รีวิวหุ้น BDMS จุดเริ่มต้นจากโรงพยาบาลเดียวสู่เครือสุขภาพ Wellness
รีวิวหุ้น BDMS จุดเริ่มต้นจากโรงพยาบาลเดียวสู่เครือสุขภาพ Wellness

บทความการลงทุน: รีวิวหุ้น BDMS จุดเริ่มต้นจากโรงพยาบาลเดียวสู่เครือสุขภาพ Wellness

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 1969 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรกเพียง 10 ล้านบาท และเปิดดำเนินการ "โรงพยาบาลกรุงเทพ" เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 1972 จากโรงพยาบาลแห่งเดียวเมื่อกว่าห้าทศวรรษก่อน กิจการเติบโตเป็นเครือข่ายโรงพยาบาล 60 แห่งในไทยและกัมพูชา ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 มีจำนวนเตียงรวม 9,345 เตียง แพทย์กว่า 15,000 คน พยาบาลกว่า 10,000 คน และพนักงานกว่า 25,000 คน

 

โครงสร้างธุรกิจ:

หัวใจของกิจการคือธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งดำเนินงานผ่านบริษัทและบริษัทย่อยภายใต้ชื่อโรงพยาบาล 6 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ — 31 แห่ง รวม 4,616 เตียง เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดและกระจายตัวทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งโรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลเฉพาะทางในซอยศูนย์วิจัย เช่น โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ โรงพยาบาลวัฒโนสถ (มะเร็ง) และโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล (สมองและกระดูก)

กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช — 1,418 เตียง จับกลุ่มผู้ป่วยระดับบนและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มญี่ปุ่นและผู้ป่วยเด็ก

กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท — 1,654 เตียง ครอบคลุมทั้งกรุงเทพและพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล — 807 เตียง เน้นผู้ป่วยระดับกลางและสิทธิประกันสังคม

โรงพยาบาลบีเอ็นเอช — 115 เตียง

กลุ่มโรงพยาบาลรอยัล — 133 เตียง ในประเทศกัมพูชา

          นอกจากนี้ยังมีกลุ่มโรงพยาบาลชุมชนอีก 602 เตียง การวางแบรนด์แบบนี้ทำให้บริษัทเข้าถึงผู้ป่วยได้ตั้งแต่กลุ่มพรีเมียมชาวต่างชาติจนถึงผู้ใช้สิทธิประกันสังคม

          รอบธุรกิจโรงพยาบาลยังมีธุรกิจสนับสนุนอีก 18 ประเภท ที่ช่วยดึงกำไรกลับเข้าเครือแทนที่จะจ่ายออกไปให้ผู้ขายภายนอก ได้แก่ ธุรกิจสุขภาพเชิงป้องกัน (BDMS Wellness Clinic และ BDMS Silver) ธุรกิจผลิตยาและน้ำเกลือ (เอ.เอ็น.บี. ลาบอราตอรี่, สหแพทย์เภสัช, เยเนอรัล ฮอสปิตัล โปรดัคส์) ร้านขายยา Save Drug ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ N Health ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ Greenline Synergy บริการขนส่งผู้ป่วยทางอากาศ ธุรกิจประกันสุขภาพ ธุรกิจโรงแรม (Mövenpick BDMS Wellness Resort) และสำนักงานการตลาดในซาอุดีอาระเบีย

 

โครงสร้างรายได้ตามงบการเงินรวมปี 2025 รวม 113,272.5 ล้านบาท แบ่งเป็น

 

ประเภทรายได้   จำนวน (ล้านบาท)         สัดส่วน

ค่ารักษาพยาบาล — ดำเนินการโดย BDMS          18,577.9         16.4%

ค่ารักษาพยาบาล — ดำเนินการโดยบริษัทย่อย      88,935.8         78.5%

รายได้จากการจำหน่ายสินค้า      3,993.6 3.5%

รายได้อื่น         1,765.2 1.6%

 

รายได้ค่ารักษาพยาบาลปี 2025 แบ่งเป็นผู้ป่วยชาวไทย 72% ต่อผู้ป่วยชาวต่างชาติ 28% แบ่งตามพื้นที่เป็นโรงพยาบาลในกรุงเทพและปริมณฑล 54% ต่อนอกกรุงเทพ 46% และแบ่งตามลักษณะการรักษาเป็นผู้ป่วยใน 51% ต่อผู้ป่วยนอก 49%

ปี 2025 บริษัทมีผู้ป่วยนอกเฉลี่ย 36,386 รายต่อวัน เพิ่มขึ้นจาก 34,849 รายในปี 2024 (YoY) ขณะที่ผู้ป่วยในเฉลี่ยอยู่ที่ 4,321 รายต่อวัน ลดลงจาก 4,489 รายในปี 2024 (YoY) ส่งผลให้อัตราการครองเตียงลดลงจาก 67% ในปี 2024 เหลือ 64% ในปี 2025 ทั้งที่จำนวนเตียงที่เปิดให้บริการเพิ่มขึ้นจากโรงพยาบาลใหม่

 

วิสัยทัศน์และทิศทาง

วิสัยทัศน์ของบริษัทคือการเป็น "ศูนย์กลางทางการแพทย์แห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มุ่งสู่การดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน" โดยมี 6 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การบริการที่เป็นเลิศ การยกระดับนวัตกรรมทางการแพทย์ สังคมคาร์บอนต่ำ การคืนคุณค่าสู่สังคม การส่งเสริมความเท่าเทียมในการเข้าถึงการรักษา และการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล

 

จุดที่น่าสนใจในเชิงกลยุทธ์คือ บริษัทนำแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบเน้นคุณค่า (Value-Based Healthcare) มาใช้เป็นรายแรกของประเทศไทย และเป็นสมาชิกของ International Consortium for Health Outcomes Measurement (ICHOM) โดยพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ BURT สำหรับทบทวนการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ตลอดกระบวนการรักษา ทั้งการวินิจฉัย การใช้ยา และระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล ซึ่งได้รับการยอมรับจากบริษัทประกันหลายแห่ง ผู้บริหารระบุว่ากำลังใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นกลไกขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กรระยะ 5-10 ปี

สิ่งที่ควรติดตาม

          ผู้บริหารประเมินว่าปี 2026 ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนจะขยายตัวได้ แม้ยังเผชิญเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัวต่อเนื่อง ประเด็นที่ต้องจับตาจากข้อมูลในรายงานฉบับนี้มีสามเรื่อง หนึ่งคืออัตราการครองเตียงที่ลดลงเหลือ 64% ในภาวะที่บริษัทยังเปิดเตียงใหม่ต่อเนื่อง ซึ่งกดดันค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น +12% YoY ในปี 2025 สองคือการฟื้นตัวของฐานผู้ป่วยกัมพูชาที่ยังผูกกับปัจจัยที่บริษัทควบคุมไม่ได้ และสามคือผลกระทบจากกรมธรรม์ประกันสุขภาพแบบร่วมจ่าย (Co-pay) ที่บริษัทระบุว่าทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ก่อนกลับเข้าสู่ภาวะปกติในครึ่งหลัง

ที่มา: 56-1 One Report ปี 2025

สำหรับผู้ที่สนใจหุ้นตัวนี้ ยังมีอีกช่องทางหนึ่งคือการลงทุนผ่านตลาด TFEX ด้วยสัญญา Single Stock Futures ซึ่งมีให้เลือกหลายซีรีส์ตามอายุสัญญา เช่น BDMSU26 หรือ BDMSZ26 ข้อดีคือใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการซื้อหุ้นโดยตรง และเปิดโอกาสทำกำไรได้ทั้งจังหวะขาขึ้นและขาลง

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัท ท่านสามารถอ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มเกี่ยวกับสัญญา Futures บนหุ้น BDMS และหุ้นตัวอื่น ๆ ได้ที่หน้าเว็บของบริษัท YLG Futures ในหัวข้อ "บทวิเคราะห์" URL: https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures

และหากนักลงทุนท่านใดสนใจลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์ส ติดต่อได้ที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)

📌 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนหรือระบุเป้าหมายราคาเพื่อการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง