เจาะธุรกิจหุ้น WHA Corporation กับผลจากนโยบาย BOI
เจาะธุรกิจหุ้น WHA Corporation กับผลจากนโยบาย BOI

WHA Corporation: ผู้นำระบบนิเวศอุตสาหกรรมครบวงจรของไทย

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ก่อตั้งขึ้นในปี 2007 เริ่มต้นจากธุรกิจพัฒนาคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าให้เช่า ก่อนจะเติบโตและแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2012 จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2015 เมื่อ WHA เข้าซื้อกิจการบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น WHA Industrial Development (WHAID) ทำให้ WHA กลายเป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ที่สุดของไทย ครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 40% และมีสินค้าบริการที่ครบวงจรสามารถตอบโจทย์ลูกค้าอุตสาหกรรมได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ปัจจุบัน WHA ดำเนินธุรกิจ 5 กลุ่มหลักที่เชื่อมโยงกันเป็นระบบนิเวศ (Ecosystem) กลุ่มแรกคือ ธุรกิจโลจิสติกส์ซึ่งเป็นรากฐานดั้งเดิมของบริษัท ให้บริการพัฒนาและบริหารจัดการคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และโรงงาน ทั้งในรูปแบบ Built-to-Suit ที่ออกแบบตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า (ขนาดตั้งแต่ 1,000 ถึง 100,000 ตร.ม. สัญญาเช่าเฉลี่ย 5-20 ปี) และ Ready-Built ที่สร้างสำเร็จรูปพร้อมเข้าใช้ (สัญญา 1-3 ปี) ณ สิ้นไตรมาส 1/2026 บริษัทมีพื้นที่คลังสินค้าภายใต้การถือครองและบริหารรวม 3.22 ล้านตร.ม. และกำลังเร่งพัฒนาโครงการใหม่หลายแห่ง เช่น WHA Mega Logistics Center บางนาตราด กม.23, เทพารักษ์ กม.21 รวมถึงศูนย์โลจิสติกส์แห่งแรกในเวียดนามที่จังหวัดฮึงเอียน ซึ่งมีอัตราเช่าทะลุ 80% แล้ว บริษัทยังมีกลไก "รีไซเคิลทุน" ผ่านกองทรัสต์ WHART และ WHAIR โดยขายทรัพย์สินสำเร็จรูปเข้ากองทรัสต์แล้วรับค่าบริหารจัดการ ทำให้สามารถนำเงินกลับมาพัฒนาโครงการใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

กลุ่มที่สองคือ ธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรม (Industrial Development Business) ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลัก ณ สิ้นปี 2025 กลุ่ม WHAID มีนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการรวม 17 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ราว 54,400 ไร่ ในไทยมี 15 โครงการ โดย 13 แห่งได้รับการอนุมัติเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามนโยบาย EEC กระจายตัวอยู่ในจังหวัดชลบุรี ระยอง และสระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ใกล้ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังและมาบตาพุด ส่วนในเวียดนามมีอีก 2 เขตอุตสาหกรรม ได้แก่ WHA Industrial Zone 1 ที่จังหวัดเหงะอาน (Nghe An) และ WHA Smart Technology Industrial Zone 1 ที่จังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) พร้อมแผนขยายส่วนต่อขยายอีกหลายพันไร่และเตรียมเข้าลงทุนในจังหวัดดานังและฮึงเอียนเพิ่มเติม บริษัทยังมี Land Bank พร้อมขายและรอพัฒนาอีกราว 14,870 ไร่ รวมทั้ง Backlog ยอดจองรอโอนกรรมสิทธิ์อีกกว่า 1,426 ไร่ ณ สิ้นไตรมาส 1/2026

กลุ่มลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมมีความหลากหลาย ณ สิ้นปี 2025 มีลูกค้ารวม 1,171 ราย แบ่งตามขนาดพื้นที่ ได้แก่ กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ 41% กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค 14% กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ 12% และกลุ่ม Data Center 10% ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 บริษัทได้ลงนามสัญญาซื้อขายที่ดินกับลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่กว่า 900 ไร่ สะท้อนเทรนด์การลงทุนด้าน AI และ Cloud Computing ที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีลูกค้าจากกลุ่มอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ และโลจิสติกส์ที่ทยอยเข้ามาจองพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

กลุ่มที่สามคือ ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน (Utilities & Power Business) ดำเนินการผ่านบริษัทย่อย WHAUP ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ปี 2017 ด้านสาธารณูปโภค ให้บริการครบวงจรตั้งแต่จัดหาแหล่งน้ำ ผลิตน้ำอุตสาหกรรม น้ำมูลค่าเพิ่ม (Demineralized Water, RO Water) บำบัดน้ำเสีย และนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Reclamation) ไตรมาส 1/2026 มียอดขายน้ำในประเทศ 33.7 ล้านลูกบาศก์เมตร เติบโต 9% และมีรายได้ Capacity Charge จากลูกค้ารายใหญ่อีก 326 ล้านบาท ด้านพลังงาน บริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนถือหุ้น 1,058 เมกะวัตต์ โดยเน้นพลังงานหมุนเวียนผ่านโครงการโซลาร์รูฟท็อปแบบ Private PPA สะสม 372 เมกะวัตต์ ยอดขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เติบโต 55% ในไตรมาสล่าสุด ธุรกิจนี้เป็น Recurring Income ที่เติบโตตามฐานลูกค้าในนิคม ยิ่งมีโรงงานเปิดดำเนินการมากเท่าไหร่ ความต้องการน้ำและไฟฟ้าก็ยิ่งเพิ่มตามเป็น Flywheel Effect ในเวียดนาม WHAUP ก็ได้ขยายธุรกิจน้ำผ่านการลงทุนในบริษัทน้ำประปาท้องถิ่น 2 แห่ง ตั้งแต่ปี 2019

กลุ่มที่สี่คือ ธุรกิจดิจิทัล ดำเนินการผ่าน WHA Digital ที่จัดตั้งในปี 2022 มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะ ระบบ AI Transformation และแอปพลิเคชัน WHASApp ที่มาพร้อมฟีเจอร์ CO2ZERO สำหรับบริหารคาร์บอนฟุตพรินท์แบบเรียลไทม์ และ WeCYCLE สำหรับจัดการขยะรีไซเคิล พร้อมวางโรดแมป 3 ปี "Flight of the Future" สู่ Intelligent Enterprise Ecosystem ภายในปี 2028 กลุ่มสุดท้ายคือ ธุรกิจ Mobility ผ่านบริษัท โมบิลิกส์ จำกัด ที่จัดตั้งในปี 2024 ให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้า สถานีชาร์จ และซอฟต์แวร์จัดการยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร ภายใต้แบรนด์ Mobilix มุ่งสู่ Green Logistics รายแรกของไทย ณ สิ้นไตรมาส 1/2026 มียอดให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าสะสมกว่า 413 คัน

WHA ได้รับประโยชน์จากนโยบาย BOI อย่างมีนัยสำคัญในหลายมิติ ประการแรก นิคมอุตสาหกรรมทั้ง 13 แห่งในไทยที่ได้รับการอนุมัติเป็นเขต EEC ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาลงทุนในนิคมของ WHA สามารถขอรับสิทธิประโยชน์จาก BOI ได้ทั้งด้านภาษี (เช่น ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8-13 ปี ลดหย่อนภาษี 50% อีก 5 ปี) และด้านที่ไม่เกี่ยวกับภาษี (เช่น อนุญาตให้ต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน นำเข้าแรงงานต่างชาติ) สิทธิเหล่านี้เป็นปัจจัยดึงดูดหลักที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติเลือกมาลงทุนในนิคมของ WHA แทนที่จะไปประเทศอื่น ประการที่สอง ในด้านพลังงาน BOI ให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน ซึ่ง WHA ใช้ประโยชน์ผ่านโครงการโซลาร์รูฟท็อปที่ให้บริการลูกค้าในนิคม ประการที่สาม ทำเลที่ตั้งของนิคมถูกเลือกให้อยู่ในเขตที่ได้รับสิทธิ BOI ตั้งแต่แรก ทั้งใกล้ท่าเรือ เส้นทางคมนาคม และแหล่งวัตถุดิบ ทำให้ราคาที่ดินมีความสามารถแข่งขัน สะท้อนจากยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนไตรมาส 1/2026 ที่ทะลุ 1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4 เท่าจากปีก่อน โดย FDI คิดเป็น 965,869 ล้านบาท เติบโต 261% นำโดยสิงคโปร์ สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และจีน ซึ่งล้วนเป็นฐานลูกค้าสำคัญของ WHA

นอกจากนี้ หุ้น WHA ยังสามารถเลือกลงทุนผ่านตลาด TFEX โดยลงทุนผ่าน Single Stock Futures โดยมีให้เลือกหลายซี่รี่ โดยแต่ละซี่รี่จะมีอายุต่างกัน เช่น WHAM26 หรือ WHAU26 เป็นต้น นักลงทุนจะใช้เงินน้อยกว่าในการลงทุนผ่าน Single Stock Futures และสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัท ทั้งนี้ ท่านสามารถอ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มเกี่ยวกับสัญญา Futures บนหุ้น WHA และหุ้นอื่นๆได้บนเว็บหน้าเว็บบริษัท YLG Futures ของเราให้หัวข้อ “บทวิเคราะห์” URL: https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures

และหากนักลงทุนท่านใดสนใจที่ลงทุนบนสัญญาฟิวเจอร์ส สามารถติดต่อได้เลยที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)

📌 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนหรือระบุเป้าหมายราคาเพื่อการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง