รีวิวหุ้น SPRC เมื่อโรงกลั่นเลือกเดินลงมายืนที่หน้าปั๊มด้วยตัวเอง
บทความการลงทุน: รีวิวหุ้น SPRC เมื่อโรงกลั่นเลือกเดินลงมายืนที่หน้าปั๊มด้วยตัวเอง
มีตัวเลขชุดหนึ่งของ Star Petroleum Refining หรือ SPRC ที่เล่าเรื่องได้ครบในตัวเอง ปี 2023 รายได้ของบริษัทมาจากธุรกิจโรงกลั่นสัดส่วน 56.12% และธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัดส่วน 43.88% พอถึงปี 2025 ตัวเลขสองชุดนี้สลับที่กัน ธุรกิจโรงกลั่นเหลือสัดส่วน 43.90% ส่วนธุรกิจจำหน่ายขึ้นมาเป็น 56.10% เท่ากับน้ำหนักรายได้เคลื่อนออกจากงานกลั่นถึง -12.22 จุด% ภายในเวลาเพียงสองปี บริษัทที่เคยนิยามตัวเองว่าเป็นโรงกลั่น วันนี้มีรายได้ส่วนใหญ่มาจากการขายปลีก
จุดเริ่มของการเปลี่ยนน้ำหนัก
ต้นปี 2024 SPRC ปิดดีลซื้อธุรกิจการตลาดน้ำมันต่อจากเชฟรอน ประกอบด้วยหุ้น 100% ในบริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง (SFL) และหุ้นในบริษัทท่อส่งปิโตรเลียมไทย (Thappline) อีก 9.91% รวมมูลค่าราว 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สิ่งที่ได้กลับมาคือเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันแบรนด์คาลเท็กซ์ทั้งระบบ
เหตุผลเบื้องหลังตรงไปตรงมา งานกลั่นเป็นธุรกิจที่กำไรขึ้นลงตามค่าการกลั่นและราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นตัวแปรที่บริษัทไม่มีสิทธิ์กำหนด ขณะที่รายได้จากการขายหน้าปั๊มมีจังหวะที่สม่ำเสมอและประมาณการได้ง่ายกว่า การนำสองธุรกิจมาต่อกันจึงทำให้ SPRC ถือครองห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่จัดหาน้ำมันดิบ กลั่น จนถึงส่งมอบให้ผู้ใช้รถที่หัวจ่ายภายใต้แบรนด์ของตัวเอง กำไรช่วงปลายทางที่เคยตกอยู่กับผู้ค้าปลีกรายอื่น ถูกดึงกลับมาอยู่ในกลุ่มบริษัท
ฐานที่รองรับ: โรงกลั่นที่ไม่ใช่โรงกลั่นธรรมดา
โรงกลั่นของ SPRC มีกำลังการผลิต 175,000 บาร์เรลต่อวัน ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง จุดที่ต้องแยกให้ออกคือบริษัทไม่ได้เดินเครื่องแบบกลั่นแยกส่วนแล้วจบ แต่เป็นโรงกลั่นประเภท complex cracking refinery ที่มีหน่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน ทำหน้าที่แปลงน้ำมันเตาซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ราคาต่ำ ให้กลายเป็นน้ำมันเบนซิน น้ำมันอากาศยาน และน้ำมันดีเซลที่ขายได้ราคาสูงกว่า ผลลัพธ์คือค่าการกลั่นต่อบาร์เรลที่เหนือกว่าโรงกลั่นแบบ hydroskimming ซึ่งมีกระบวนการเรียบง่ายกว่า
ความสามารถอีกด้านที่มีค่าไม่แพ้กันคือความยืดหยุ่นในการเลือกวัตถุดิบ SPRC รับกลั่นได้ทั้งน้ำมันดิบชนิดหนักกำมะถันสูงที่ราคาถูก ไปจนถึงชนิดเบากำมะถันต่ำ รวมถึงน้ำมันดิบที่มีปรอทปนเปื้อนหรือมีความเป็นกรดสูงซึ่งโรงกลั่นทั่วไปรับไม่ไหว ข้อได้เปรียบตรงนี้เปิดทางให้บริษัทเข้าไปรับซื้อน้ำมันดิบที่ตลาดหลบเลี่ยงและมีส่วนลดราคา แล้วเปลี่ยนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ราคาเต็มได้ตามปกติ
สินทรัพย์ที่คู่แข่งลอกเลียนไม่ทัน
จุดแข็งที่นักลงทุนมักมองข้ามคือทำเลและโครงสร้างพื้นฐาน การตั้งอยู่ใจกลางมาบตาพุดซึ่งเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศ ทำให้ลูกค้าที่รับซื้อสารตั้งต้นอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร ต้นทุนขนส่งจึงต่ำและความสัมพันธ์ทางการค้าผูกกันแน่น
บริษัทยังมีทุ่นผูกเรือน้ำลึกกลางทะเล (Single Point Mooring) ที่ถือครองร่วมกับ GC รองรับเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ระดับ VLCC ได้ถึง 265,000 เดทเวทตัน การนำเข้าน้ำมันดิบด้วยเรือขนาดนี้ช่วยลดต้นทุนขนส่งต่อบาร์เรลได้อย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับท่าเทียบเรือเดินทะเลของตัวเอง การเชื่อมต่อระบบท่อส่งของ Thappline และคลังจ่ายน้ำมันทางรถบรรทุก สินทรัพย์ชุดนี้ต้องใช้ทั้งเงินลงทุนมหาศาลและเวลาก่อสร้างหลายปี จึงทำหน้าที่เป็นกำแพงกั้นผู้เล่นรายใหม่ไปในตัว
อีกด้านของห่วงโซ่แนวตั้ง: ลูกค้าที่กระจุกตัว
โครงสร้างลูกค้าปี 2025 กระจุกตัวสูงมาก ลูกค้าอันดับหนึ่งคือ SFL ซึ่งเป็นบริษัทลูกของตัวเอง คิดเป็นสัดส่วน 52.0% ของรายได้จากการขาย ตามด้วยกลุ่ม ปตท. (ปตท. และ OR) สัดส่วน 32.5% รวมสองรายกินสัดส่วนรายได้เกินสามในสี่
ด้านหนึ่งการที่ SFL เป็นบริษัทลูกช่วยตัดความเสี่ยงเรื่องการสูญเสียลูกค้าออกไป เพราะ SPRC ควบคุมช่องทางระบายผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ไว้เอง ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงจากการทำห่วงโซ่แนวตั้ง อีกด้านหนึ่งการพึ่งพากลุ่ม ปตท. ในสัดส่วนสูงยังเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตาม และนักลงทุนต้องเข้าใจด้วยว่ารายได้จำนวนไม่น้อยเกิดจากรายการระหว่างกันภายในกลุ่มบริษัท
ที่มา: 56-1 One Report ปี 2025
สำหรับผู้ที่สนใจหุ้นตัวนี้ ยังมีอีกช่องทางหนึ่งคือการลงทุนผ่านตลาด TFEX ด้วยสัญญา Single Stock Futures ซึ่งมีให้เลือกหลายซีรีส์ตามอายุสัญญา เช่น SPRCU26 หรือ SPRCZ26 ข้อดีคือใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการซื้อหุ้นโดยตรง และเปิดโอกาสทำกำไรได้ทั้งจังหวะขาขึ้นและขาลง
ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัท ท่านสามารถอ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มเกี่ยวกับสัญญา Futures บนหุ้น SPRC และหุ้นตัวอื่น ๆ ได้ที่หน้าเว็บของบริษัท YLG Futures ในหัวข้อ "บทวิเคราะห์" URL: https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures
และหากนักลงทุนท่านใดสนใจลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์ส ติดต่อได้ที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999
โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)
📌 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนหรือระบุเป้าหมายราคาเพื่อการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง