บทความการลงทุน: เมื่อทองคำพุ่งทะลุ 4,500 ดอลลาร์
บทความการลงทุน: เมื่อทองคำพุ่งทะลุ 4,500 ดอลลาร์

บทความการลงทุน: เมื่อทองคำพุ่งทะลุ 4,500 ดอลลาร์

คำถามที่เป็นที่พูดถึงกันมากที่สุดในนาทีนี้คือ ทำไมทองคำกลับตัวสูงขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบปีมายืนบริเวณ 4,600 ได้อีกครั้ง?

อาจเป็นเพราะ “มุมมองต่อสถานการณ์ต่างๆของผู้คนในตลาดนั้นเปลี่ยนไป” และเหตุผลทุกอย่างมันจะส่งไปหาคำถามเดียวเลยว่า “Fed จะปรับดอกเบี้ยเมื่อไหร่อย่างไร” เพราะทองคำนั้นไม่ชอบดอกเบี้ยสูงๆ ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ผู้คนไม่คิดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ด้วยซ้ำ พอมาเกิดเรื่อง ตอนที่ช่องแคบฮอร์มุซปิดใหม่ๆ ผู้คนหวาดกลัวว่าเงินเฟ้อจากพลังงานจะสูง คนเลยกลัวว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ ส่งผลทำให้ราคาทองร่วง

เมื่อมาดูตอนนี้ ช่องแคบฮอร์มุซก็ยังปิดเหมือนเดิม สหรัฐฯ-อิหร่านก็ยังคงขัดแย้งกันเหมือนกัน วิกฤตเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันก็ยังคงอยู่ ที่สำคัญคนก็เชื่อด้วยว่าเดี๋ยวเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปลายปีเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ ราคาทองไม่ได้ร่วงลงแต่กลับสูงขึ้น เพราะผู้คนเริ่มชินชากับข่าวแง่ลบจากสถานการณ์ปัจจุบัน เริ่มทำใจได้ว่าเฟดก็อาจจะขึ้นดอกเบี้ยในในปีนี้ และถ้าดูราคาน้ำมันแม้จะสูง แต่ไม่ได้สูงแตะเลข 101 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเหมือนแต่ก่อนแล้ว แปลว่าคนกลัวน้อยลง

แรงขับมาจากการย้ายค่ายการลงทุนสินทรัพย์ปลอดภัย ปกติคู่แข่งทองคำจะเป็นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯและเงินดอลลาร์ ส่วนมิตรของทองคำจะเป็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า การไม่เชื่อมั่นของเศรษฐกิจสหรัฐฯ หนี้สาธารณะที่สูง ทำให้เงินดอลลาร์อ่อนลง การกลัวกระแสฟองสบู่หุ้น AI ทำให้คนกระจายความเสี่ยงมายังทองคำมากขึ้น และการที่ Fed มีแนวโน้มชะลอการขึ้นดอกเบี้ยน้อยครั้งลงในปีนี้เพราะหมายถึงคู่แข่งอย่างพันธบัตรจะให้ดอกเบี้ยน้อยลงจากที่เคยประเมินตอนเกิดสงครามใหม่ๆ ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยให้ราคาทองสูงขึ้น

 

ปัจจัยหนึ่งที่เป็นที่สนใจ คือ การที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มขนาดโครงการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล (Treasury Buyback) มีผลที่ Spark ราคาทองคำในสัปดาห์ก่อน แต่ระยะยาวอาจจะต้องดูทีท่าต่อไป เพราะสังเกตจาก BY ที่ลดฮวบแค่วันแรก แต่วันต่อมาก็เด้งกลับมาที่เดิม ทั้งนี้ วงเงิน $4,000 M ต่อครั้งแม้มันไม่ได้เป็นเงินที่มากถ้าเทียบกับกระแสเงินตลาดพันธบัตรที่หมุนเวียนในตลาดทั่วโลกเป็นล้านล้าน USD ต่อวัน

(อ้างอิง: https://www.sifma.org/research/statistics/us-treasury-securities-statistics)

แต่จะได้ในเรื่อง Sentiment ว่าต่อไปรัฐบาลสหรัฐฯอาจจะต้องการแทรกแซงกด Yield Curve ของพันธบัตรให้น้อยๆ

 

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นเรื่องดอกเบี้ยและธนาคารกลางสหรัฐฯ

อัตราดอกเบี้ยที่เป็นคู่แข่งทางตรงกับทองคำ ซึ่งผลการประชุม Fed ที่เราต้องจับตา และเราควรดูโปรแกรม FedWatch Tool ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์สำคัญ เพื่อคาดการณ์แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด นอกจากนี้ ยังควรติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ พวกตัวเลขเงินเฟ้อ ตัวเลขการจ้างงาน ตัวเลขการจับจ่ายใช้สอย พูดง่ายๆคือตัวเลขที่มีผลต่อการตัดสินใจของ Fed ถ้าเร็วๆนี้ก็เช่น วันพุธจะมีประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ PCE และการเติบโตของการใช้จ่ายและรายได้ส่วนบุคคลเดือนก.ค. โดยเราสามารถติดตามเป็นปฏิทินเศรษฐกิจได้เลยจากบทวิเคราะห์ของ YLG ที่จะมีมาทุกวันและใส่ข้อมูลมาว่าช่วงนี้ต้องตามตัวเลขอะไรและอะไรมีผลบวกลบกับราคาทองมากน้อยแค่ไหน

นอกจากนี้ยังมีบทวิเคราะห์ทองคำทั้ง Gold Spot และ Gold Futures รวมทั้งสินทรัพย์อื่นๆบนตลาด TFEX ที่นักลงทุนสามารถติดตามได้ทุกวันทำการ  เช่น SET50 index Futures, Single Stock Futures และ Currency Futuresได้บนเว็บหน้าเว็บบริษัท YLG Futures ของเราให้หัวข้อ “บทวิเคราะห์” URL: https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures

และนอกจากนี้ ทองคำยังสามารถเลือกลงทุนผ่านตลาด TFEX โดยลงทุนผ่าน Gold Futures และ Mini Gold Online Futures โดยมีให้เลือกหลายซี่รี่ นักลงทุนจะใช้เงินน้อยกว่าและสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง หากนักลงทุนท่านใดสนใจที่ลงทุนบนสัญญาฟิวเจอร์ส สามารถติดต่อได้เลยที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999

 

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)

 

📌 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนหรือระบุเป้าหมายราคาเพื่อการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง