จับตาภาวะดัชนี SET50 หลังกนง.คงอัตราดอกเบี้ยฯที่ 1%
จับตาภาวะดัชนี SET50 หลังกนง.คงอัตราดอกเบี้ยฯที่ 1%

จับตาภาวะดัชนี SET50 หลังกนง.คงอัตราดอกเบี้ยฯที่ 1%

          หลังจากที่กนง.ประกาศอัตราดอกเบี้ยฯโดยคงเดิมที่อัตรา 1% ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนี้ถือว่าอยู่ในระดับต่ำถ้าเทียบกับสถิติที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ โตต่ำ และหนี้เสีย NPL ยังอยู่ในระดับสูง ล่าสุด ธปท.ปรับลดประมาณการ GDP ปี 2569 ลงเหลือ 1.3% สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่เสื่อมถอยจากปัญหาทั้งในประเทศและนอกประเทศ

          โดยหลักการแล้ว อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำจะส่งผลบวกต่อกิจการภายในตลาดหุ้น เนื่องจากต้นทุนทางการเงินบริษัทจะน้อยลง ส่งผลต่อกำไรในบรรทัดสุดท้ายในที่สุด เช่น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มสาธารณูปโภค-โรงไฟฟ้า และกลุ่มค้าปลีก ยังคงได้ประโยชน์จากต้นทุนกู้ยืมที่ต่ำ ดอกเบี้ยจ่ายใน P&L ไม่เพิ่มขึ้น ช่วยรักษาส่วนต่างกำไรไว้ได้ระดับหนึ่ง แต่ราคาตลาดมักสะท้อนปัจจัยในอนาคตเสมอ สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน ราคาตลาด ณ ปัจจุบันได้สะท้อนราคา (price in) ปัจจัยนี้ไปแล้ว จึงอาจไม่ได้ช่วยให้ดัชนีเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ อีกทั้งยังมีปัจจัยลบจากสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ และสถานการณ์ต้นทุนพลังงานโดยเฉพาะน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซและสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมีนาคม เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 6.0% จากต้นทุนด้านพลังงาน โลจิสติกส์ และวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลลบต่อกลุ่ม กลุ่มส่งออก อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร ปิโตรเคมี และยังมีอีกบางกลุ่มที่ไม่ได้รับประโยชน์ชัดเจนจากการลดดอกเบี้ยฯ เช่น กลุ่มธนาคาร กล่าวคือ ดอกเบี้ยต่ำอาจจะส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างการปล่อยกู้กับการฝากเงิน (NIM) ให้แคบลง เพราะอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไม่สามารถปรับขึ้นได้ท่ามกลางอุปสงค์ที่อ่อนแอ ขณะที่ต้นทุนเงินฝากก็ลดลงจนใกล้พื้นแล้ว ดังนั้นส่วนต่างจึงมีความเสี่ยงที่จะแคบลง อีกทั้งอาจจะส่งผลต่อการยอมปล่อยกู้ให้ยากขึ้นด้วย นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปลีก (MRR, MLR) ที่ธนาคารคิดกับผู้บริโภคมักไม่ได้ลดลงตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายแบบเต็มจำนวน แม้ดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 1% แต่ดอกเบี้ยบ้านและรถยนต์อาจลดลงแค่บางส่วนเพราะแบงก์รักษาส่วนต่างเพื่อชดเชยความเสี่ยงหนี้เสีย

สุดท้ายการคงอัตราดอกเบี้ย 1% จะแค่ช่วยพยุงให้ราคาหุ้นไม่ให้ถูกซ้ำเติมให้แย่ลง แต่ไม่สามารถทำให้ทิศทางหรือแนวโน้มตลาดขาลงนั้นหยุดลงได้ ในช่วงตลาดขาลงนั้น ผลิตภัณฑ์การเงินที่เหมาะสมและเป็นทางรอดต่อนักลงทุนคือ Futures โดยลงทุนผ่านตลาด TFEX ที่สามารถทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง และยังใช้ในการ Hedge ความเสี่ยง ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมคือ SET50 Index Futures ในฝั่ง Short ถ้าท่านกังวลว่าราคาหุ้นหรือดัชนีที่ลงทุนไว้จะลดลง ทั้งนี้นักลงทุนสามารถเปิดบัญชี TFEX พร้อมทั้งติดตามการวิเคราะห์ดัชนี SET50 Futures รายวันได้จากฝ่ายวิเคราะห์ YLG ของเราได้จากเว็บไซต์บริษัทฯ

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA นักวิเคราะห์ฯ)