หลักการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานราคาทองคำ EP.1
หลักการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานราคาทองคำ EP.1

บทความการลงทุน: หลักการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานราคาทองคำ EP.1

บทนำ

ราคาทองนั้นสามารถวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐานได้ โดยวิเคราะห์ถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วและเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยต้องอาศัยความเข้าใจด้านเศรษฐกิจว่าเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นมาบนโลกนั้นส่งผลอย่างไรต่อตัวเลขเศรษฐกิจ กระทบอย่างไรกับราคาสินทรัพย์ต่างๆและสุดท้ายจะส่งผลไปยังราคาทองอย่างไร ในแต่ละเหตุการณ์หรือ Narrative ต่างๆนั้นไม่สามารถสรุปอย่างตายตัวได้ว่าถ้าเกิดเรื่องราว X ราคาทองคำต้องขยับเป็น Y เสมอไป แต่ต้องมาแยกประเด็นแวดล้อมประกอบว่าเหตุการณ์นั้นๆจะไปกระตุ้นปัจจัยทางเศรษฐกิจการเงินอะไรบ้าง เป็นค่าเท่าไร และยาวนานแค่ไหน ยกตัวอย่างรูปแบบเหตุการณ์สำคัญที่กำลังร้อนแรงในขณะนี้คือ สงคราม

หลายคนเข้าใจว่าเมื่อเกิดสงคราม ราคาทองคำจะขึ้นเพราะเป็นสินทรัพย์หนีความเสี่ยง-ความผันผวน แต่ในข้อมูลจริงที่ผ่านมา ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้ตรงไปตรงมาขนาดนั้น บางครั้งผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามด้วยซ้ำ

งานวิจัยของ Baur & Lucey (2010) ที่ตีพิมพ์ใน The Financial Review บ่งชี้ว่า Safe Haven Effect ของราคาทองนั้นมีอายุสั้นมาก ประมาณ 15 วันทำการ หลังจากนั้นราคาจะค่อยๆดิ่งกลับมาอยู่จุดเดิมหากวิกฤตไม่ได้ลุกลามต่อ ยกตัวอย่างสงครามที่เคยเกิดขึ้น 3 เหตุการณ์

สงครามอ่าวเปอร์เซีย หรือ Gulf War ในปี 1990-1991

เกิดจากเมื่อราวๆเดือนสิงหาคม 1990 เมื่ออิรักบุกยึดคูเวต ในทีแรกราคาทองพุ่งจาก $383 ไป $417 ภายในเวลาไม่กี่วัน แต่หลังจากนั้นราคากลับค่อยๆร่วงลงเรื่อยๆจนกลับมาจุดเดิม แม้อัตราดอกเบี้ยค่อยๆถูกปรับลด ราคาทองก็ยังคงเป็นขาลง ซึ่งเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับที่หลายคนเข้าใจว่า พอ Fed ลดอัตราดอกเบี้ยฯ ทองคำจะต้องพุ่งขึ้นเสมอ ซึ่งแท้จริงแล้วมิใช่แบบนั้นเสมอไป เบื้องหลังแนวคิดนี้มันอยู่ที่ Real Yield ว่าน่าดึงดูดหรือไม่ ถ้าเราสังเกตดูจะพบว่า ก่อนหน้าจะเกิดสงครามนั้น อัตราดอกเบี้ยฯอยู่ในระดับสูงมาก และแม้ Fed จะทยอยลด แต่ Yield ก็ยังคงสูงอยู่ เลยไม่ค่อยได้ช่วยส่งเสริมราคาทองคำเท่าไรนัก

 

สงครามอิรัก ในปี 2003

เกิดขึ้นในวันที่ 20 มีนาคม 2003 จะสังเกตได้ว่าแม้จะเกิดสงครามในตะวันออกกลางและก็มีสหรัฐฯเข้าร่วมเหมือนกัน ราคาทองก็ไม่ค่อยขยับไปไหน ยังคงเป็น Sideway อยู่เป็นเดือนๆ สาเหตุเพราะก่อนหน้านั้นอัตราดอกเบี้ยฯอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว และดอลลาร์ในตอนนั้นก็อ่อนค่าอยู่แต่เดิม ราคาทองก็ได้ซึบซับปัจจัยเหล่านี้ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ดังนั้นพอเกิดสงครามจึงไม่เกิดการพุ่งสูงของราคาเท่าไรนัก


 

สงครามรัสเซีย VS ยูเครน ปี 2022

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2022 สังเกตว่าราคาทองจะพุ่งขึ้นในวันแรกๆ จาก $1,800 ไป $2,070 แต่กินเวลาสั้นๆ หลังจากนั้นก็ค่อยๆร่วงลดระดับลงจนหลุดแนวราคาเดิมด้วยซ้ำ รูปทรง Pattern นี้จะคล้ายคลึงกับตัวอย่างที่ 1 Gulf War เพียงแต่ครั้งนี้ Fed ค่อยๆขึ้นอัตราดอกเบี้ยฯทีละนิดๆ ส่งผลทำให้ราคาทองร่วงลง

 

ตัวอย่างทั้ง 3 แสดงให้เห็นจุดอ่อนของการวิเคราะห์แบบ Narrative Base หรือการอาศัยเรื่องเล่าเพียงอย่างเดียวมาวิเคราะห์ โดยไม่เข้าใจกลไกที่อยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะเรื่องสงครามกับราคาทองที่มันไม่ได้ตอบสนองอย่างตรงไปตรงมาขนาดนั้น ดังนั้น การวิเคราะห์จะต้องแยกวิเคราะห์ทีละ Factor ทีละตัวแปรที่เกิดพร้อมกันเพื่อหาทิศทางของราคา แต่แม้เราจะได้วิเคราะห์ทีละตัวแปรแล้วก็ตาม แต่ละตัวแปรก็ยังมี Synergy ระหว่างกันอีกด้วย ทำให้บางครั้ง 1+1 อาจจะไม่ได้รวมออกมาเป็น 2 ตรงๆ บางครั้งการคำนวนออกมาให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากแม้กระทั่งบรรดานักวิเคราะห์มืออาชีพหรือสถาบันการเงินเองก็ตาม แต่ก่อนที่เราจะไปถึงขั้นนั้น เราต้องมาเรียนรู้ปัจจัยหลักๆแต่ละอันเสียก่อน

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามพัฒนาการของตลาดอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของโลหะมีค่า ค่าเงิน และสินทรัพย์ลงทุน แนะนำให้ติดตามบทวิเคราะห์เชิงลึกเพิ่มเติมจาก YLG เพื่อความครบถ้วนของข้อมูล

นอกจากนี้ หากคุณพร้อมก้าวเข้าสู่ตลาดอนุพันธ์อย่างจริงจัง YLG Futures คือโบรกเกอร์ที่ครบจบในที่เดียว ครอบคลุมทั้ง TFEX และ CME ไม่ว่าจะเป็น Gold Online Futures, Mini Gold Online Futures, Silver Futures, USD Futures หรือ Single Stock Futures พร้อมเทคโนโลยีระดับสากลอย่าง TradingView และ MT5 สนใจติดต่อได้เลยที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999

       ทั้งนี้ ข้อมูลข้างต้นจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจมหภาคและตลาดทองคำเท่านั้น มิใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการชี้ชวนซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)

📌 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนหรือระบุเป้าหมายราคาเพื่อการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง