CENTEL ทำธุรกิจอะไร? เจาะลึกโครงสร้างธุรกิจโรงแรม Centara และร้านอาหาร CRG
สรุปประเด็นสำคัญ
- CENTEL เป็นบริษัทที่มีโครงสร้างธุรกิจเชื่อมทั้ง “การท่องเที่ยว” และ “การบริโภคในประเทศ” ผ่านโรงแรมในเครือ Centara และธุรกิจอาหารภายใต้ CRG
- ผลประกอบการ Q1/2026 สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมที่ได้แรงหนุนจาก RevPAR และอัตราการเข้าพักที่ปรับตัวดีขึ้น
- กำไรสุทธิตามรายงานที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น มีแรงหนุนจาก “รายการพิเศษ” ดังนั้น การวิเคราะห์คุณภาพกำไรควรแยกกำไรปกติออกจากกำไรที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำ
- ธุรกิจอาหารของ CENTEL แม้รายได้เติบโตไม่สูงมาก แต่ “อัตรากำไร” ปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารต้นทุนและการปรับโครงสร้างสาขา
- ในตลาด TFEX มีผลิตภัณฑ์ Single Stock Futures ของ CENTEL ภายใต้ชื่อ “CENTELM26” ซึ่งสะท้อนว่าหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวเริ่มเชื่อมโยงกับมุมมองของตลาดอนุพันธ์มากขึ้น
CENTEL คือใคร? หุ้นที่สะท้อนทั้งเศรษฐกิจท่องเที่ยวและกำลังซื้อในประเทศ
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ถือเป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มบริการและท่องเที่ยวขนาดใหญ่ของไทยที่มีโครงสร้างธุรกิจค่อนข้างแตกต่างจากผู้ประกอบการโรงแรมทั่วไป เนื่องจากบริษัทไม่ได้พึ่งพารายได้จากโรงแรมเพียงด้านเดียว แต่ยังมี “ธุรกิจอาหาร” เป็นอีกหนึ่งเสาหลักสำคัญของบริษัท
ปัจจุบัน CENTEL มีรายได้หลักจาก 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรนด์ Centara และธุรกิจร้านอาหารภายใต้ Central Restaurants Group (CRG)
ในฝั่งโรงแรม บริษัทดำเนินธุรกิจผ่านแบรนด์อย่าง Centara Grand, Centara Reserve, Centara, Centara Life, COSI และ The Centara Collection ครอบคลุมทั้งโรงแรมที่บริษัทลงทุนเองและโรงแรมที่รับบริหารผ่านสัญญา Hotel Management Agreement
ข้อมูลล่าสุดจากรายงานผลประกอบการ Q1/2026 ระบุว่า CENTEL มีโรงแรมภายใต้การบริหารรวม 90 แห่ง หรือประมาณ 19,529 ห้อง แบ่งเป็นโรงแรมที่เปิดดำเนินงานแล้ว 52 แห่ง และอยู่ระหว่างพัฒนาอีก 38 แห่ง สะท้อนว่าบริษัทยังอยู่ในช่วงขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ
ในอีกด้านหนึ่ง ธุรกิจอาหารของ CENTEL ดำเนินการผ่าน CRG ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการร้านอาหารเครือข่ายรายใหญ่ของไทย ครอบคลุมแบรนด์อย่าง KFC, Mister Donut, Auntie Anne’s, Ootoya, Pepper Lunch, Katsuya และ Shinkanzen Sushi รวมถึงการลงทุนใน Lucky Suki และ Lucky BBQ ที่เริ่มรับรู้ผลประกอบการตั้งแต่ Q1/2026 เป็นต้นมา
จุดแข็งสำคัญของ CENTEL คือบริษัทมีรายได้เชื่อมโยงทั้ง “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” และ “กำลังซื้อในประเทศ” พร้อมกัน ทำให้โครงสร้างรายได้มีความสมดุลมากกว่าบริษัทที่พึ่งพาธุรกิจเพียงด้านเดียว
ผลประกอบการ Q1/2026 ฟื้นตัวชัด แต่ต้องแยก “กำไรพิเศษ” ออกจาก “กำไรปกติ”
ผลประกอบการ Q1/2026 ของ CENTEL ถือว่าออกมาแข็งแกร่ง โดยรายได้รวมอยู่ที่ 6,975 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY แบ่งเป็นรายได้ธุรกิจโรงแรม 3,754 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY และรายได้ธุรกิจอาหาร 3,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY
หากมองเฉพาะ “กำไรจากธุรกิจหลัก” บริษัทมีกำไรสุทธิปกติอยู่ที่ 1,077 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% YoY ซึ่งสะท้อนว่าการดำเนินงานของทั้งโรงแรมและร้านอาหารเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิตามรายงานเพิ่มขึ้นถึง 186% YoY มาอยู่ที่ 2,143 ล้านบาท เนื่องจากมีแรงหนุนจากรายการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการขายสินทรัพย์ของกิจการร่วมค้า Centara Osaka ตามกลยุทธ์ Capital Recycling
นี่คือเหตุผลที่นักวิเคราะห์จำนวนมากมักให้น้ำหนักกับ “กำไรปกติ” มากกว่ากำไรสุทธิตามรายงาน เพราะกำไรปกติสะท้อนความสามารถในการทำกำไรจากธุรกิจหลักได้ชัดเจนกว่า และช่วยให้เห็นแนวโน้มการดำเนินงานระยะยาวได้แม่นยำมากขึ้น
ในเชิงการดำเนินงาน ธุรกิจโรงแรมยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดย RevPAR หรือรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเพิ่มขึ้นเป็น 5,359 บาท หรือเติบโต 6% YoY จากทั้งค่าห้องเฉลี่ยและอัตราการเข้าพักที่ดีขึ้น
ตลาดมัลดีฟส์ยังเป็นแรงหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวระดับบน ขณะที่บางพื้นที่ในตะวันออกกลางเริ่มได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สะท้อนว่าโรงแรมต่างประเทศยังมีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ค่อนข้างมาก
ธุรกิจอาหารโตไม่แรง แต่ “มาร์จิ้น” เริ่มดีขึ้นต่อเนื่อง
แม้รายได้ของธุรกิจอาหารจะเพิ่มขึ้นเพียง 1% YoY แต่สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญมากกว่า คือ “คุณภาพของกำไร” ที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Gross Profit Margin ของธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้นเป็น 56% จาก 54% ในปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิของธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้น 50% YoY มาอยู่ที่ 232 ล้านบาท
ปัจจัยสำคัญมาจากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ การปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร การคัดเลือกทำเลที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า ณ สิ้น Q1/2026 บริษัทมีสาขาร้านอาหารรวม 1,488 สาขา เพิ่มขึ้นสุทธิ 74 สาขาจากปีก่อน โดยส่วนหนึ่งมาจากการรวม Lucky Suki และ Lucky BBQ เข้ามาในพอร์ตธุรกิจ
ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า CENTEL เริ่มให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของการเติบโต” มากกว่าการเร่งขยายสาขาเพียงอย่างเดียว ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ตลาดให้ความสำคัญมากขึ้นในช่วงที่ต้นทุนธุรกิจอาหารยังอยู่ในระดับสูง
CENTELM26 คืออะไร? ทำความรู้จัก Single Stock Futures ของ CENTEL ในตลาด TFEX
นอกจากหุ้นสามัญ CENTEL ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไทย หรือ TFEX ยังมีผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงกับหุ้น CENTEL ภายใต้รูปแบบ Single Stock Futures ด้วย
หนึ่งในสัญญาที่เกี่ยวข้องคือ “CENTELM26” โดยชื่อสัญญาถูกกำหนดตามมาตรฐานของ TFEX ซึ่ง:
- CENTEL คือหุ้นอ้างอิง
- M คือเดือนมิถุนายน
- 26 คือปี 2026
Single Stock Futures คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับหุ้นรายตัว โดยถูกออกแบบมาเพื่อใช้ศึกษาการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น การบริหารความเสี่ยง และทำความเข้าใจโครงสร้างของตลาดอนุพันธ์
สิ่งที่แตกต่างจากการถือหุ้นทั่วไป คือผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ใช้ระบบวางหลักประกัน หรือ Margin ทำให้ผู้ลงทุนใช้เงินเริ่มต้นเพียงบางส่วนของมูลค่าสัญญา ส่งผลให้การเปลี่ยนแปลงของราคาสามารถกระทบกำไรหรือขาดทุนได้มากกว่าเงินลงทุนเริ่มต้น
ด้วยเหตุนี้ ผู้ศึกษาตลาด TFEX จึงควรทำความเข้าใจทั้งเรื่องขนาดสัญญา หลักประกัน ความผันผวน และความเสี่ยงของสินทรัพย์อ้างอิงอย่างละเอียด
โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวอย่าง CENTEL ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับค่าเงินบาท นักท่องเที่ยวต่างชาติ ราคาพลังงาน การบริโภคในประเทศ และภาวะเศรษฐกิจโลก ทำให้ทั้ง “หุ้น CENTEL” และ “CENTELM26” มีความอ่อนไหวต่อปัจจัยมหภาคค่อนข้างสูง
CENTEL กับภาพสะท้อนเศรษฐกิจบริการของไทย
ในมุมของตลาดทุน CENTEL มักถูกมองเป็นหนึ่งในหุ้นที่สะท้อนภาพเศรษฐกิจบริการของไทยได้ค่อนข้างชัดเจน
เมื่อการท่องเที่ยวฟื้น ธุรกิจโรงแรมจะได้รับแรงหนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวและการใช้จ่ายด้านบริการ ขณะที่หากกำลังซื้อในประเทศแข็งแรง ธุรกิจอาหารก็จะช่วยประคองรายได้อีกด้านหนึ่ง
ดังนั้น CENTEL จึงเป็นบริษัทที่เชื่อมโยงทั้งภาคการท่องเที่ยว การบริโภค ค่าเงินบาท ต้นทุนพลังงาน และภาวะเศรษฐกิจโลกไปพร้อมกัน
สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามพัฒนาการของตลาดอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของค่าเงิน พลังงาน และโลหะมีค่า แนะนำให้ติดตามบทวิเคราะห์เชิงลึกเพิ่มเติมจาก YLG เพื่อความครบถ้วนของข้อมูล นอกจากนี้ หากคุณต้องการศึกษาผลิตภัณฑ์ในตลาดอนุพันธ์ YLG Futures ให้บริการซื้อขายทั้งตลาด TFEX และ CME ครอบคลุมสินค้ากลุ่มทองคำ น้ำมัน ค่าเงิน และดัชนีหุ้น พร้อมเทคโนโลยีระดับสากลอย่าง TradingView และ MT5
ข้อมูลข้างต้นจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียนและโครงสร้างตลาดอนุพันธ์เท่านั้น มิใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการชี้ชวนซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
Sources: CENTEL / SET / TFEX / Bangkokpost
โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: นายวิชชุ มาประเทียบ, ผู้ช่วยนักวิเคราะห์)
(บทความโดย: นายวิชชุ มาประเทียบ, ผู้ช่วยนักวิเคราะห์)