Single Stock Futures Overview: TU จากโรงงานทูน่ากระป๋องสู่แบรนด์อาหารทะเลระดับ Global
Single Stock Futures Overview: TU จากโรงงานทูน่ากระป๋องสู่แบรนด์อาหารทะเลระดับ Global

Single Stock Futures Overview: TU จากโรงงานทูน่ากระป๋องสู่แบรนด์อาหารทะเลระดับ Global

          บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้ผลิตอาหารทะเลและอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่ของโลก มีบริษัทในเครือที่เดินโรงงานผลิตสินค้ารวม 26 บริษัท กำลังการผลิตรวมมากกว่า 1 ล้านตันต่อปี และมีพนักงานทั้งกลุ่ม 44,816 คน ในปี 2025 บริษัทมีรายได้จากการขาย 132.7 พันล้านบาท กว่า 88% ของยอดขายมาจากลูกค้านอกประเทศไทย โดยตลาดใหญ่ที่สุดคือสหรัฐอเมริกา (สัดส่วน 39%) ตามด้วยยุโรป (30%) ไทย (12%) ญี่ปุ่น (5%) และตลาดอื่น (14%)

บริษัทนี้ทำธุรกิจอย่างไร: 4 กลุ่มธุรกิจ

  1. อาหารทะเลแปรรูป เป็นธุรกิจดั้งเดิมตั้งแต่ปี 1977 สินค้าหลักคือทูน่า ซาร์ดีน แมคเคอเรล และแซลมอน บรรจุกระป๋อง ซอง หรือถาด ซึ่งเก็บได้นานถึง 5 ปี ยอดขายกลุ่มนี้มาจากสินค้าแบรนด์ของบริษัท 55.7% ที่เหลือมาจากการรับจ้างผลิตและงานบริการด้านอาหาร ตลาดหลักคือยุโรป (44.2%) สหรัฐฯ (31.2%) และเอเชียกับภูมิภาคอื่น (24.6%)
  2. อาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น ผลิตภัณฑ์ที่มีสัดส่วนมากที่สุดคือกุ้ง ตามด้วยแซลมอน อาหารสัตว์น้ำและสัตว์บก (ผลิตโดยไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์) และอาหารทะเลอื่น สินค้าแบรนด์คิดเป็น 45.9% ของยอดขายกลุ่มนี้ และตลาดใหญ่ที่สุดคือสหรัฐฯ (51.2%) ยอดขายกลุ่มนี้หดตัวลง -13.0% เทียบกับปี 2023
  3. อาหารสัตว์เลี้ยง ดำเนินงานผ่านบริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น (ITC) ซึ่ง TU ถือหุ้น 79.30% ITC ผลิตอาหารเปียกและขนมสำหรับแมวและสุนัข เกือบทั้งหมดเป็นการรับจ้างผลิต เพราะสินค้าแบรนด์ของบริษัทเองมีเพียง 1.2% ของยอดขายกลุ่มนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในอเมริกาเหนือ (58.9%) ธุรกิจนี้เติบโตเร็วที่สุดของกลุ่ม ยอดขายเพิ่มขึ้น +18.7% เทียบกับปี 2023 และสัดส่วนต่อยอดขายรวมขยับจาก 11.1% เป็น 13.5%
  4. ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าและอื่น ๆ ประกอบด้วยอาหารพร้อมปรุงและพร้อมรับประทาน ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (กระป๋องเปล่าและการพิมพ์ฉลาก) ส่วนประกอบอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น น้ำมันปลาทูน่า UniQ OMEGA และคอลลาเจนจากหนังปลาทูน่า ThalaCol และผลพลอยได้ เช่น กระดูกปลาและหัวกุ้ง บริษัทระบุว่าสามารถใช้ประโยชน์จากทูน่าและผลพลอยได้จากปลาได้กว่า 99%

วิสัยทัศน์และกลยุทธ์สู่ปี 2030

          TU วางวิสัยทัศน์ไว้ว่า "การเป็นผู้นำโลกในอุตสาหกรรมอาหารและโภชนาการเพื่อสุขภาพจากท้องทะเล" ภายใต้เป้าหมาย "การมีสุขภาพที่ดี และท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์" (Healthy Living, Healthy Oceans) บริษัทตั้งเป้ายอดขายสุทธิ 245 พันล้านบาท (7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2030 และ EBITDA +100% เป็น 24,500-28,000 ล้านบาท

กลยุทธ์ฉบับปรับปรุงในปี 2025 มี 3 แนวทางหลัก

  1. เสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจหลัก ได้แก่ แบรนด์ทูน่า การรับจ้างผลิต และอาหารทะเลแช่แข็ง
  2. เร่งขยายธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารพร้อมทาน และส่วนประกอบอาหารเพื่อสุขภาพ
  3. ขยายการลงทุนไปยังธุรกิจต้นน้ำและภูมิภาคใหม่ รวมถึงการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ

แผนนี้มีโครงการลดต้นทุนรองรับ 3 โครงการ โครงการ Sonar ตั้งเป้าลดต้นทุนเฉลี่ย 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีตั้งแต่ปี 2026 และจะนำราว 40% ของเงินส่วนนี้กลับไปลงทุนต่อ โครงการ Tailwind ตั้งเป้าเพิ่มกำไรจากการดำเนินงานของ ITC 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีภายในปี 2027 และผลักดันยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงให้ถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ส่วนโครงการ Cost Reset ตั้งเป้าลดต้นทุนสุทธิราว 118 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2027

ด้านความยั่งยืน บริษัทใช้กลยุทธ์ SeaChange 2030 ซึ่งมีพันธกิจ 11 ด้าน ครอบคลุมการลดก๊าซเรือนกระจกสู่ศูนย์สุทธิ การทำประมงและการเพาะเลี้ยงอย่างรับผิดชอบ การลดขยะพลาสติกในทะเล และการดูแลแรงงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ในปี 2025 บริษัทได้รับคะแนนธรรมาภิบาลระดับ "ดีเลิศ" (5 ดาว) จาก IOD

ลงทุนใน TU ผ่าน TFEX

          นอกจากซื้อหุ้นโดยตรงแล้ว นักลงทุนยังลงทุนใน TU ผ่านสัญญา Single Stock Futures ในตลาด TFEX ได้ด้วย มีหลายซีรีส์และหลายอายุสัญญาให้เลือก เช่น TUZ26 และ TUH27 อ่านบทวิเคราะห์ฟิวเจอร์สของ TU และหุ้นตัวอื่นได้ที่เว็บไซต์ YLG Futures หัวข้อ "บทวิเคราะห์"
https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures

สอบถามเรื่องการลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์สได้ที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) โทร 02-687-9999

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)

📌 หมายเหตุ: บทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้ชักชวนให้ซื้อขายหรือกำหนดราคาเป้าหมาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง