รีวิวหุ้นไทยกลุ่มโรงแรม บนตลาด TFEX มีแบรนด์ไหนบ้างที่เราคุ้นชื่อ
รีวิวหุ้นไทยกลุ่มโรงแรม บนตลาด TFEX มีแบรนด์ไหนบ้างที่เราคุ้นชื่อ

รีวิวหุ้นไทยกลุ่มโรงแรม บนตลาด TFEX มีแบรนด์ไหนบ้างที่เราคุ้นชื่อ

อุตสากรรมการท่องเที่ยวนับเป็นจุดขายของประเทศไทย แม้ว่าปัจจุบันอาจจะซบเซาไปบ้างจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และพลังงาน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการท่องเที่ยวกับการพักผ่อนเป็นสิ่งที่อยู่เหนือกาลเวลา ไม่มีทางจะหายไปอย่างถาวรตราบใดที่มนุษย์ยังคงมีความต้องการความสุขและประสบการณ์ชีวิต เมื่อพูดถึงการไปท่องเที่ยวต่างแดน ที่ขาดไม่ได้เลยคือที่พักที่แสนสบาย ให้ความอุ่นใจด้านความปลอดภัยและประสบการณ์ต่อทริปนั้นๆ

วันนี้จะมาเล่าให้ฟังคร่าวๆว่า ถ้าท่านอยากจะเป็นเจ้าของโรงแรมที่สวยงามในไทยนั้น มีหุ้นอะไรที่ให้เราเลือกซื้อหรือสามารถเปิดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อทำกำไรได้

1. MINT | บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
  • ธุรกิจหลักจะเป็นโรงแรมที่มีอยู่กว่า 636 แห่ง กระจายอยู่ในหลายประเทศ รวมทั้งในไทยอีกจำนวนหนึ่ง แบรนด์โรงแรมระดับสุดหรูอย่าง Anantara และ Elewana และแบรนด์อื่นๆมากมาย นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอสังหารัพย์ และธุรกิจอาหาร โดยถือแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในห้างสรรพสินค้า อาทิ The Pizza Company, Sizzler, ไอศกรีม Swensens, ไก่ทอด Bonchon, Berger King, แดลี่ควีน และอื่นๆอีกมากมาย
  • ปี 2025 ที่ผ่านมา มีโครงสร้างรายได้จากธุรกิจโรงแรม 121K ลบ. ธุรกิจอาหาร 31K ลบ. และธุรกิจอื่นๆอีก 8K ลบ. รวมแล้วกว่า 166K ลบ. โดยสามารถทำกำไรสุทธิได้ 9,009 ล้านบาท ROE ราวๆ 10.26%
  • อยู่ในดัชนี SET50 ในตลาดหลักทรัพย์ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) บนตลาด TFEX
2. CENTEL | บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)
  • ธุรกิจหลักจะเป็นโรงแรม 84 สาขา กว่า 12 ประเทศ โดยมีชื่อแบรนด์ The Centara Grand ที่เรารู้จักกันดี และธุรกิจนำเข้าแฟรนไซส์ภายใต้บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด เช่น KFC, Mister Donut, Auntie Anne's, คัตสึยะ, โอโตยะ, และอื่นๆ
  • ปี 2025 ที่ผ่านมา มีโครงสร้างรายได้จากธุรกิจโรงแรม 11K ลบ. ธุรกิจอาหาร 13K ลบ. รวมแล้วกว่า 24K ลบ. โดยสามารถทำกำไรสุทธิได้ 1,993 ล้านบาท ROE ราวๆ 9.62%
  • อยู่ในดัชนี SET50 ในตลาดหลักทรัพย์ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) บนตลาด TFEX
3. ERW | บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
  • ธุรกิจหลักเป็นโรงแรมกว่า 101 สาขา โดยหลักๆจะจับตลาดในประเทศ โดยมีตั้งแต่โรงแรมระดับ 5 ดาว ภายใต้แฟรนไซส์ Hyatt และ Marriott และยังมีโรงแรมระดับ 4 ดาว 3 ดาว จนถึงชั้นประหยัดอย่างเช่น ibis และ Hop Inn กระจายทั่วประเทศ จับกลุ่มตลาดทุกระดับ
  • ปี 2025 ที่ผ่านมา มีรายได้จากธุรกิจโรงแรม 7,770 ลบ. โดยสามารถทำกำไรสุทธิได้ 838 ล้านบาท ROE ราวๆ 9.62%
  • อยู่ในดัชนี SET100 ในตลาดหลักทรัพย์ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) บนตลาด TFEX
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ถ้าผู้อ่านสนใจฟังข้อมูลเชิงลึกและลงทุนผ่าน TFEX สามารถเข้ามาสมัครและติดตามทีมวิเคราะห์บริษัท YLG Bullion and Futures ของเราได้ที่: https://www.ylgfutures.co.th/th/home

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA นักวิเคราะห์ฯ)

📌 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนหรือระบุเป้าหมายราคาเพื่อการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง