวมถึงสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันให้ร้าวลึกยิ่งขึ้น สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายวังแสดงความคิดเห็นในการแถลงข่าวเกี่ยวกับรายงานที่ระบุว่า สหรัฐมีแผนที่จะขายอาวุธให้ไต้หวันอีกครั้ง • (+) “TikTok” เล็งฟ้องรัฐบาลสหรัฐสัปดาห์หน้า หลัง”ทรัมป์”สั่งแบน ติ๊กต็อก (TikTok) วางแผนที่จะยื่นเรื่องฟ้องรัฐบาลสหรัฐในสัปดาห์หน้า ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามคำสั่งบริหารเพื่อแบนติ๊กต็อกและวีแชท ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นชื่อดังของจีน เนชั่นแนล พับลิค เรดิโอ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ติ๊กต็อกเตรียมที่จะยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐอย่างเร็วที่สุดในวันอังคารที่จะถึงนี้ รวมทั้งชี้แจงว่า การดำเนินการของทรัมป์ขัดกับรัฐธรรมนูญ เนื่องจากทรัมป์ไม่ได้เปิดโอกาสให้บริษัทได้ชี้แจง และการดำเนินการโดยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคงของสหรัฐก็ถือเป็นเรื่องที่ไร้ซึ่งข้อมูลสนับสนุน • (-) สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตรมากเกินคาดในก.ค. แต่ต่ำกว่าเดือนมิ.ย. กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.763 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.48 ล้านตำแหน่ง แต่ต่ำกว่าระดับ 4.791 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 10.2% โดยต่ำกว่าระดับ

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 4 สิงหาคม 2563

• (+) “ทรัมป์”ชี้สหรัฐควรได้รับสัดส่วนจำนวนมากของราคาขายกิจการ”TikTok” เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐระบุว่า รัฐบาลสหรัฐควรได้รับ “สัดส่วนจำนวนมาก” ของราคาขายกิจการในสหรัฐของแอพพลิเคชั่น “TikTok” และเตือนว่า เขาจะสั่งห้ามการให้บริการดังกล่าวในสหรัฐในวันที่ 15 ก.ย.หากปราศจากการขายธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เมื่อวันศุกร์ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เขาวางแผนห้ามการดำเนินงานในสหรัฐของ “TikTok” ของจีนในวันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นอย่างเร็วหลังมองข้ามความเป็นไปได้ในการขายธุรกิจแก่ Microsoft สื่อมวลชนรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า นักลงทุนบางส่วนประเมินมูลค่า “TikTok” ที่ราว 5 หมื่นล้านดอลลาร์ • (+) สหรัฐเผยการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างต่ำสุดรอบ 1 ปีในเดือนมิ.ย. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างลดลง 0.7% สู่ระดับ 1.355 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว หลังจากร่วงลง 1.7% ในเดือนพ.ค. โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือนมิ.ย. • (+) “มาร์กิต”เผยดัชนี PMI ภาคการผลิตสหรัฐขยายตัวครั้งแรกรอบ 5 เดือนในก.ค. ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 50.9 ในเดือนก.ค. จากระดับ 49.8 ในเดือนมิ.ย. • (-) ISM เผยดัชนีภาคการผลิตสหรัฐพุ่งนิวไฮรอบกว่า 1 ปีในเดือนก.ค. ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 54.2 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีที่แล้ว จากระดับ 52.6 ในเดือนมิ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 53.6 • (-) Eli Lilly เผยกำลังทดสอบยาต้านไวรัสโควิด-19 ในเฟสสุดท้าย Eli Lilly & Co ซึ่งเป็นบริษัทยาของสหรัฐ แถลงในวันนี้ว่า ทางบริษัทกำลังเริ่มต้นทดสอบยา LY-CoV555 ในเฟสสุดท้าย ทั้งนี้ Eli Lilly

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 3 สิงหาคม 2563

• (+) “ฟิทช์”ลดแนวโน้มเครดิตสหรัฐสู่เชิงลบ เหตุพิษโควิดทำขาดดุลการคลังเพิ่ม ฟิทช์ เรทติ้ง ปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AAA ของสหรัฐลงสู่ “เชิงลบ” จากเดิม “มีเสถียรภาพ” โดยระบุถึงความแข็งแกร่งด้านเครดิตที่ลดลง ซึ่งรวมถึงยอดขาดดุลการคลังที่เพิ่มขึ้นซึ่งเกิดจากการรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจของโรคโควิด-19 ฟิทช์ระบุว่า ทิศทางนโยบายการคลังของสหรัฐในอนาคตนั้นบางส่วนจะขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสภาคองเกรสสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีนี้ พร้อมทั้งเตือนว่า มีความเสี่ยงที่ภาวะชะงักงันด้านนโยบายอาจจะดำเนินต่อไป ฟิทช์เปิดเผยว่า หนี้สินและยอดขาดดุลงบประมาณซึ่งเพิ่มขึ้นอยู่แล้วก่อนเกิดโรคโควิด-19 ระบาดนั้น ได้เริ่มลดความแข็งแกร่งด้านเครดิตของสหรัฐ ฟิทช์คาดการณ์ว่า หนี้สินของรัฐบาลสหรัฐจะสูงเกิน 130% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ภายในปี 2564 โดยหนี้สินของสหรัฐอยู่ที่ระดับสูงที่สุดในบรรดาประเทศที่ฟิทช์จัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AAA • (+) โพลชี้ชาวอเมริกัน 2 ใน 3 ไม่พอใจแนวทางรับมือโควิด-19 ของ “ทรัมป์” สำนักข่าวซินหัวรายงานผลการสำรวจความคิดเห็นชาวสหรัฐจากสำนักข่าวเอบีซีนิวส์และ Ipsos ซึ่งระบุว่า มีประชาชนเพียง 34% ที่ยอมรับผลงานการรับมือกับโควิด-19 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผลสำรวจชี้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่พอใจมาตรการรับมือหรือแนวทางการจัดการภาวะวิกฤตในยุคของปธน.ทรัมป์หลายอย่าง ซึ่งรวมถึงการประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับนายจอร์จ ฟรอยด์ ที่บานปลายจนเกิดเหตุรุนแรงทั่วประเทศ โดยมีประชาชนราว 36% เท่านั้นที่พอใจการรับมือของรัฐบาล ด้านประชาชน 52% ระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางในเมืองต่าง ๆ ต่อกลุ่มผู้ประท้วงยิ่งทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลง อนึ่ง ผลสำรวจของสำนักข่าวเอบีซีนิวส์และ Ipsos ได้ทำการสอบถามประชาชน 730 คน ในช่วงระหว่างวันที่ 29-30 ก.ค. • (+) สหรัฐยังวืดข้อตกลงเยียวยาเศรษฐกิจฉบับใหม่ ขณะเงินช่วยคนตกงานหมดอายุแล้ว สมาชิกสภาของพรรครีพับลิกันและเดโมแครตยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการเยียวยารอบใหม่เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโรคโควิด-19 ได้ ในขณะที่มาตรการให้เงินช่วยเหลือพิเศษ 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์กับชาวอเมริกันที่ตกงานราว 30 ล้านคนนั้น ได้หมดอายุลงแล้วในวันศุกร์ (31 ก.ค.) ทั้งสองพรรคดูเหมือนยังคงมีความขัดแย้งกันอย่างมาก โดยเฉพาะในประเด็นการขยายมาตรการให้ความช่วยเหลือคนว่างงาน และทั้งสองพรรคต่างก็โทษกันว่าเป็นความผิดของอีกฝ่ายที่ทำให้ไม่สามารถทำข้อตกลงกันได้ • (+) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่ำกว่าคาดในเดือนก.ค. ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 72.5 ในเดือนก.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 72.7 จากระดับ 78.1 ในเดือนมิ.ย.

12371

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 20 สิงหาคม 2563

• (+) สหรัฐแจ้งยุติข้อตกลง 3 ฉบับต่อฮ่องกงอย่างเป็นทางการ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า ทางกระทรวงได้แจ้งฮ่องกงเมื่อวานนี้ว่า สหรัฐได้ระงับหรือยกเลิกข้อตกลงระดับทวิภาคี 3 ฉบับกับฮ่องกงหลังจากที่จีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง การยุติข้อตกลงดังกล่าวตามหลังคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐในเดือนที่ผ่านมาในการยุติสถานะพิเศษของฮ่องกงภายใต้กฎหมายสหรัฐ เพื่อลงโทษจีนสำหรับสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น “การดำเนินการกดขี่” ฮ่องกง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุในแถลงการณ์ว่า ข้อตกลงที่สิ้นสุดลงได้ครอบคลุม “ข้อตกลงการส่งตัวผู้กระทำความผิดที่หลบหนี, การส่งตัวบุคคลที่ถูกตัดสินโทษ และการยกเว้นภาษีต่อรายได้ที่มาจากการดำเนินงานของเรือระหว่างประเทศ” • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 85.19 จุด หลังรายงานประชุมชี้เฟดกังวลแนวโน้มศก. ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (19 ส.ค.) หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่มีความกังวลว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะทำให้เศรษฐกิจเผชิญกับความเสี่ยงสูง พร้อมกับเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ ในขณะที่ทำเนียบขาวและสภาคองเกรสยังไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการออกมาตรการดังกล่าวจนถึงขณะนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,692.88 จุด ลดลง 85.19 จุด หรือ -0.31% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,374.85 จุด ลดลง 14.93 จุด หรือ -0.44% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,146.46 จุด ลดลง 64.38 จุด หรือ -0.57% • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดเผยรายงานประชุม ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (19 ส.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมเดือนก.ค. ซึ่งระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจ เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงมาก ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.90 เยน จากระดับ 105.39 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9136 ฟรังก์ จากระดับ 0.9028 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3186 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3158

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 17 สิงหาคม 2563

• (+) สหรัฐคุมเข้มมาตรการจำกัดหวังสกัด”Huawei”เข้าถึงเทคโนโลยี, ชิพ เมื่อวานนี้คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐประกาศว่า จะคุมเข้มมาตรการจำกัดต่อ Huawei Technologies Co โดยตั้งเป้าสกัดกั้นการเข้าถึงชิพเชิงพาณิชย์ของ Huawei การดำเนินของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐขยายการจำกัดที่ประกาศในเดือนพ.ค.ซึ่งมุ่งหวังป้องกัน Huawei จากการได้รับเซมิคอนดักเตอร์โดยปราศจากใบอนุญาตพิเศษ ซึ่งรวมถึงชิพที่ผลิตโดยบริษัทต่างๆชาติที่พัฒนาหรือผลิตด้วยซอฟต์แวร์หรือเทคโนโลยีของสหรัฐ คณะบริหารสหรัฐยังเพิ่มรายชื่อบริษัทในเครือของ Huawei จำนวน 38 แห่งใน 21 ประเทศในบัญชีดำทางเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐ ทำให้รวมทั้งหมดเป็น 152 แห่งนับตั้งแต่ Huawei ถูกขึ้นบัญชีดำเป็นแห่งแรกในเดือนพ.ค.ปี 2019 • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังสหรัฐเผยข้อมูลศก.ผันผวน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 ส.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวน ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมเดือนก.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.25% แตะที่ 92.8591 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 106.03 เยน จากระดับ 106.55 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9063 ฟรังก์ จากระดับ 0.9093 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3196 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3256 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1864 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1837 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3101 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3090 ดอลลาร์ • (+) จีนร้องแคนาดาปล่อยตัว CFO “หัวเว่ย” ทันที ชี้เป็นการละเมิดสิทธิพลเมืองจีน โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ประกาศในวันนี้ว่า ทางการจีนต้องการให้แคนาดาปล่อยตัวนางเมิ่ง หว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) ของบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ โดยทันที

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 17 สิงหาคม 2563

• (+) “ทรัมป์” ลงนามคำสั่งบริหารให้ขาย “TikTok” ภายใน 90 วัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐลงนามคำสั่งบริหารกำหนดให้บริษัท ByteDance ของจีนขายธุรกิจแอพพลิเคชั่นแบ่งปันวิดีโอ “TikTok” ในสหรัฐภายใน 90 วันข้างหน้า ปธน.ทรัมป์ระบุว่า “มีหลักฐานที่น่าเหลือเชื่อที่ทำให้ผมเชื่อว่า ByteDance อาจดำเนินการที่เสี่ยงต่อการบั่นทอนความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ” ในทางตรงกันข้าม กระทรวงการต่างประเทศของจีนยืนยันว่า ประเด็น “TikTok” ไม่ใช่เรื่องความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐและคำสั่งดังกล่าว “เป็นการกดขี่บริษัทต่างชาติโดยปราศจากหลักฐานและไม่มีเหตุผล” • (+) ส่องพอร์ต “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ชี้เทขายหุ้นแบงก์ เพิ่มถือหุ้นเหมืองทองคำ บริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ อิงค์ของนายวอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนระดับตำนานของโลกได้เปิดเผยในวันศุกร์ (14 ส.ค.) ว่า บริษัทได้ปรับลดการลงทุนในหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐ โดยลดการถือหุ้นในธนาคารเวลส์ ฟาร์โก และเจพีมอร์แกน เชส ขณะที่ขายหุ้นที่ถืออยู่ในโกลด์แมน แซคส์ ทั้งนี้ ในรายงานที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐซึ่งเปิดเผยรายละเอียดการลงทุนในไตรมาส 2 ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมาบ่งชี้ว่า เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ได้เข้าลงทุนครั้งใหม่ด้วยการซื้อหุ้นของบริษัทบาร์ริค โกลด์ คอร์ปของแคนาดา จำนวน 20.9 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าการลงทุนราว 563.5 ล้านดอลลาร์ และคิดเป็นสัดส่วนการลงทุนราว 0.3% ของพอร์ตการลงทุนของเบิร์กเชียร์ โดยบาร์ริค โกลด์ เป็นหนึ่งในบริษัทเหมืองทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก ผิดหวังยอดค้าปลีกสหรัฐเพิ่มน้อยกว่าคาด ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายดอลลาร์ออกมา หลังผิดหวังกับการเปิดเผยข้อมูลยอดค้าปลีกเดือนก.ค.ของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.26% สู่ระดับ 93.0957 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยนที่ระดับ 106.55 เยน จากระดับ 106.90 เยน และดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9093 ฟรังก์

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 10 สิงหาคม 2563

• (+) วิตกโควิดหนุนกองทุน ETF ทั่วโลกถือครองทองคำทำนิวไฮช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ สภาทองคำโลก (WGC) เปิดเผยข้อมูลบ่งชี้ว่า กองทุน ETF ที่ลงทุนในทองคำทั่วโลก เพิ่มการซื้อทองคำอีก 166 ตันในเดือนก.ค. ส่งผลให้การถือครองทองคำของกองทุน ETF ทั่วโลกแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ 3,758 ตันในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบของโรคโควิด-19 ทำให้นักลงทุนพากันเข้าลงทุนในผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เกี่ยวกับทองคำซึ่งถือเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย โดยส่วนใหญ่ได้แก่การลงทุนในกองทุน ETF ทองคำ WGC ระบุว่า ณ สิ้นเดือนก.ค. กองทุน ETF ทองคำทั่วโลกเพิ่มการซื้อทองคำสุทธิเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน กองทุน ETF ทองคำได้ซื้อทองคำสุทธิเพิ่มขึ้นสู่ราว 899 ตัน ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมของการเข้าซื้อสุทธิต่อปีที่ 646 ตันที่ทำไว้ในปี 2552 • (+) จีนวอนสหรัฐหยุดขายอาวุธให้ไต้หวัน ยันทำสัมพันธ์ร้าวฉาน-สั่นคลอนสันติภาพ นายวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเปิดเผยว่า จีนได้เรียกร้องให้สหรัฐยุติการขายอาวุธและการติดต่อทางการทหารกับไต้หวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐ รวมถึงสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันให้ร้าวลึกยิ่งขึ้น สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายวังแสดงความคิดเห็นในการแถลงข่าวเกี่ยวกับรายงานที่ระบุว่า สหรัฐมีแผนที่จะขายอาวุธให้ไต้หวันอีกครั้ง • (+) “TikTok” เล็งฟ้องรัฐบาลสหรัฐสัปดาห์หน้า หลัง”ทรัมป์”สั่งแบน ติ๊กต็อก (TikTok) วางแผนที่จะยื่นเรื่องฟ้องรัฐบาลสหรัฐในสัปดาห์หน้า ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามคำสั่งบริหารเพื่อแบนติ๊กต็อกและวีแชท ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นชื่อดังของจีน เนชั่นแนล พับลิค เรดิโอ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ติ๊กต็อกเตรียมที่จะยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐอย่างเร็วที่สุดในวันอังคารที่จะถึงนี้ รวมทั้งชี้แจงว่า การดำเนินการของทรัมป์ขัดกับรัฐธรรมนูญ เนื่องจากทรัมป์ไม่ได้เปิดโอกาสให้บริษัทได้ชี้แจง และการดำเนินการโดยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคงของสหรัฐก็ถือเป็นเรื่องที่ไร้ซึ่งข้อมูลสนับสนุน • (-) สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตรมากเกินคาดในก.ค. แต่ต่ำกว่าเดือนมิ.ย. กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.763 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.48 ล้านตำแหน่ง แต่ต่ำกว่าระดับ 4.791 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 10.2% โดยต่ำกว่าระดับ

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 4 สิงหาคม 2563

• (+) “ทรัมป์”ชี้สหรัฐควรได้รับสัดส่วนจำนวนมากของราคาขายกิจการ”TikTok” เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐระบุว่า รัฐบาลสหรัฐควรได้รับ “สัดส่วนจำนวนมาก” ของราคาขายกิจการในสหรัฐของแอพพลิเคชั่น “TikTok” และเตือนว่า เขาจะสั่งห้ามการให้บริการดังกล่าวในสหรัฐในวันที่ 15 ก.ย.หากปราศจากการขายธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เมื่อวันศุกร์ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เขาวางแผนห้ามการดำเนินงานในสหรัฐของ “TikTok” ของจีนในวันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นอย่างเร็วหลังมองข้ามความเป็นไปได้ในการขายธุรกิจแก่ Microsoft สื่อมวลชนรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า นักลงทุนบางส่วนประเมินมูลค่า “TikTok” ที่ราว 5 หมื่นล้านดอลลาร์ • (+) สหรัฐเผยการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างต่ำสุดรอบ 1 ปีในเดือนมิ.ย. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างลดลง 0.7% สู่ระดับ 1.355 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว หลังจากร่วงลง 1.7% ในเดือนพ.ค. โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือนมิ.ย. • (+) “มาร์กิต”เผยดัชนี PMI ภาคการผลิตสหรัฐขยายตัวครั้งแรกรอบ 5 เดือนในก.ค. ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 50.9 ในเดือนก.ค. จากระดับ 49.8 ในเดือนมิ.ย. • (-) ISM เผยดัชนีภาคการผลิตสหรัฐพุ่งนิวไฮรอบกว่า 1 ปีในเดือนก.ค. ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 54.2 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีที่แล้ว จากระดับ 52.6 ในเดือนมิ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 53.6 • (-) Eli Lilly เผยกำลังทดสอบยาต้านไวรัสโควิด-19 ในเฟสสุดท้าย Eli Lilly & Co ซึ่งเป็นบริษัทยาของสหรัฐ แถลงในวันนี้ว่า ทางบริษัทกำลังเริ่มต้นทดสอบยา LY-CoV555 ในเฟสสุดท้าย ทั้งนี้ Eli Lilly

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 3 สิงหาคม 2563

• (+) “ฟิทช์”ลดแนวโน้มเครดิตสหรัฐสู่เชิงลบ เหตุพิษโควิดทำขาดดุลการคลังเพิ่ม ฟิทช์ เรทติ้ง ปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AAA ของสหรัฐลงสู่ “เชิงลบ” จากเดิม “มีเสถียรภาพ” โดยระบุถึงความแข็งแกร่งด้านเครดิตที่ลดลง ซึ่งรวมถึงยอดขาดดุลการคลังที่เพิ่มขึ้นซึ่งเกิดจากการรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจของโรคโควิด-19 ฟิทช์ระบุว่า ทิศทางนโยบายการคลังของสหรัฐในอนาคตนั้นบางส่วนจะขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสภาคองเกรสสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีนี้ พร้อมทั้งเตือนว่า มีความเสี่ยงที่ภาวะชะงักงันด้านนโยบายอาจจะดำเนินต่อไป ฟิทช์เปิดเผยว่า หนี้สินและยอดขาดดุลงบประมาณซึ่งเพิ่มขึ้นอยู่แล้วก่อนเกิดโรคโควิด-19 ระบาดนั้น ได้เริ่มลดความแข็งแกร่งด้านเครดิตของสหรัฐ ฟิทช์คาดการณ์ว่า หนี้สินของรัฐบาลสหรัฐจะสูงเกิน 130% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ภายในปี 2564 โดยหนี้สินของสหรัฐอยู่ที่ระดับสูงที่สุดในบรรดาประเทศที่ฟิทช์จัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AAA • (+) โพลชี้ชาวอเมริกัน 2 ใน 3 ไม่พอใจแนวทางรับมือโควิด-19 ของ “ทรัมป์” สำนักข่าวซินหัวรายงานผลการสำรวจความคิดเห็นชาวสหรัฐจากสำนักข่าวเอบีซีนิวส์และ Ipsos ซึ่งระบุว่า มีประชาชนเพียง 34% ที่ยอมรับผลงานการรับมือกับโควิด-19 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผลสำรวจชี้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่พอใจมาตรการรับมือหรือแนวทางการจัดการภาวะวิกฤตในยุคของปธน.ทรัมป์หลายอย่าง ซึ่งรวมถึงการประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับนายจอร์จ ฟรอยด์ ที่บานปลายจนเกิดเหตุรุนแรงทั่วประเทศ โดยมีประชาชนราว 36% เท่านั้นที่พอใจการรับมือของรัฐบาล ด้านประชาชน 52% ระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางในเมืองต่าง ๆ ต่อกลุ่มผู้ประท้วงยิ่งทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลง อนึ่ง ผลสำรวจของสำนักข่าวเอบีซีนิวส์และ Ipsos ได้ทำการสอบถามประชาชน 730 คน ในช่วงระหว่างวันที่ 29-30 ก.ค. • (+) สหรัฐยังวืดข้อตกลงเยียวยาเศรษฐกิจฉบับใหม่ ขณะเงินช่วยคนตกงานหมดอายุแล้ว สมาชิกสภาของพรรครีพับลิกันและเดโมแครตยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการเยียวยารอบใหม่เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโรคโควิด-19 ได้ ในขณะที่มาตรการให้เงินช่วยเหลือพิเศษ 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์กับชาวอเมริกันที่ตกงานราว 30 ล้านคนนั้น ได้หมดอายุลงแล้วในวันศุกร์ (31 ก.ค.) ทั้งสองพรรคดูเหมือนยังคงมีความขัดแย้งกันอย่างมาก โดยเฉพาะในประเด็นการขยายมาตรการให้ความช่วยเหลือคนว่างงาน และทั้งสองพรรคต่างก็โทษกันว่าเป็นความผิดของอีกฝ่ายที่ทำให้ไม่สามารถทำข้อตกลงกันได้ • (+) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่ำกว่าคาดในเดือนก.ค. ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 72.5 ในเดือนก.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 72.7 จากระดับ 78.1 ในเดือนมิ.ย.

12360

YLG work from home

ตามมาตรการภาครัฐเพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทางกลุ่มบริษัท YLG จึงจัดให้พนักงานบางส่วน work from home ทั้งนี้ลูกค้าทุกท่านสามารถทำการซื้อ-ขาย ทางออนไลน์ และทำธุรกรรมทางการเงิน และบริการรับส่งสินค้า ได้ตามปกติ YLG Bullion 1. ติอต่อเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้า 2. เทรดออนไลน์ www.ylgonline.com ผ่าน Application YLG ONLINE 3. บัญชีออมทอง ผ่าน www.ylggoldsaving.com ติดต่อสอบถาม Line ID : @ylgbullion Facebook : YLG Bullion Call Center : 02 687 9888 YLG Futures 1. ติอต่อเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้า 2.เทรดผ่านโปรแกรมเอง 💻Settrade https://bit.ly/39a7XdB 💻 Mt4 https://bit.ly/3bhYr9C Comex (cqg 💻 COMEX ผ่าน CQG TRADER https://bit.ly/2WyK6l6 3. เปิดบัญชีออนไลน์ www.ylgfutures.co.th ติดต่อสอบถาม Line ID : @ylgfutures Facebook : YLG Futures Call Center : 02 687 9999 YLG Precious สามารถสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้ โดยมีบริการจัดส่งสินค้า และรับสินค้าได้ที่สาขาสำนักงานใหญ่ (สาทร) 1. ติอต่อเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้า 2. สั่งซื้อสินค้าได้ที่ www.ylgprecious.co.th ช่องทางการสั่งซื้อ Line ID : @ylgprecious Facebook : YLG precious Call

ตลาดโกลด์ฟิวเจอร์สคึกคักด้วยระบบเทรด MT4 ชูจุดเด่นเทรดด้วยโรบอตเพิ่มความแม่นยำ

วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เผยปีนี้ตลาดทองคำ – ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำคึกคักทุ่มงบอัพเกรดระบบเทรดโกลด์ฟิวเจอร์สด้วยแพลตฟอร์ม MT4 เสริมประสิทธิภาพรองรับคำสั่งทั้งระบบ Manual และ Robot เพิ่มฟังก์ชั่นส่งคำสั่งบนกราฟ พร้อมฟังก์ชั่นกำหนดจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไรได้ล่วงหน้าได้ทุกคำสั่ง รองรับการขยายเวลาซื้อขายของ TFEX Gold Futures ถึงเวลา 03:00 มั่นใจช่วยเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ปี 2563 ให้ขยับอย่างมีนัยสำคัญ เพราะบริการใหม่รองรับไลฟ์สไตล์นักลงทุนยุคใหม่ นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ในปี 2563 ถือเป็นปีที่ตลาดทองคำมีความคึกคักเนื่องจากปัจจัยบวกหลายด้านจากความไม่แน่นอนทางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกทำให้นักลงทุนหันมาถือสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงเช่นทองคำมากขึ้น ซึ่งความคึกคักนี้ยังได้รวมไปถึงตลาดสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า (Gold Futures) ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น อีกทั้งปี 2563 ประเทศไทยจะมีการเปิดประมูล 5G ซึ่งก็จะสนับสนุนให้ระบบในการซื้อขายถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยล่าสุด YLG ได้พัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการลงทุนใน Gold Futures ด้วยการนำระบบเทรด Metatrader 4 ( MT4) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมทั่วโลกสามารถส่งคำสั่งได้ทั้งระบบการเทรดมือ (Manual Trade) รวมถึงระบบเทรด (System Trading) หรือ Robot Trading โดยผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการเขียนภาษาคอมพิวเตอร์ หรือ Coding ระบบ YLG MT4 มีฟังก์ชั่นเสริม YLG Smart Port ให้สามารถเลือกระบุค่าตัวแปรในตัวชี้วัดทางเทคนิคต่างๆที่เตรียมรองรับไว้ สามารถทดสอบระบบเทรดย้อนหลังได้ทันที โดยระบบ MT4 มีเครื่องมือหลายอย่างที่จะช่วยนักลุงทุนทั้ง การส่งคำสั่งบนกราฟได้ (Trade on Chart) สำหรับการเทรดแบบ Manual โดยไม่ต้องเปลี่ยนหน้าจอสลับไปมา รวมถึงสามารถบริหารความเสี่ยง ด้วยการตั้งจุดตัดขาดทุน ( Stop Loss) และจุดทำกำไร (Take Profit) ได้ แม้เป็นคำสั่งที่ส่งไปรอไว้แต่ยังไม่เกิดการซื้อขายจริง ซึ่งฟังก์ชั่นนี้ถือว่ามีความสำคัญ สามารถรองรับการขยายเวลาซื้อขายของ

“วายแอลจี “พลิกโฉมร้านทอง เดินหน้าขาย “ออนไลน์” ส่งถึงบ้าน

วายแอลจี พรีเชียส ตอบโจทย์กระแสบริโภคยุคดิจิทัล พลิกโฉมร้านคเาทองแบบดั้งเดิมสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ขายทองคำแท่งทุกขนาดน้ำหนัก ทองรูปพรรณ แผ่นทองคำ และจิวเวลลี่ ตลอด 24 ชั่วโมงพร้อมจัดส่งถึงบ้านฟรีทั่วประเทศ ฐิภา นววัฒนทรัพย์ กรรมการบริษัท วายแอลจี พรีเชีนส จำกัด ผู้ผลิตและจำจำหน่าย ทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ และจิวเวลลี่ มากกว่า 30 ปี เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น ผลักดันให้เกิดช่องทางการค้าขายใหม่ๆ โดยเฉพาะการค้าออนไลน์ที่เข้ามาสร้างประสบการณ์การช็อปปอ้งรูปแบบใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ซื้อสินค้า ขณะเดียวกัน ระบบการชำระเงินได้ถูกพัฒนาให้มีความนาเชื่อถือ คุ้มครองความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งาน รวมถึงมีระบบการขนส่งสินค้าที่สะดวกและรวดเร็ว ปัจจัยเหล่านี้ ส่งผลให้ตลาดค้าออนไลน์หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์(อี-คอมเมิร์ซ) เติบโตต่อเนื่องและได้เข้ามาชิงส่วนแบ่งจากการค้าแบบดั้งเดิมมากขึ้น ดังนั้น วายแอลจี พรีเชีนส ภายใต้ กลุ่มบริาัทวายแอลจี จึงมีแนวคิดยกร้านทองขึ้นมาไว้บนแพรตฟอร์มออนไลน์ โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบราคาทองคำได้ในแบบเรียลไทม์ และซื้อทองคำได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยราคาขายที่อิงราคาจกตลาดโลก ผ่านช่องทาง อี-คอมเมิร์ซ www.ylgprecious.co.th ทั้งนี้ วายแอลจี มีผลิตภัณฑ์ทอให้เลือกหลากหลาย ทั้งที่เป็นทองคำแท่ง 99.99% และ 96.5% ทุกขนาดน้ำหนัก ทองรูปพรรณ 99.99% และ 96.5% แผ่นทองคำ 99.99% และ จอวเวลลี่ ขณะที่ข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมมางอิเล็กทรอนอกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ เอตด้า พบว่า ผู้ใช้งานอินเตอร์เนตในปัจจุบันมีมากถึง 45.2 ล้านคน เติบโตขึ้นจากปี 2552 ที่มีเพียง 16.1 ล้านคน และคาดว่าตลาดอี-คอมเมิร์ซ ในปี 2562 นี้จะเติบโตขึ้นจากปีก่อนอีก 20% หรือมีมูลค่าแตะ 3.8 ล้านล้านบาท และในอนาคตยังมีโอกาสเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ” วายแอลจี มอง่าตลาดอี-คอมเมิร์ซน่าจะเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจร้านค้าทองที่จะเข้าไปสร้างประสบการณ์การซื้อทองคำได้อีกรูปแบบหนึ่งให้แก่ทั้งนักออมหรือนักลงทุนในทองคำแท่ง และลูกค้าที่ต้องการซื้อทองรูปพรรณก็มีให้เลือกหลากหลาย”ฐิภา กล่าว สำหรับ วายแอลจี เป็นสมาชิกสมาคมทองคำ, หอการค้าไทย และสมาชิกสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีแลพเครื่องแระดับแห่งชาติ (องค์กรมหาชน)(GIT)ดำเนินธุรกิจค้าทองคำมานานหลายสิบปีึงเป็นที่ยอมรับและได้รับความน่าเชื่อถือมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน โดยการเปิดช่องทางอี-คอมเมร์ซ จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่บริษัททองเห็นถึงเทรนด์การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีที่เข้าท่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานมากชึ้น LINE TODAY

1239

View-worthy Analysis Report

เDive deep into everything
you need to know with help from our professionals

Read More