วิธีใช้สัญญา Futures ในการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ตอนที่ 1
วิธีใช้สัญญา Futures ในการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ตอนที่ 1
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือฟิวเจอร์ส (Futures) บนตลาด TFEX นั้น สามารถใช้ในการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากความผันผวนของหุ้นหรือพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนได้ แต่ในทางปฏิบัติ นักลงทุนทั่วไปอาจเกิดความสับสนว่าต้องทำอย่างไร มีขั้นตอนเลือกประเภทตราสารอย่างไร ต้องเปิดกี่สัญญา หรือใช้จำนวนเงินเท่าไร บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนอย่างละเอียด
สัญญาอนุพันธ์ประเภทฟิวเจอร์สนั้น คือการที่ทั้งสองฝ่ายทำสัญญาว่าจะซื้อขายสินทรัพย์กันในอนาคต (ระบุวันที่ชัดเจน) โดยตกลงราคาซื้อขายและจำนวนให้คงที่ตั้งแต่วันปัจจุบันที่ทำสัญญา โดยไม่ว่าอนาคตราคาตลาดจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ก็ต้องชำระราคากันตามที่ได้เขียนไว้ในสัญญา
ในตลาด TFEX นั้นมีประเภทสัญญาฟิวเจอร์สอยู่หลายประเภท โดยแบ่งตามลักษณะสินทรัพย์อ้างอิง เช่น Index futures, Single stock futures และ Gold futures เป็นต้น ดังนั้น ขั้นตอนแรก จึงเป็นการเลือกประเภทฟิวเจอร์สให้ตรงกับสินทรัพย์ที่ผู้ลงทุนถือครองและต้องการป้องกันความเสี่ยง บทความนี้จะเริ่มจากป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากหุ้น โดยใช้สัญญาฟิวเจอร์สประเภท Single Stock Futures
ตัวอย่างเหตุการณ์ สมมุติว่านักลงทุนถือครองหุ้น AOT อยู่จำนวน 15,000 หุ้น และต้องการจะขายสิ้นเดือนหน้า (สิ้นเดือนมิถุนายน) แต่เกรงว่าราคาหุ้นในตลาดจะลดลง ทำให้ไม่ได้กำไรตามที่ต้องการ จึงอยากจะใช้สัญญาฟิวเจอร์สป้องกันความเสี่ยงทั้งหมด นักลงทุนจะต้องทำขั้นตอน ดังนี้
- เลือกสัญญาฟิวเจอร์สที่ชื่อขึ้นต้นด้วยชื่อหุ้นที่ต้องการ ตัวอย่างนี้คือ AOT ในหมวด Single stock futures บนซี่รี่ตามระยะเวลาที่ต้องการปิดความเสี่ยง เช่น ตัวอย่างนี้นักลงทุนต้องเลือกสัญญาชื่อ “AOTM26” ที่มีเดือนที่สิ้นสุดสัญญา มิ.ย. 69
- จากนั้น เมื่อกดเข้าไปดูรายละเอียดสัญญา จะพบว่ามีให้เลือกทั้งแบบ Long และ Short
- Long เป็นการทำสัญญาซื้อล่วงหน้าโดยล็อคราคาตั้งแต่วันนี้ ใช้ในการทำกำไรเมื่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงปรับตัวขึ้น แต่จะขาดทุนเมื่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงปรับลดลง
- Short เป็นการทำสัญญาขายล่วงหน้าโดยล็อคราคาขายตั้งแต่วันนี้ ใช้ในการทำกำไรเมื่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงปรับลดลง แต่จะขาดทุนเมื่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงปรับตัวขึ้น
ดังนั้น ตามตัวอย่าง นักลงทุนกังวลว่าราคาหุ้นจะลดลง จึงจะใช้การเปิดสถานะ Short หรือ Open Short “AOTM26” เพื่อป้องกันความเสี่ยง ถ้าเกิดราคาหุ้นลง นักลงทุนก็จะได้เงินกำไรจากสัญญานี้มาชดเชยกับราคาที่ลดลงของหุ้น AOT ที่ถือครองอยู่นั่นเอง
- จากนั้นให้คำนวนจำนวนสัญญาที่เหมาะสมตามสมการดังนี้
NF = QS / QF
- NF = จำนวนสัญญาฟิวเจอร์สที่เหมาะสม
- QS = จำนวนสินทรัพย์อ้างอิงที่ต้องการลดความเสี่ยง
- QF = ขนาดของสัญญา
รูปแบบสัญญาฟิวเจอร์สประเภท Single stock บนตลาด TFEX ปัจจุบันจะกำหนดขนาดของสัญญาไว้ที่ 1,000 หุ้นต่อสัญญา จึงสามารถเข้าสมการได้ดังนี้
15 = 15,000/1,000
ดังนั้น จำนวนสัญญาที่นักลงทุนต้องเข้าไป Open Short จึงเท่ากับ 15 สัญญา โดยประกาศของ TFEX กำหนดว่า ผู้ที่จะเปิดสัญญา “AOTM26” ต้องวางเงินประกันเริ่มต้น (Initial Margin) อยู่ที่สัญญาละ 6,685 บาท ตามตัวอย่างกำหนดให้เปิด 15 สัญญา เป็นเงินวางทั้งสิ้น 100,275 บาท (ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม) เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของหุ้น AOT จำนวน 15,000 หุ้นที่มีมูลค่ากว่า 791,250 บาท (อ้างอิงราคาปิด ณ วันที่ 7 พ.ค.69 ที่ 52.75)
นอกจากนี้ยังมีกรณีอื่นๆ เช่น การ Hedging บน SET50 Index Futures และการ Hedging ในกรณีสินทรัพย์อ้างอิงไม่ตรงกัน ซึ่งจะขออธิบายต่อไปบทความหน้า และหากนักลงทุนท่านใดสนใจที่ลงทุนบนสัญญาฟิวเจอร์ส สามารถติดต่อได้เลยที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999
โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)
📌 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนหรือระบุเป้าหมายราคาเพื่อการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง