ทรัมป์ชะลอโจมตีอิหร่าน ตลาดโล่งใจชั่วคราว — แต่เงินเฟ้อสหรัฐและดอกเบี้ย FED ยังเป็นความเสี่ยงที่บาทต้องระวัง
ทรัมป์ชะลอโจมตีอิหร่าน ตลาดโล่งใจชั่วคราว — แต่เงินเฟ้อสหรัฐและดอกเบี้ย FED ยังเป็นความเสี่ยงที่บาทต้องระวัง
สรุปประเด็นสำคัญ
  • ตลาดการเงินเริ่มคลายความกังวล หลังสหรัฐส่งสัญญาณเปิดทางเจรจากับอิหร่าน ลดแรงกดดันด้านพลังงานและเงินเฟ้อระยะสั้น
  • แม้ราคาน้ำมันเริ่มชะลอตัว แต่เงินเฟ้อสหรัฐยังสูงกว่าคาด ทำให้ตลาดกลับมากังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจจำเป็นต้องคงดอกเบี้ยสูงนานกว่าที่ประเมินไว้
  • การเข้ารับตำแหน่งของ เควิน วอร์ช ว่าที่ประธาน FED คนใหม่ ถูกจับตาว่าอาจเปลี่ยนแนวทางด้านงบดุลและนโยบายการเงินของ FED ในระยะถัดไป
  • ค่าเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐ ขณะที่ค่าเงินบาทมีความเสี่ยงอ่อนค่าหาก FED กลับมาใช้นโยบาย Hawkish มากขึ้น
 
ตลาดคลายกังวลตะวันออกกลาง แต่เงินเฟ้อโลกยังเป็นโจทย์สำคัญ
   บรรยากาศในตลาดการเงินโลกเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น หลังสหรัฐส่งสัญญาณเปิดทางเจรจากับอิหร่าน ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะสั้น
   ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า เขาได้สั่งชะลอแผนการโจมตีอิหร่านที่เดิมมีกำหนดเกิดขึ้นในวันอังคาร หลังได้รับการร้องขอจากซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมองว่ายังมีโอกาสในการเจรจากับกรุงเตหะราน อีกทั้งยังได้บอกเป็นนัยถึงความคืบหน้าที่เป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน
   สัญญาณดังกล่าวช่วยให้ตลาดเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางพลังงานสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันเริ่มชะลอตัวลงหลังจากก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นแรงจากแรงซื้อเชิงป้องกันความเสี่ยง
   อย่างไรก็ตาม แม้แรงกดดันด้านพลังงานจะเริ่มลดลง แต่ตลาดยังคงเผชิญอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือเงินเฟ้อสหรัฐที่ยังออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคาภายในเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ได้กลับเข้าสู่ระดับปกติ
   ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากสงครามตะวันออกกลาง ได้ผลักดันให้ตลาดลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในปีนี้ ขณะเดียวกัน ตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังเร่งตัว ทำให้ตลาดบางส่วนเริ่มกลับมาประเมินความเป็นไปได้ที่ FED อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่องนานกว่าคาด
 
FED ยุคใหม่ กับความเสี่ยงของดอกเบี้ย “สูงนาน”
   ประเด็นที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ คือทิศทางของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) หลังเงินเฟ้อและตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง ตัวเลข CPI ล่าสุดของสหรัฐออกมาสูงกว่าคาด ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังอยู่ในระดับที่สะท้อนถึงความแข็งแรงของเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดเริ่มมองว่า FED อาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อเนื่อง เพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้กลับเข้าสู่เป้าหมาย 2%
   ความกังวลนี้ยิ่งเพิ่มขึ้น หลังนาย เควิน วอร์ช เตรียมเข้ารับตำแหน่งประธาน FED คนใหม่ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า แนวทางของเขาอาจแตกต่างจากยุคของนาย เจอโรม พาวเวลล์
   ตลาดมองว่า วอร์ชอาจสนับสนุนการลดขนาดงบดุล หรือ Quantitative Tightening ในเชิงรุกมากขึ้น เพื่อเปิดพื้นที่ให้ FED สามารถบริหารนโยบายดอกเบี้ยได้ยืดหยุ่นขึ้นในอนาคต โดยไม่เพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อมากเกินไป
   ในอีกด้านหนึ่ง ไมเคิล บาร์ ผู้ว่าการ FED ยังคงแสดงจุดยืนค่อนข้างระมัดระวังต่อการผ่อนคลายมาตรการด้านสภาพคล่องและการลดงบดุลเร็วเกินไป สะท้อนว่า ภายใน FED ยังมีมุมมองที่แตกต่างกันเกี่ยวกับจังหวะและความเหมาะสมของนโยบายการเงินในระยะถัดไป สิ่งนี้ทำให้ตลาดเริ่มจับตาว่า FED หลังยุคพาวเวลล์ อาจเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ทั้งในด้านดอกเบี้ย การบริหารงบดุล และแนวทางการควบคุมเงินเฟ้อ
ดอลลาร์แข็งค่า กดดันเงินบาทท่ามกลางแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐ
   แนวโน้มดอกเบี้ยของสหรัฐยังส่งผลโดยตรงต่อค่าเงินทั่วโลก รวมถึงค่าเงินบาท ในช่วงที่ผ่านมา ค่าเงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากทั้งความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และมุมมองว่า FED อาจคงอัตราดอกเบี้ยสูงนานกว่าที่ตลาดเคยประเมินไว้
   เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้น เงินทุนบางส่วนจึงไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ดอลลาร์ ส่งผลให้ค่าเงินในกลุ่ม Emerging Markets รวมถึงเงินบาทเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง
   ตลาดเริ่มมองว่า หาก FED ส่งสัญญาณ Hawkish มากขึ้น หรือมีความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในช่วงปลายปี ค่าเงินบาทอาจมีแนวโน้มอ่อนค่าลงได้อีกระยะ
สำหรับประเทศไทย ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญค่อนข้างมาก เนื่องจากค่าเงินบาทเชื่อมโยงโดยตรงกับ:
  • ต้นทุนการนำเข้าพลังงาน
  • เงินทุนเคลื่อนย้าย
  • ภาคการส่งออก
  • และต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจ
 
   ดังนั้น แม้ตลาดจะเริ่มมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบางจากเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนตามทิศทางเงินดอลลาร์สหรัฐ เงินทุนเคลื่อนย้าย และมุมมองต่อเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป
สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามพัฒนาการของตลาดอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของค่าเงิน พลังงาน และโลหะมีค่า แนะนำให้ติดตามบทวิเคราะห์เชิงลึกเพิ่มเติมจาก YLG เพื่อความครบถ้วนของข้อมูล นอกจากนี้ หากคุณต้องการศึกษาผลิตภัณฑ์ในตลาดอนุพันธ์ YLG Futures ให้บริการซื้อขายทั้งตลาด TFEX และ CME ครอบคลุมสินค้ากลุ่มทองคำ น้ำมัน ค่าเงิน และดัชนีหุ้น พร้อมเทคโนโลยีระดับสากลอย่าง TradingView และ MT5
สามารถติดต่อได้ที่:
Line @ylgfutures (TFEX)
Line @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ)
โทร 02-687-9999
 
   ข้อมูลข้างต้นจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและโครงสร้างตลาดการเงินเท่านั้น มิใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการชี้ชวนซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
 
Sources: Reuters / Bloomberg / IMF
 
โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: นายวิชชุ มาประเทียบ, ผู้ช่วยนักวิเคราะห์)