รีวิวหุ้น CENTEL กลุ่มธุรกิจโรงแรมเซ็นทาราที่ใครได้ยินชื่อก็ต้องรู้จัก
รีวิวหุ้น CENTEL กลุ่มธุรกิจโรงแรมเซ็นทาราที่ใครได้ยินชื่อก็ต้องรู้จัก

บทความการลงทุน: รีวิวหุ้น CENTEL กลุ่มธุรกิจโรงแรมเซ็นทาราที่ใครได้ยินชื่อก็ต้องรู้จัก

ปี 1979 กลุ่มบริษัทเซ็นทรัลริเริ่มโครงการที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนในเขตจตุจักร คือการพัฒนาที่ดินผืนใหญ่ให้เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โรงแรมระดับห้าดาว และศูนย์การประชุมไปพร้อมกัน โรงแรมไฮแอท เซ็นทรัลพลาซา กรุงเทพฯ พร้อมบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เปิดให้บริการวันที่ 23 เมษายน 1983 และเปลี่ยนชื่อมาเป็นเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน

ถัดมาคือปี 1986 เข้าซื้อสิทธิการเช่าโรงแรมรถไฟหัวหิน โรงแรมที่เปิดบริการมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 1922 และได้รับการยกย่องเป็นโรงแรมคลาสสิกแห่งหนึ่งของเอเชีย ปัจจุบันคือเซ็นทารา แกรนด์ บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน

บริษัทแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 1990 ตามด้วยการพัฒนาเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท สมุย ในปี 1995 ซึ่งมีส่วนเปลี่ยนเกาะสมุยจากจุดหมายของนักท่องเที่ยวสะพายเป้ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม

ปี 2007 คือจุดเปลี่ยนด้านแบรนด์ เดิมบริษัทดำเนินงานภายใต้ชื่อ "โรงแรมและรีสอร์ทเซ็นทรัล" แต่ชื่อเซ็นทรัลผูกกับภาพค้าปลีกมากเกินไปจนไม่เข้ากับธุรกิจรีสอร์ทที่กำลังโต จึงรวมคำว่าเซ็นทรัลเข้ากับคำว่า "ธารา" กลายเป็น "เซ็นทารา" ปลายปี 2009 เปิดโรงแรมในต่างประเทศแห่งแรกที่มัลดีฟส์ ตามด้วยการปูทางออกสู่อาเซียน จีน มหาสมุทรอินเดีย และตะวันออกกลาง ปี 2013 เปิดโปรแกรมสมาชิกเซ็นทาราเดอะวัน ปี 2017 ลงนามร่วมทุนโรงแรมแห่งแรกในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และปี 2023 เจาะตลาดญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกด้วยเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า อาคาร 33 ชั้น 515 ห้องพัก ใจกลางย่านนัมบะ

โมเดลรายได้ของ CENTEL มีสามลักษณะ หนึ่งคือการเป็นเจ้าของสินทรัพย์เอง รับรายได้ห้องพัก อาหารและเครื่องดื่ม ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุม สปา และบริการอื่นเต็มจำนวน แลกกับการแบกเงินลงทุนและค่าเสื่อมราคา สองคือการรับจ้างบริหารโรงแรมของเจ้าของรายอื่นภายใต้สัญญาบริหารโรงแรม ซึ่งใช้เงินลงทุนน้อยแต่รับเพียงค่าธรรมเนียม สามคือการร่วมทุน ทั้งฝั่งโรงแรม (เช่น เซ็นทารา มิราจ บีช รีสอร์ท ดูไบ) และฝั่งอาหาร ซึ่งซีอาร์จีใช้เป็นกลไกหลักในการเติมแบรนด์ประเภทที่ยังไม่มีในพอร์ต เช่น สลัดแฟคทอรี่ ส้มตำนัว ชินคันเซ็น ซูชิ นักล่าหมูกระทะ นามะ คัตสึ มิโดริ ซูชิ ลัคกี้สุกี้ และลัคกี้บาร์บีคิว

ความสำเร็จของโมเดลธุรกิจเครือเซ็นทาราดึงดูดความสนใจจากเจ้าของโรงแรมรายอื่น ทำให้บริษัทพัฒนาตัวเองจากการเป็นเจ้าของโรงแรมล้วนๆ มาเป็นผู้บริหารจัดการโรงแรมให้ผู้อื่นด้วย

 

โครงสร้างธุรกิจ

ธันวาคม 2025 บริษัทมีโรงแรมภายใต้การบริหารงานทั้งสิ้น 84 โรงแรม รวม 18,982 ห้อง แบ่งเป็นโรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้ว 51 โรงแรม (11,137 ห้อง) และอยู่ระหว่างพัฒนาอีก 33 โรงแรม (7,845 ห้อง) ในจำนวน 51 แห่งที่เปิดแล้วนั้น เป็นโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของ 22 โรงแรม (5,827 ห้อง) และอยู่ภายใต้สัญญาบริหาร 29 โรงแรม (5,310 ห้อง) ครอบคลุม 12 ประเทศ ได้แก่ ไทย ไซปรัส ญี่ปุ่น ลาว มัลดีฟส์ เนปาล โอมาน กาตาร์ ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเวียดนาม

โครงสร้างแบรนด์แบ่งเป็น 6 แบรนด์ ไล่จากบนลงล่าง คือ เซ็นทารา รีเซิร์ฟ (Luxury), เดอะ เซ็นทารา คอลเลคชั่น (Upper Upscale ถึง Luxury), เซ็นทารา แกรนด์ (Upper Upscale), เซ็นทารา (Upscale), เซ็นทารา ไลฟ์ (Upper Midscale, รีแบรนด์จาก "เซ็นทรา" เมื่อ 20 ธันวาคม 2023) และโคซี่ (Affordable lifestyle) เสริมด้วยธุรกิจสปา 3 แบรนด์ และโปรแกรมสะสมคะแนนเซ็นทาราเดอะวัน

กลุ่มธุรกิจอาหาร ดำเนินงานผ่าน บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (ซีอาร์จี) ในสามสถานะพร้อมกัน คือผู้รับสิทธิแฟรนไชส์ เจ้าของลิขสิทธิ์แบรนด์เอง และผู้ร่วมทุน ณ 31 ธันวาคม 2025 มีสาขารวม 1,429 สาขา (รวมบริษัทร่วมทุน แต่ไม่รวมลัคกี้สุกี้และลัคกี้บาร์บีคิว) แบรนด์ที่มีสาขามากที่สุดคือ มิสเตอร์ โดนัท 463 สาขา, เคเอฟซี 351 สาขา, อานตี้ แอนส์ 257 สาขา, ชินคันเซ็น ซูชิ 68 สาขา, โอโตยะ 57 สาขา และคัตสึยะ 56 สาขา จุดที่น่าสังเกตคือสิทธิที่ถือครองต่างกัน เคเอฟซีเป็น Non-exclusive Right ซึ่งเจ้าของสิทธิยังให้แฟรนไชส์กับผู้ประกอบการรายอื่นได้ ขณะที่แบรนด์อย่างมิสเตอร์ โดนัท อานตี้ แอนส์ โอโตยะ และคัตสึยะ เป็น Exclusive Right

 

โครงสร้างรายได้

          โครงสร้างรายได้ปี 2025 ธุรกิจกิจโรงแรมอยู่ 11,125.4 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 44% ธุรกิจร้านอาหารรายได้ 12,828.5 คิดเป็นสัดส่วน 50.7% และรายได้อื่นๆอีก 1,346.1 ล้านบาทหรือประมาณ 5.3%

 

ที่มา: 56-1 One Report ปี 2025

 

สำหรับผู้ที่สนใจหุ้นตัวนี้ ยังมีอีกช่องทางหนึ่งคือการลงทุนผ่านตลาด TFEX ด้วยสัญญา Single Stock Futures ซึ่งมีให้เลือกหลายซีรีส์ตามอายุสัญญา เช่น CENTELU26 หรือ CENTELZ26 ข้อดีคือใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการซื้อหุ้นโดยตรง และเปิดโอกาสทำกำไรได้ทั้งจังหวะขาขึ้นและขาลง

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัท ท่านสามารถอ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มเกี่ยวกับสัญญา Futures บนหุ้น CENTEL และหุ้นตัวอื่น ๆ ได้ที่หน้าเว็บของบริษัท YLG Futures ในหัวข้อ "บทวิเคราะห์" URL: https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures

และหากนักลงทุนท่านใดสนใจลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์ส ติดต่อได้ที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)

📌 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนหรือระบุเป้าหมายราคาเพื่อการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง