Single Stock Futures Overview: TOP โรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของไทย
Single Stock Futures Overview: TOP โรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของไทย
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ก่อตั้งในปี 1961 ดำเนินธุรกิจมากว่า 64 ปี ธุรกิจหลักคือการกลั่นน้ำมันดิบและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปแบบค้าส่ง โรงกลั่นตั้งอยู่ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี กำลังการกลั่น 275,000 บาร์เรลต่อวัน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 22% ของกำลังการกลั่นทั้งประเทศ ณ เดือนธันวาคม 2025 ผู้ถือหุ้นใหญ่คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นทางตรง 45.03% และเมื่อรวมส่วนที่ถือผ่านบริษัทย่อยของ ปตท. จะอยู่ที่ 48.00% (ข้อมูล ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2025) TOP จึงเป็นโรงกลั่นหลักแห่งหนึ่งในกลุ่ม ปตท. ร่วมกับ GC และ IRPC
โครงสร้างธุรกิจ: โรงกลั่นเป็นแกนกลาง ธุรกิจอื่นต่อยอดจากโรงกลั่น
กลุ่มไทยออยล์บริหารงานแบบเชื่อมโยงกันทั้งกลุ่ม ผลผลิตจากโรงกลั่นส่วนหนึ่งถูกส่งต่อเป็นวัตถุดิบให้บริษัทในกลุ่ม เพื่อผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น
- ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน (TOP): ผลิตน้ำมันดีเซล น้ำมันอากาศยาน น้ำมันเบนซิน ก๊าซปิโตรเลียมเหลว และน้ำมันเตา
- ธุรกิจอะโรเมติกส์และสาร LAB: บริษัท ไทยพาราไซลีน จำกัด (ถือหุ้น 100%) ผลิตสารพาราไซลีนและเบนซีน ซึ่งเป็นต้นทางของเส้นใยพอลิเอสเทอร์และขวดพลาสติก กำลังการผลิตรวม 838,000 ตันต่อปี ส่วนบริษัท ลาบิกซ์ จำกัด (ถือผ่านไทยพาราไซลีน 75%) ผลิตสาร LAB ซึ่งเป็นวัตถุดิบของผงซักฟอก และเป็นผู้ผลิตรายแรกของไทย
- ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน: บริษัท ไทยลู้บเบส จำกัด (มหาชน) (ถือหุ้น 100%) ผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน ยางมะตอย และน้ำมันยางสะอาด
- ธุรกิจไฟฟ้า: บริษัท ท็อป เอสพีพี จำกัด (ถือหุ้น 100%) ผลิตไฟฟ้าและไอน้ำจากก๊าซธรรมชาติ รายได้ประมาณ 39% มาจากการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ตามสัญญา 25 ปี รวม 180 เมกะวัตต์ อีก 61% ขายให้บริษัทในกลุ่ม นอกจากนี้ TOP ยังถือหุ้น GPSC อีก 10.0%
- ธุรกิจสารทำละลายและเคมีภัณฑ์: บริษัท ไทยออยล์ โซลเว้นท์ จำกัด และบริษัท ท็อปเน็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผลิตและจัดจำหน่ายในไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย
- ธุรกิจโอเลฟิน: ถือหุ้น 15% ใน PT Chandra Asri Pacific Tbk (CAP) ผู้ผลิตโอเลฟินรายใหญ่ของอินโดนีเซีย
- ธุรกิจอื่น: เอทานอลจากมันสำปะหลัง ท่อขนส่งน้ำมัน (ถือหุ้น 9.2% ในบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด) ศูนย์บริหารเงิน และกิจการเงินร่วมลงทุน
TOP ดำเนินธุรกิจอย่างไร
ต้นทาง: น้ำมันดิบส่วนใหญ่มาจากตะวันออกกลาง คิดเป็นสัดส่วน 90.7% ของปริมาณที่จัดซื้อในปี 2025 ส่วนแหล่งในประเทศมีสัดส่วน 5.5% การจัดซื้อทั้งหมด 100% ทำผ่าน ปตท. ภายใต้โครงการ ONE ของกลุ่ม ปตท. น้ำมันดิบขนส่งทางเรือมาขึ้นที่ทุ่นผูกเรือน้ำลึกกลางทะเล ซึ่งรับเรือขนาดใหญ่ได้และช่วยลดค่าขนส่งต่อหน่วย
ปลายทาง: ปี 2025 บริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์รวม 19,624 ล้านลิตร โดยขายในประเทศ 87% และส่งออก 13% (สัดส่วนของปริมาณจำหน่าย)
- ผลิตภัณฑ์หลัก: น้ำมันดีเซล 34% น้ำมันอากาศยานและน้ำมันก๊าด 20% น้ำมันเบนซิน 17%
- ลูกค้ารายใหญ่: OR 34% บริษัทในกลุ่มไทยออยล์เอง 22% และ PTG 21%
- สัญญากับ OR: OR ต้องเสนอซื้อผลิตภัณฑ์อย่างน้อย 49.99% ของกำลังการกลั่น ณ ราคาตลาด บริษัทจึงทราบความต้องการล่วงหน้าและวางแผนการผลิตได้
- ช่องทางจัดส่ง: ท่อ 42% รถบรรทุก 35% และเรือ 23%
กำไรมาจากไหน: ราคาขายหน้าโรงกลั่นอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ ส่วนต้นทุนคือราคาน้ำมันดิบ กำไรจึงมาจากส่วนต่างระหว่างราคาผลิตภัณฑ์กับราคาน้ำมันดิบ ซึ่งบริษัทกำหนดเองไม่ได้ สิ่งที่บริษัทควบคุมได้คือการเลือกชนิดน้ำมันดิบ ประสิทธิภาพการผลิต และต้นทุนดำเนินงาน
ตัวชี้วัดที่บริษัทใช้คือกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม ซึ่งรวมโรงกลั่น ไทยลู้บเบส ไทยพาราไซลีน และลาบิกซ์ ปี 2025 อยู่ที่ระดับ 7.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน) เทียบกับ 7.1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2024 ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบที่เปลี่ยนแปลงยังทำให้เกิดกำไรหรือขาดทุนจากสต็อกน้ำมันในแต่ละปีด้วย
ลงทุนใน TOP ผ่าน TFEX
นอกจากซื้อหุ้นโดยตรงแล้ว นักลงทุนยังลงทุนใน TOP ผ่านสัญญา Single Stock Futures ในตลาด TFEX ได้ด้วย มีหลายซีรีส์และหลายอายุสัญญาให้เลือก เช่น TOPZ26 และ TOPH27 อ่านบทวิเคราะห์ฟิวเจอร์สของ TOP และหุ้นตัวอื่นได้ที่เว็บไซต์ YLG Futures หัวข้อ "บทวิเคราะห์"
https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures
สอบถามเรื่องการลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์สได้ที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) โทร 02-687-9999
โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)