GUNKUL สี่ทศวรรษ ผู้ผลิตและผู้สร้างระบบไฟฟ้าพลังงานสะอาดครบวงจร
GUNKUL สี่ทศวรรษ ผู้ผลิตและผู้สร้างระบบไฟฟ้าพลังงานสะอาดครบวงจร

Single Stock Futures Overview: GUNKUL สี่ทศวรรษ ผู้ผลิตและผู้สร้างระบบไฟฟ้าพลังงานสะอาดครบวงจร

          ในวงการพลังงานหมุนเวียนของไทย บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลม โรงไฟฟ้าพลังงานลมของบริษัทมีกำลังการผลิตรวม 170 เมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วนราว 11% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วในประเทศไทย ณ ปี 2024 แต่การผลิตไฟฟ้าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของธุรกิจ เพราะบริษัทยังรับก่อสร้างสถานีไฟฟ้าและสายส่ง และผลิตอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในระบบไฟฟ้าของประเทศด้วย ธุรกิจของบริษัทจึงครอบคลุมเกือบทั้งห่วงโซ่ของระบบไฟฟ้า

ธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม

กลุ่มแรกคือธุรกิจพลังงานสะอาด ซึ่งผลิตและขายไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมภายใต้สัญญาระยะยาว

  • ฟาร์มโซลาร์ในประเทศ: 24 โครงการ รวม 157.9 เมกะวัตต์ ขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้าฝ่ายผลิต
  • โซลาร์บนหลังคาสำหรับเอกชน: บริษัทเป็นผู้ลงทุนติดตั้งระบบ แล้วขายไฟฟ้าให้โรงงาน ห้างสรรพสินค้า และธุรกิจเอกชน ณ จุดติดตั้ง ภายใต้สัญญา 10–25 ปี ปัจจุบันรับรู้รายได้จากโครงการรวม 126.3 เมกะวัตต์
  • ต่างประเทศ: ญี่ปุ่น 2 โครงการ รวม 65.25 เมกะวัตต์ มาเลเซีย 29.99 เมกะวัตต์ และเวียดนาม 4 โครงการ รวม 160 เมกะวัตต์ ทั้งหมดขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าหรือผู้จำหน่ายไฟฟ้ารายใหญ่ของแต่ละประเทศ
  • งานอื่นในกลุ่มนี้: บริการเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า โซลาร์ลอยน้ำ และโซลาร์บนหลังคาบ้านภายใต้แบรนด์ GRoof ซึ่งติดตั้งไปแล้วกว่า 1,500 หลังคาเรือน

ส่วนที่จะเป็นแหล่งเติบโตต่อไปคือโครงการจากรอบ FiT ปี 2022 จำนวน 17 โครงการ รวม 832.4 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโซลาร์ 652.4 เมกะวัตต์ (บางโครงการติดตั้งร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่) และพลังงานลม 180 เมกะวัตต์ โครงการเหล่านี้มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบระหว่างปี 2026–2030 ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าในมือรวม 1,629 เมกะวัตต์

กลุ่มที่สองคือธุรกิจวิศวกรรมและรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร (EPC) ดำเนินการโดยบริษัท กันกุล พาวเวอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (GPD) ซึ่งบริษัทถือหุ้น 99.99% ขอบเขตงานครอบคลุมสถานีไฟฟ้า สายส่งไฟฟ้าแรงสูงบนอากาศ ระบบไฟฟ้าใต้ดิน เคเบิลใต้น้ำ ไมโครกริด ระบบกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงงานทดสอบระบบก่อนใช้งาน

ผลงานที่ผ่านมามีดังนี้

  • โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน: ก่อสร้างไปแล้ว 52 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 7,296 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2011
  • สถานีไฟฟ้า: 16 โครงการ รวม 27 สถานี
  • สายส่งและระบบไฟฟ้าใต้ดิน: 34 โครงการ ตั้งแต่ระดับ 22 ถึง 500 กิโลโวลต์

งานสำคัญในปี 2025 ได้แก่ สายส่ง 500 กิโลโวลต์ บางละมุง 2–ปลวกแดง ซึ่งทำร่วมกับพันธมิตรจากจีน กลุ่มสถานีไฟฟ้าแรงสูงในภาคใต้มูลค่า 1,630 ล้านบาท และโรงไฟฟ้าโซลาร์ร่วมกับแบตเตอรี่ที่เพชรบุรีมูลค่ากว่า 999.76 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2025 บริษัทมีงานในมือจากงานก่อสร้างและงานจำหน่ายอุปกรณ์ราว 5,500 ล้านบาท ฝ่ายจัดการคาดว่าราว 5,000 ล้านบาทจะรับรู้เป็นรายได้ในปี 2026

กลุ่มที่สามคือธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งต่อยอดมาจากธุรกิจตั้งต้นเมื่อปี 1982 ดำเนินการผ่านบริษัทย่อยหลายแห่ง

  • สินค้า: กว่า 5,000 รายการ ทั้งที่ผลิตเองและจัดหาจากผู้ผลิตในสหรัฐอเมริกา เยอรมนี เกาหลี สวีเดน ญี่ปุ่น และจีน ครอบคลุมสวิตช์และอุปกรณ์ป้องกันระบบจำหน่ายแรงดัน 12–115 กิโลโวลต์ ระบบสายดินและล่อฟ้า มาตรวัดไฟฟ้าอัจฉริยะ อุปกรณ์เชื่อมต่อสายเคเบิล ลูกถ้วยไฟฟ้า เครื่องมือและอุปกรณ์ป้องกันสำหรับช่าง แผงโซลาร์เซลล์ และโคมไฟแอลอีดี
  • บริการทดสอบ: มีห้องทดสอบที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025
  • ลูกค้าและการแข่งขัน: ลูกค้าหลักคือการไฟฟ้าทั้งสามแห่งและภาคเอกชน บริษัทระบุว่ามีคู่แข่งในการประมูลราว 8–10 ราย แต่ยังไม่มีรายใดมีสินค้าครบทุกหมวดเท่ากลุ่มบริษัท
  • โรงงาน: โรงงานหลัก 3 แห่งใช้กำลังการผลิตเต็ม 100%
  • สินค้าใหม่: ปลายปี 2025 บริษัทได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดจำหน่ายอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ของ SUNGROW

นอกจาก 3 กลุ่มหลัก ยังมีงานของ GUNKUL SPECTRUM ได้แก่ แพลตฟอร์มขายอุปกรณ์ไฟฟ้าและโซลาร์ GodungFaifaa.com ที่ทำร่วมกับ SCB 10X และแพลตฟอร์ม Emerge ที่ใช้บริหารโรงไฟฟ้าของบริษัทกว่า 1,100 แห่ง อีกส่วนหนึ่งคือธุรกิจกัญชงและกัญชา ซึ่งใช้ที่ดินกว่า 5,000 ไร่ในพื้นที่โครงการพลังงานลม

โครงสร้างรายได้

ในปี 2025 GUNKUL มีรายได้จากการดำเนินงาน 8,203.18 ล้านบาท แบ่งตามที่มาได้ดังนี้

  • งานก่อสร้างและบริการ: 3,372.85 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 41.12%
  • การขายไฟฟ้า: 2,244.37 ล้านบาท สัดส่วน 27.36%
  • การขายอุปกรณ์: 1,570.24 ล้านบาท สัดส่วน 19.14%
  • รายได้ตามสัญญาเช่าเงินทุน: 2 รายการรวมกันสัดส่วน 12.38% แยกเป็นรายได้จากการขายทรัพย์สิน 610.05 ล้านบาท และดอกเบี้ยรับ 405.67 ล้านบาท

รายได้ตามสัญญาเช่าเงินทุนทั้งสองรายการมาจากธุรกิจขายไฟฟ้าจากโซลาร์บนหลังคาให้เอกชน แต่บันทึกบัญชีตามมาตรฐาน TFRS 16 จึงไม่ได้อยู่ในรายการขายไฟฟ้า เมื่อรวมเข้ากับรายได้ขายไฟฟ้า ธุรกิจพลังงานจะมีสัดส่วนราว 39.74% ของรายได้จากการดำเนินงาน

เมื่อแยกตามพื้นที่ รายได้ในประเทศมีสัดส่วน 84.65% และรายได้ต่างประเทศ 15.35% รายได้ต่างประเทศทั้งหมดมาจากการขายไฟฟ้าโซลาร์ในญี่ปุ่น มาเลเซีย และเวียดนาม

ตัวเลขรายได้ข้างต้นยังไม่สะท้อนบทบาทของธุรกิจพลังงานทั้งหมด เพราะโรงไฟฟ้าพลังงานลม 170 เมกะวัตต์ รับรู้ตามวิธีส่วนได้เสียที่สัดส่วน 50% ผลประกอบการของโรงไฟฟ้าเหล่านี้จึงไม่ปรากฏในบรรทัดรายได้ แต่ปรากฏเป็นส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้า ซึ่งปี 2025 อยู่ที่ 885.03 ล้านบาท (+9.66% YoY) ส่วนแบ่งกำไรนี้มาจากธุรกิจพลังงานลมเป็นหลัก และมีขนาดเทียบเท่าสัดส่วนราว 48.86% ของกำไรจากการดำเนินงานปกติทั้งปี ซึ่งอยู่ที่ 1,811.55 ล้านบาท (+13.20% YoY)

ฝ่ายจัดการอธิบายว่า ธุรกิจผลิตไฟฟ้าต้องใช้เงินลงทุนสูง หากบริษัทถือหุ้นทุกโครงการ 100% การขยายตัวจะติดข้อกำหนดทางการเงินของสถาบันการเงิน บริษัทจึงเลือกเติบโตผ่านการร่วมทุนกับพันธมิตร

ที่มา: แบบ 56-1 One Report ปี 2025

 

ลงทุนใน GUNKUL ผ่าน TFEX

          นอกจากซื้อหุ้นโดยตรงแล้ว นักลงทุนยังลงทุนใน GUNKUL ผ่านสัญญา Single Stock Futures ในตลาด TFEX ได้ด้วย มีหลายซีรีส์และหลายอายุสัญญาให้เลือก เช่น GUNKULZ26 และ GUNKULH27 อ่านบทวิเคราะห์ฟิวเจอร์สของ GUNKUL และหุ้นตัวอื่นได้ที่เว็บไซต์ YLG Futures หัวข้อ "บทวิเคราะห์"
https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures

สอบถามเรื่องการลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์สได้ที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) โทร 02-687-9999

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)

📌 หมายเหตุ: บทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้ชักชวนให้ซื้อขายหรือกำหนดราคาเป้าหมาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง