Single Stock Futures Overview: ERW อาณาจักรโรงแรมครบทุก Segment
Single Stock Futures Overview: ERW อาณาจักรโรงแรมครบทุก Segment

Single Stock Futures Overview: ERW อาณาจักรโรงแรมครบทุก Segment

 

          ERW หรือ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อบริษัทเปิดโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ ในปี 1991 ตามด้วยเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพ ในปี 1997 กระทั่งปี 2005 พร้อมประกาศชัดว่าธุรกิจหลักคือการลงทุนและพัฒนาโรงแรม รวมระยะเวลาดำเนินกิจการถึงสิ้นปี 2025 ได้ 43 ปี

          พัฒนาการหลังจากนั้นคือการไล่เก็บตลาดลงมาทีละชั้น ปี 2008 เข้าสู่โรงแรมระดับกลางด้วยคอร์ทยาร์ด โดย แมริออท และเริ่มแบรนด์ไอบิสในระดับประหยัด ปี 2012 คิดค้นแนวคิด "คอมโบโฮเทล" คือวางโรงแรม 2 แบรนด์ 2 ระดับไว้ในอาคารเดียวกันเพื่อใช้ที่ดินและงานหลังบ้านร่วมกัน และปี 2014 เปิดตัว "ฮ็อป อินน์" โรงแรมระดับบัดเจ็ทที่บริษัทเป็นเจ้าของแบรนด์และบริหารเองทั้งหมด ทำให้ ERW มีสินค้าครบตั้งแต่ 5 ดาวจนถึงบัดเจ็ทเป็นรายแรกๆ ของไทย

 

โครงสร้างธุรกิจ 3 รูปแบบ

          หนึ่ง จ้างบริษัทระดับโลกบริหารให้ ปัจจุบันมี Hyatt International, Marriott International และ IHG บริหารโรงแรม 5 แห่ง ได้แก่ แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ, เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพ, เดอะ นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต, คอร์ทยาร์ด โดย แมริออท กรุงเทพ และฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา

          สอง ซื้อสิทธิแฟรนไชส์แล้วบริหารเอง ภายใต้แบรนด์ของ AccorHotels (โนโวเทล เมอร์เคียว ไอบิส สไตล์ ไอบิส) และ IHG (Holiday Inn) วิธีนี้บริษัทได้ชื่อแบรนด์และระบบจองระดับสากลมาใช้ โดยยังคุมต้นทุนการดำเนินงานเองได้

          สาม แบรนด์ของตัวเอง คือฮ็อป อินน์ ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ ออกแบบมาตรฐาน และบริหารเองทั้งหมด ไม่ต้องจ่ายค่าสิทธิให้ใคร

          นอกจากธุรกิจโรงแรม ยังมีธุรกิจพื้นที่ให้เช่าคือศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค็อก ที่สี่แยกราชประสงค์ พื้นที่เช่า 6,554 ตารางเมตร เปิดปี 2005 และธุรกิจร้านอาหารที่เพิ่งเริ่มปี 2024 ได้แก่ มาน โฮ บิสโทร และชิซานะ นามิ ซึ่งจ้างเครือแมริออทบริหาร นับเป็นครั้งแรกที่แมริออทเปิดร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าในไทย

          ณ สิ้นปี 2025 บริษัทมีโรงแรมเปิดดำเนินการ 103 แห่ง รวม 12,332 ห้อง แบ่งเป็นระดับ 5 ดาว 911 ห้อง ระดับกลาง 1,812 ห้อง ระดับประหยัด 1,813 ห้อง และบัดเจ็ท (ฮ็อป อินน์) 7,796 ห้อง โดยฮ็อป อินน์กระจายอยู่ในไทย 71 แห่ง ครอบคลุม 48 จังหวัด ฟิลิปปินส์ 10 แห่ง และญี่ปุ่น 4 แห่ง มูลค่าตามบัญชีของทรัพย์สินหลักที่ใช้ประกอบธุรกิจอยู่ที่ 23,417 ล้านบาท เป็นที่ดิน 30.19% อาคารและส่วนปรับปรุง 45.85% และสินทรัพย์สิทธิการใช้ 19.01%

          ปี 2025 บริษัทมีรายได้รวมก่อนรายการพิเศษ 7,939 ล้านบาท โดยมาจากธุรกิจโรงแรม 7,771 ล้านบาท หรือกว่า 97% ของรายได้รวม ที่เหลือเป็นค่าเช่าและค่าบริการ 135 ล้านบาท และรายได้อื่น 33 ล้านบาท ภายในธุรกิจโรงแรมแบ่งเป็นรายได้ห้องพัก 6,214 ล้านบาท และรายได้อาหารและเครื่องดื่ม 1,423 ล้านบาท

 

วิสัยทัศน์และทิศทางข้างหน้า

          วิสัยทัศน์ที่บริษัทประกาศไว้คือ "เป็นผู้นำธุรกิจการพัฒนาและลงทุนในโรงแรมและรีสอร์ทในประเทศไทยและภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก" โดยวางกลยุทธ์ไว้ 3 ด้าน คือกลยุทธ์การเติบโตผ่านการหาทำเลศักยภาพสูงในไทยระดับกลาง ควบคู่กับการเร่งขยายฮ็อป อินน์ในเอเชียแปซิฟิก กลยุทธ์การเพิ่มมูลค่าพอร์ตเดิมผ่านการบริหารสินทรัพย์และปรับปรุงโรงแรม และกลยุทธ์การสร้างความยั่งยืนผ่านระบบงาน ข้อมูล และบุคลากร ค่านิยมองค์กรใช้ชื่อว่า "ERAWAN's SPICE" ประกอบด้วย System, People, Information, Culture และ Environment

 

ที่มา: 56-1 One Report ปี 2025

 

สำหรับผู้ที่สนใจหุ้นตัวนี้ ยังมีอีกช่องทางหนึ่งคือการลงทุนผ่านตลาด TFEX ด้วยสัญญา Single Stock Futures ซึ่งมีให้เลือกหลายซีรีส์ตามอายุสัญญา เช่น ERWU26 หรือ ERWZ26 ข้อดีคือใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการซื้อหุ้นโดยตรง และเปิดโอกาสทำกำไรได้ทั้งจังหวะขาขึ้นและขาลง

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัท ท่านสามารถอ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มเกี่ยวกับสัญญา Futures บนหุ้น ERW และหุ้นตัวอื่น ๆ ได้ที่หน้าเว็บของบริษัท YLG Futures ในหัวข้อ "บทวิเคราะห์" URL: https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures

และหากนักลงทุนท่านใดสนใจลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์ส ติดต่อได้ที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)

📌 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนหรือระบุเป้าหมายราคาเพื่อการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง