รีวิวธุรกิจของหุ้น BA บริษัทสายการบินที่เป็นเจ้าของสนามบินของตัวเอง
รีวิวธุรกิจของหุ้น BA บริษัทสายการบินที่เป็นเจ้าของสนามบินของตัวเอง

บทความการลงทุน: รีวิวธุรกิจของหุ้น BA บริษัทสายการบินที่เป็นเจ้าของสนามบินของตัวเอง

จุดเริ่มต้นของ BA ย้อนกลับไปปี 1968 เมื่อนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ตั้งแผนกการบินขึ้นภายใน บริษัท กรุงเทพสหกล จำกัด ต่อมาปี 1984 จึงแยกกิจการออกมาตั้งเป็น บริษัท สหกลแอร์ จำกัด เพื่อรับโอนแผนกการบินดังกล่าว ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด ในภายหลัง

การให้บริการเที่ยวบินแบบประจำภายใต้ชื่อ "สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส" เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 20 มกราคม 1986 ด้วย 3 เส้นทางแรกคือ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา กรุงเทพฯ-สุรินทร์ และกรุงเทพฯ-กระบี่ โดยใช้เครื่องบิน Bandeirante EMB-110 ความจุเพียง 18 ที่นั่ง

หมุดหมายที่กำหนดตัวตนของบริษัทจริง ๆ คือปี 1989 เมื่อบริษัทสร้างสนามบินสมุยด้วยเงินลงทุนประมาณ 800 ล้านบาท และได้รับรหัสการบินจาก IATA คือ "PG" นี่คือการตัดสินใจที่ทำให้ BA ไม่ได้เป็นแค่สายการบิน แต่เป็นผู้ควบคุมโครงสร้างพื้นฐานปลายทางด้วย ต่อมา บริษัทเข้าร่วมสำนักหักบัญชี IATA ในปี 1994 พร้อมนำ ATR 72 เข้าฝูงบิน เปิดสนามบินสุโขทัยปี 1998 เข้าเป็นสมาชิก IATA BSP ปี 2000 และเป็นสมาชิกสามัญของ IATA ในปี 2002 ซึ่งหมายถึงการเข้าสู่มาตรฐาน IOSA ปี 2006 บริษัทย้ายฐานปฏิบัติการหลักมายังสนามบินสุวรรณภูมิ และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2013 ภายใต้ชื่อย่อ BA

โครงสร้างรายได้ปี 2025

BA ไม่ใช่สายการบินเดี่ยว ๆ แต่เป็นกลุ่มธุรกิจการบินที่มีรายได้ 3 ทางหลัก บวกรายได้อื่น

  1. ธุรกิจสายการบิน: full-service ระยะใกล้ที่เจาะนักท่องเที่ยว

ณ สิ้นปี 2025 ฝูงบินมี 22 ลำ แบ่งเป็น Airbus A319 จำนวน 11 ลำ A320 จำนวน 1 ลำ และ ATR 72-600 จำนวน 10 ลำ โดย 12 ลำอยู่ใต้สัญญาเช่าดำเนินงาน 8 ลำใต้สัญญาเช่าทางการเงิน และ 2 ลำเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท

โมเดลของ BA คือเส้นทางระยะใกล้ รัศมีไม่เกิน 3,120 กิโลเมตร และเวลาบินไม่เกิน 5 ชั่วโมงจากศูนย์ปฏิบัติการทั้ง 3 แห่ง คือ สุวรรณภูมิ สมุย และเชียงใหม่ เครือข่ายครอบคลุม 16 จุดหมาย ใน 6 ประเทศ แต่จุดสำคัญคือความตกลงเที่ยวบินร่วม (Code Share Agreement) กับ 30 สายการบิน ซึ่งขยายเครือข่ายออกไปอีก 27 จุดหมาย ใน 19 ประเทศ โดยไม่ต้องลงทุนบินระยะไกลเอง — นี่คือกลไกที่ให้บริษัทเข้าถึงผู้โดยสารยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย ด้วยต้นทุนที่บริหารได้

  1. ธุรกิจสนามบิน: แหล่งอำนาจต่อรองที่แท้จริง

 

BA เป็นเจ้าของและผู้ดำเนินกิจการสนามบิน 3 แห่ง ได้แก่ สนามบินสมุย เป็นสนามบินสาธารณะที่เอกชนเป็นเจ้าของ ทางวิ่งยาว 2,100 เมตร อาคารผู้โดยสาร 7 อาคาร ปี 2025 มีเที่ยวบินเฉลี่ย 39-54 เที่ยวบินต่อวัน หรือราว 16,000-17,000 เที่ยวบินต่อปี และผู้โดยสารประมาณ 3.0 ล้านคน โดยเที่ยวบินภายในประเทศคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 90% เดือนกรกฎาคม 2025 บริษัทได้โอนสิทธิใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะให้ บริษัท กรุงเทพบริหารสนามบิน จำกัด (BAM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้น 99.99%

สนามบินตราด ทางวิ่ง 1,800 เมตร และ สนามบินสุโขทัย ทางวิ่ง 2,100 เมตร ทั้งสองแห่ง BA เป็นสายการบินเพียงรายเดียวที่ให้บริการ

จุดนี้คือแก่นของโมเดลธุรกิจ เมื่อบริษัทเป็นทั้งเจ้าของสนามบินและสายการบินเพียงรายเดียวบนเส้นทางนั้น บริษัทจึงควบคุมทั้งอุปทานที่นั่งและค่าธรรมเนียมสนามบิน ซึ่งอธิบายว่าทำไมราคาบัตรโดยสารเฉลี่ยของ BA จึงยืนอยู่ในระดับที่สูงกว่าสายการบินต้นทุนต่ำอย่างมีนัยสำคัญ

  1. ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง: รายได้ที่ไม่ขึ้นกับที่นั่งของตัวเอง

BFS Ground (ถือหุ้น 98.88%) ให้บริการลูกค้าภาคพื้นและลานจอด ณ สุวรรณภูมิ เป็น 1 ใน 2 รายที่ได้รับสัมปทานจาก ทอท. อายุ 20 ปี นับตั้งแต่ 28 กันยายน 2006 มีลูกค้ามากกว่า 70 สายการบินสำหรับบริการภาคพื้น และมากกว่า 93 สายการบินสำหรับบริการลานจอด

BAC (ครัวการบิน) สัดส่วนถือหุ้นเพิ่มจาก 93.33% เป็น 96.97% ในเดือนธันวาคม 2025 โรงครัวพื้นที่ประมาณ 20,000 ตารางเมตร ปี 2025 ผลิตอาหาร 7.2 ล้านมื้อ (+8.0% YoY) เฉลี่ย 19,708 ที่ต่อวัน มีลูกค้าสายการบินอื่นอีก 32 ราย

BFS Cargo (บริษัทร่วม ถือหุ้น 49.00%) คลังสินค้าระหว่างประเทศ ณ สุวรรณภูมิ ปี 2025 ให้บริการสินค้า 508,748 ตัน อัตราการใช้กำลังระดับ 89.91% (+1.07 จุดจากปี 2024) ลูกค้า 90 ราย

นอกจากนี้ BA ยังถือ UTA (บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น) สัดส่วน 40.0% โดยเดือนมีนาคม 2025 ได้ชำระค่าหุ้นเพิ่มอีก 2,100.0 ล้านบาท ทำให้เงินลงทุนตามวิธีราคาทุนอยู่ที่ระดับ 6,000.0 ล้านบาท และถือ BAREIT 25.00% ซึ่งเป็นทรัสต์ที่ลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุยระยะเวลา 25 ปี

 

ที่มา: 56-1 One Report ปี 2025

สำหรับผู้ที่สนใจหุ้นตัวนี้ ยังมีอีกช่องทางหนึ่งคือการลงทุนผ่านตลาด TFEX ด้วยสัญญา Single Stock Futures ซึ่งมีให้เลือกหลายซีรีส์ตามอายุสัญญา เช่น BAU26 หรือ BAZ26 ข้อดีคือใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการซื้อหุ้นโดยตรง และเปิดโอกาสทำกำไรได้ทั้งจังหวะขาขึ้นและขาลง

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัท ท่านสามารถอ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มเกี่ยวกับสัญญา Futures บนหุ้น BA และหุ้นตัวอื่น ๆ ได้ที่หน้าเว็บของบริษัท YLG Futures ในหัวข้อ "บทวิเคราะห์" URL: https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures

และหากนักลงทุนท่านใดสนใจลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์ส ติดต่อได้ที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)

📌 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนหรือระบุเป้าหมายราคาเพื่อการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง