News

นักลงทุนทองคำไม่ควรพลาด! หลังเฟดปิดฉากขึ้นดบ.-ตลาดบอนด์สหรัฐส่งสัญญาณศก.ถดถอย

ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) คงดอกเบี้ย 2.25% – 2.50% ในการประชุมประจำเดือนมี.ค.2019 ตามคาด และส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินในเชิงผ่อนคลาย (Dovish) อย่างมาก โดย Dot Plot บ่งชี้ว่าเฟดจะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยเลยแม้แต่ครั้งเดียวในปีนี้ ( Dot Plot ฉบับก่อนคาดขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ) รวมทั้งจะชะลอการปรับลดงบดุลในเดือนพ.ค. จาก 3 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน เหลือ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน ก่อนที่จะยุติการปรับลดงบดุลในเดือนก.ย. นอกจากนี้เฟดแสดงความกังวลมากขึ้นถึงแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ จึงปรับลดคาดการณ์ GDP สหรัฐปีนี้ลงเหลือ 2.1% จากเดิมคาดขยายตัวที่ระดับ 2.3% และลด GDP ปีหน้าสู่ระดับ 1.9% จากเดิมคาดไว้ที่ 2.0% พร้อมลดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ (PCE) จาก 1.9% ลงมาอยู่ที่ระดับ 1.8% และยังคาดว่าอัตราการว่างงานในปีนี้จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.7% จากเดิมคาดอยู่ที่ระดับ 3.5% หลังนักลงทุนทราบความชัดเจนจากผลการประชุมเฟด ซึ่งเป็นในลักษณะผ่อนคลายอย่างมาก หนุนราคาทองดีดขึ้นแตะบริเวณ 1,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันที่ 21 มี.ค. แต่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้ไม่มากนัก เพราะแนวโน้มผ่อนคลายของเฟดโดยการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบโดยใช้มาตรการ QE ต่อไป เป็นบวกต่อการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง(Risk asset)ด้วยเช่นกัน แม้ว่าเฟดจะแสดงความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ แต่ระยะสั้นตลาดสินทรัพย์เสี่ยงตอบรับเชิงบวกต่อผลการประชุมดันดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกกว่า 200 จุดในวันดังกล่าว จึงทำให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นได้ไม่ไกลนัก ก่อนที่ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกจะกลับมาร่วงอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 22 มี.ค. ด้านตลาดหุ้นสหรัฐ อาทิ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,502.32 จุด ลดลง 460.19 จุด หรือ -1.77% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,800.71 จุด ลดลง 54.17 จุด หรือ -1.90% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,642.67 จุด ลดลง 196.29 จุด

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 25 มีนาคม 2562

• (+) มาร์กิตเผยดัชนี PMI รวมภาคการผลิต-บริการสหรัฐต่ำสุดรอบ 6 เดือนในมี.ค. ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 54.3 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน หลังจากแตะระดับ 55.5 ในเดือนก.พ. การปรับตัวลงของดัชนี PMI ในเดือนมี.ค.ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงาน ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2560 • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 460.19 จุด เหตุนลท.วิตกเศรษฐกิจโลกชะลอตัวหลังเผย PMI ลดลง ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของประเทศต่างๆ ในยุโรปและสหรัฐ ลดลง และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เตือนเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,502.32 จุด ลดลง 460.19 จุด หรือ -1.77% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,800.71 จุด ลดลง 54.17 จุด หรือ -1.90% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,642.67 จุด ลดลง 196.29 จุด หรือ -2.50% • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขณะยูโรร่วงจากวิตกเศรษฐกิจยุโรปชะลอตัว ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.) ขณะที่ยูโรร่วงลงจากความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจยุโรป หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของยูโรโซน เยอรมนี และฝรั่งเศส ลดลง ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9944 ฟรังก์ จากระดับ 0.9937 ฟรังก์ และดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 22 มีนาคม 2562

• (-) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 9,000 ราย สู่ระดับ 221,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจะลดลงสู่ระดับ 225,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว • (-) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาวะธุรกิจมิด-แอตแลนติกสูงกว่าคาดในเดือนมี.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ดีดตัวสู่ระดับ 13.7 ในเดือนมี.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.0 จากระดับ -4.1 ในเดือนก.พ. ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคธุรกิจ ดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.9 จุดในเดือนมี.ค. จากระดับ -2.4 ในเดือนก.พ. แต่ดัชนีความเชื่อมั่นในช่วง 6 เดือนข้างหน้าลดลง 10 จุด สู่ระดับ 21.8 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจสดใส ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 มี.ค.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ลดลงมากกว่าคาด ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงเนื่องจากความกังวลที่ว่า อังกฤษอาจจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แบบไร้ข้อตกลง ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 110.77 เยน จากระดับ 110.62 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9937 ฟรังก์ จากระดับ 0.9900 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3376 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3269 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรอ่อนค่าลงแตะเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1353 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1445 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3075 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3245 ดอลลาร์ • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 20 มีนาคม 2562

• (+) ดอลลาร์อ่อนขณะเทรดเดอร์คาดเฟดแสดงท่าทีเชิงผ่อนคลาย ดอลลาร์ปรับตัวลง เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินต่างๆในวันอังคาร ในขณะที่ความวิตกเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐและคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะแสดงท่าทีเชิงผ่อนคลายในการประชุมสัปดาห์นี้ ถ่วงดอลลาร์ ดัชนีดอลลาร์ร่วงลง 0.15% มาที่ 96.375 โดยอยู่ใกล้จุดต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ที่ทำไว้ในช่วงข้ามคืน นักวิเคราะห์กล่าวว่า เทรดเดอร์จับตามองเฟดซึ่งเริ่มการประชุมกำหนดนโยบาย 2 วันเมื่อวานนี้ เพื่อดูสิ่งบ่งชี้ถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐและดูว่า เฟดจะยืนยันความมุ่งมั่นในนโยบายการเงิน “แบบอดทน” หรือไม่ นักวิเคราะห์กล่าวว่า นักลงทุนจะดูว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายได้ปรับลดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยลงเพียงพอที่จะสอดคล้องกับแผนที่แสดงทัศนะอัตราดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายแต่ละคนสำหรับ 3 ปีข้างหน้าหรือไม่ • (+) สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนม.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนม.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% เช่นกันในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนม.ค. • (+) ผลสำรวจชี้ศก.สหรัฐซบเซาปีนี้,ปีหน้า ถูกกระทบจากศก.โลกอ่อนแอ,สงครามการค้า ผลการสำรวจของ CNBC Fed Survey ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวลงอย่างมากในปีนี้และปีหน้า โดยได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ และความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า ทั้งนี้ ผลสำรวจบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะมีการขยายตัวเพียง 2.3% ในปีนี้ ลดลงจากระดับ 2.44% ที่คาดการณ์ไว้ในเดือนม.ค. หลังจากขยายตัว 3.1% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว นอกจากนี้ ผลสำรวจคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตต่ำกว่า 2% ในปีหน้า ขณะเดียวกัน ผลสำรวจคาดการณ์ว่า การเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะบรรลุข้อตกลงในปีนี้ ผู้ถูกสำรวจจำนวน 60% คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ 14% คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง ผู้ถูกสำรวจยังคาดการณ์ว่า ดัชนี S&P 500 จะดีดตัวสู่ระดับ 2,861 จุดในปีนี้ และ 2,925 จุดในปีหน้า

สัปดาห์นี้! จับตาการประชุมเฟด 19-20 มี.ค.

การประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 มี.ค.ในสัปดาห์นี้ ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.25-2.50% อย่างไรก็ดี นักลงทุนรอสัญญาณบ่งชี้ถึงความชัดเจนเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปี 2019 จากแถลงการณ์ของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด, Economic Projection และ Dot Plot (คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่เฟด)      CME Group ระบุว่า จากการใช้เครื่องมือ FedWatch วิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ พบว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ และคาดว่าจะไม่สามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวในปีนี้      ส่วนความเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ ที่สำรวจโดย Bloomberg คาดว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพียง 1 ครั้งในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะปรับขึ้นในเดือนก.ย.และคาดว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนั้นจะเป็นการสิ้นสุดวงจรดอกเบี้ยขาขึ้นในรอบนี้ ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยนโยบายของเฟดเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.50-2.75% จากเดิมคาดว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายเฟดจะขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.00-3.25% ขณะเดียวกันไม่มีนักเศรษฐศาสตร์คนใดคาดว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมประจำเดือนมี.ค.ที่ถึงนี้      เมื่อปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมา นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ได้แถลงการณ์รอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรส (Testifies) ระบุว่า เฟด “ไม่เร่งรีบในการตัดสินใจ” เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย และได้ส่งสัญญาณชะลอการลดขนาดงบดุล ซึ่งไม่ต่างจากที่เคยส่งสัญญาณไว้มากนัก ส่วนมุมมองทางด้านเศรษฐกิจสหรัฐ มองว่ายังคงแข็งแกร่ง แต่จะเฝ้าติดตามความเสี่ยงต่างๆ และจะอดทนต่อนโยบายเพื่อดูความชัดเจนของแนวโน้มเศรษฐกิจ      เบื้องต้น YLG ประเมินความเป็นไปได้ของผลกระทบต่อราคาทองคำที่อาจเกิดจากการประชุมเฟดประจำเดือน มี.ค. ดังนี้… • หากเฟดส่งสัญญาณนโยบายการเงินที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อาจไม่ส่งผลต่อราคาทองคำมากนัก  • หากเฟดส่งสัญญาณ Dovish tone มากกว่าที่คาด อาจหนุนราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้น • แต่หากเฟดมีท่าทีในเชิง Dovish tone น้อยกว่าคาด หรือ ยังคงมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง รวมทั้งคาดการณ์ถึงการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งเท่าเดิมในปีนี้ จะช่วยหนุนดอลลาร์และเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำได้ YLG Research ที่มา : Bloomberg, cmegroup,

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 19 มีนาคม 2562

• (+)สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านทรงตัวในเดือนมี.ค. สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านทรงตัวที่ระดับ 62 ในเดือนมี.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 2 เดือนติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวลงของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ รวมทั้งการลดลงของอัตราว่างงาน และการขยายตัวของการจ้างงานที่แข็งแกร่ง นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 63 ในเดือนมี.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นยังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงมุมมองโดยทั่วไปที่เป็นบวก • (+) สัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยบ่งชี้นักลงทุนคาดเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ดี นักลงทุนรอการส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้จากการประชุมกำหนดนโยบายการเงินครั้งนี้ CME Group ระบุว่า จากการใช้เครื่องมือ FedWatch วิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐ พบว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 0% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ • (+) ดอลล์อ่อนเทียบค่าเงินหลัก ขณะนลท.จับตาประชุมเฟดสัปดาห์นี้ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (18 มี.ค.) ก่อนที่การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีขึ้นในวันที่ 19-20 มี.ค.นี้ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 111.40 เยน จากระดับ 111.49 เยน ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1337 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1320 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3251 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3285 ดอลลาร์ • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 65.23 จุด รับแรงซื้อหุ้นแบงก์,เทคโนโลยี ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (18 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นในกรอบจำกัด เนื่องจากการร่วงลงของหุ้นโบอิ้งและหุ้นเฟซบุ๊กเป็นปัจจัยฉุดตลาด ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,914.10 จุด เพิ่มขึ้น 65.23 จุด หรือ

1585960616271

ทองพุ่งแตะ 1,266 $/Oz. รับดอลล์อ่อนหุ้นร่วง

ทองพุ่งแตะ 1,266 $/Oz. รับดอลล์อ่อนหุ้นร่วง หลังเฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดบ.ปีหน้า-กังวลชัตดาวน์สหรัฐฯ      “ราคาทองคำพุ่งขึ้นวานนี้ (20 ธ.ค.2018) แตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,266.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปิดการซื้อขายบริเวณ 1,259.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 17 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากวันก่อนหน้า” โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนทั้งจากปัจจัยต่างๆ อาทิ 1. นักลงทุนคลายวิตกเกี่ยวกับปัญหางบประมาณสำหรับปี 2019 ของอิตาลีที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน หลังจากวันที่ 19 ธ.ค.2018 รัฐบาลอิตาลีและสหภาพยุโรป(EU) สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับงบประมาณประจำปี 2019 ของอิตาลีได้แล้วหลังอิตาลียอมลดตัวเลขขาดดุลในปีหน้าสู่ระดับ 2.04% ของจีดีพี (จากเดิมรัฐบาลอิตาลีตั้งเป้าหมายขาดดุลงบประมาณปีหน้าไว้ที่ 2.40% ของจีดีพี) ทำให้อิตาลีรอดพ้นจากการถูกลงโทษจากคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ส่งผลให้ยูโรฟื้นตัวขึ้นและกดดันดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ 2. การประชุมประจำวันที่ 18-19 ธ.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในปี 2019 เมื่อพิจารณา Dot Plot ล่าสุดจะเห็นว่าเจ้าหน้าที่เฟดได้ปรับลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2019 ลงเหลือเพียง 2 ครั้งจากเดิมที่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง ทำให้ค่ามัธยฐานของการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในหมู่เจ้าหน้าที่ผู้กำหนดนโยบายของเฟด หรือที่รู้จักกันในนามว่า “อัตราดอกเบี้ยระดับที่เป็นกลาง” ในระยะยาวลดลงสู่ระดับ 2.75% จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ในเดือนก.ย.ที่ระดับ 3% ขณะที่ทางด้านรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจ(Economic Projections) เฟดได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐในปีนี้ สู่ระดับ 3.0% จากเดิมที่ 3.1% และปรับลดตัวเลขคาดการณ์ในปีหน้าสู่ระดับ 2.3% จากเดิมที่ 2.5% 3. ตลาดหุ้นของสหรัฐร่วงลงต่อเนื่อง วานนี้(20 ธ.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 22,859.60 จุด ร่วงลง 464.06 จุด หรือ -1.99% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,467.42 จุด ลดลง 39.54 จุด หรือ -1.58% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,528.41 จุด ลดลง 108.42 จุด หรือ

ลุ้นผลประชุมเฟดสัปดาห์นี้ ชี้ชะตาราคาทองคำส่งท้ายปีจอ

จับตาการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน(FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18-19 ธ.ค. 2018 (จะทราบผลกลางดึกคืนวันพุธ)      การประชุมครั้งนี้จะมีแถลงการณ์จากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด และ Economic Projection รวมถึงคาดการณ์ Dot Plot ฉบับใหม่จากเจ้าหน้าที่เฟด ( Dot Plot ฉบับก่อนหน้าในเดือนก.ย.เจ้าหน้าที่เฟดคาดการณ์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2019 จำนวน 3 ครั้ง)      ล่าสุด (18 ธ.ค.2018) เมื่อพิจารณาจาก CME Group โดยใช้เครื่องมือ FedWatch วิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ พบว่า นักลงทุนคาดการณ์ถึงโอกาสเกือบ 70% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 2.00-2.25% สู่ระดับ 2.25-2.50% ซึ่งจะเป็นครั้ง 4 ของปี 2018 และคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกเพียง 1 ครั้งในปี 2019 จึงสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนคาดหวังว่าเฟดจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย      ขณะที่ปธน.ทรัมป์ คัดค้านการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (17 ธ.ค.2018) ผ่านการทวีตข้อความว่า “It is incredible that with a very strong dollar and virtually no inflation, the outside world blowing up around us, Paris is burning and China way down, the Fed is even considering yet another interest rate

ระดับดอกเบี้ยเฟด “ที่เป็นกลาง” คืออะไร?

“อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดอยู่ต่ำกว่าเพียงเล็กน้อยจากระดับที่เป็นกลาง (The central bank’s benchmark interest rate is just below neutral)” นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) กล่าวเมื่อ 28 พ.ย. ที่ผ่านมา      ความเห็นของประธานเฟดสอดคล้องกับ นายริชาร์ด แคลริดา รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเขาระบุว่า ตลอดเวลาเกือบ 3 ปีที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ได้ทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของเฟดใกล้ถึงระดับที่เป็นกลาง โดยนายแคลริดาตั้งข้อสังเกตว่า สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยระยะยาวอยู่ที่ระดับ 3% ทั้งนี้ นายแคลริดาเป็นเจ้าหน้าที่เฟดรายที่ 2 ต่อจากนายราฟาเอล บอสติค ประธานเฟดสาขาแอตแลนตา ที่ระบุว่า เฟดใกล้ถึงระดับอัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลางแล้ว      นักลงทุนบางท่านอาจเกิดความสังสัยว่า “ระดับดอกเบี้ยที่เป็นกลาง” คือระดับใด? = ระดับดอกเบี้ยที่ถือว่าเป็นกลางจะไม่กระตุ้นหรือชะลอการขยายตัวของเศรษฐกิจ ในขณะที่เฟดกำลังเดินหน้าที่จะปรับระดับดอกเบี้ยกลับคืนสู่สภาวะปกติ (normalization) หลังจากที่ดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อที่จะแก้วิกฤติการเงินที่เกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ 2007-2009      แม้จะไม่สามารถระบุตัวเลขที่แน่นอนได้ ว่าระดับใดคือระดับดอกเบี้ยที่เป็นกลาง เพราะเจ้าหน้าที่เฟดเองก็ยังถกเถียงกันว่าระดับใดคือระดับที่เหมาะสม ขณะที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ระบุเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ไม่ได้มีการกำหนดนโยบายล่วงหน้าว่าอัตราดอกเบี้ยควรอยู่ในระดับใด แต่จะทำการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินสอดคล้องกับภาวะทางเศรษฐกิจ และสภาวะทางการเงินที่แท้จริง อย่างไรก็ดี Bloomberg รายงานคาดการณ์ระดับดอกเบี้ยที่เป็นกลางในช่วง 2.50-3.50%      ขณะที่ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดอยู่ที่ 2.00-2.25% และตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ในเดือนธ.ค.ปีนี้ สู่ระดับ 2.25-2.50% นั่นหมายความว่าอัตราดอกเบี้ยของเฟดใกล้เข้าสู่ระดับที่เป็นกลาง และการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอาจเกิดขึ้นอีกเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นจนเข้าสู่การยุติวงจรดอกเบี้ยขาขึ้นได้ในไม่ช้า YLG Research ที่มาข้อมูล : Bloomberg สนใจการลงทุนติดต่อ Line ID : @ylgfutures Facebook : YLG Bullion and Futures

Reuters Poll คาดเฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย รับศก.สหรัฐส่อแววชะลอตัว

“บรรดานักเศรษฐศาสตร์โดย Reuters คาดเฟดอาจชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย มองแรงดันด้านเงินเฟ้อยังเชื่องช้า ท่ามกลางเศรษฐกิจสหรัฐที่อาจชะลอตัว รับผลกระทบข้อพิพาททางการค้าสหรัฐ-จีน รวมถึงมาตรการลดภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อปลายปีก่อนกำลังจะหมดแรงส่ง”      คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.คนี้ และสามครั้งในปีหน้า แต่เสียงข้างมากของบรรรดานักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กล่าวว่า มีความเสี่ยงที่อาจจะทำให้เฟดชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย      แม้ความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวลงในอีกสองปีข้างหน้าขณะนี้ยังคงอยู่ในระดับต่ำ แต่จากการสำรวจความคิดเห็นล่าสุดของ Reuters ในวันที่ 13-19 พฤศจิกายน พบว่า ความเป็นไปได้เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 35% จาก 30% ในการสำรวจความคิดเห็นล่าสุดในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวลงในอีก 12 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 15%      ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศกำลังชะลอตัวลง การเติบโตของประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสหรัฐยังคงแข็งแกร่งขึ้น โดยถูกขับเคลื่อนจากมาตรการลดภาษีวงเงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปลายปีที่แล้ว ด้านอัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบเกือบครึ่งศตวรรษ แต่คาดการณ์ว่าอานิสงส์เหล่านั้นจะยุติลงในไตรมาสนี้ และการเติบโตจะชะลอตัวลงในปลายปีหน้าเนื่องจากข้อพิพาททางการค้ากับจีนยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลง      James Knightley หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของไอเอ็นจี กล่าวว่า “เศรษฐกิจ(สหรัฐ)กำลังเผชิญกับปัจจัยกดดันที่ก่อตัวขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วยผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงก่อนหน้าและการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์, ความไม่แน่นนอนจากนโยบายกีดกันทางการค้าท่ามกลางอุปสงค์ภายนอกที่ชะลอตัวลง และอานิสงส์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังที่เริ่มจางหายไป”      “ความเสี่ยงหลักในเชิงบวกมาจากการตึงตัวของตลาดแรงงานไม่ว่าค่าจ้างจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ก็ตาม แต่เรามองว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงตลอดปี 2019 ซึ่งอาจจะเห็นแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ค่อยๆลดลงในปลายปีหน้า”      ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะขยายตัว 2.7% ในไตรมาสนี้ ลดลงจาก 4.2% ในไตรมาสที่สอง และ 3.5% ในไตรมาส 3 คาดว่า GDP จะชะลอตัวลงสู่ 2.0-2.5% ภายในปี 2019 และลดลงเหลือ 1.8% ในช่วงกลางปี 2020 ซึ่งเป็นประมาณที่ลดลงครึ่งหนึ่งจากรายงานล่าสุด      สงครามการค้าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดศึกกับประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับ 2 ของโลกอย่างจีน ได้เริ่มส่งผลกระทบต่อประเทศที่พึ่งพาการส่งออกอย่างเช่นเยอรมนีและญี่ปุ่น การประชุม APEC ซึ่งสิ้นสุดลงในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่ความคาดหวังว่าประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนจะบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการประชุมนอกรอบการประชุม G20 ในปลายเดือนนี้ลดลง  

1585960

View-worthy Analysis Report

เDive deep into everything
you need to know with help from our professionals

Read More