7 ข้อที่ต้องเตรียมตัวก่อนลงทุนตลาด TFEX
7 ข้อที่ต้องเตรียมตัวก่อนลงทุนตลาด TFEX
สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาช่องทางต่อยอดความมั่งคั่งนอกเหนือจากการฝากเงินหรือการซื้อขายหุ้น ตลาดอนุพันธ์อย่าง TFEX (Thailand Futures Exchange) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นที่สามารถทำกำไรได้ทั้งในภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง ประกอบกับใช้เงินลงทุนเริ่มต้นค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าสินทรัพย์ที่ควบคุม จึงดึงดูดนักลงทุนหน้าใหม่จำนวนไม่น้อยให้เข้ามาในตลาดนี้ อย่างไรก็ตาม โอกาสและความเสี่ยงใน TFEX มักเดินเคียงคู่กัน ลักษณะเฉพาะของตลาดอนุพันธ์ โดยเฉพาะระบบ Leverage ที่ขยายทั้งกำไรและขาดทุน ทำให้การเตรียมตัวก่อนเข้าลงทุนเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ บทความนี้จึงรวบรวม 10 สิ่งที่นักลงทุนมือใหม่ควรดำเนินการให้ครบถ้วนก่อนวางเงินลงทุนแม้แต่บาทเดียว
- ทำความเข้าใจธรรมชาติของตลาด TFEX ว่าแตกต่างจากตลาดหุ้นอย่างไร
นักลงทุนจำนวนมากเข้าสู่ TFEX ด้วยความเข้าใจว่าเป็นเพียงอีกรูปแบบหนึ่งของการซื้อขายหุ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองตลาดมีความแตกต่างกันโดยพื้นฐาน การซื้อหุ้นคือการเข้าเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของกิจการ ผู้ลงทุนสามารถถือครองได้ไม่จำกัดระยะเวลาและมีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล ในขณะที่การซื้อขายใน TFEX คือการทำ "สัญญา" ซึ่งมีวันหมดอายุ ไม่ได้ถือครองสินทรัพย์จริง และใช้ระบบเงินประกันหรือ Margin เป็นหลัก
นอกจากนี้ TFEX ยังเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถ "ขายก่อนซื้อ" (Short) ได้ ซึ่งหมายความว่าหากคาดการณ์ว่าราคาจะปรับตัวลง ก็สามารถทำกำไรจากส่วนต่างของราคาที่ลดลงได้เช่นกัน แนวคิดนี้อาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับการลงทุนแบบ "ซื้อถือรอขาย" เพียงอย่างเดียว
- ศึกษาผลิตภัณฑ์ที่มีให้เลือกซื้อขายอย่างรอบด้าน
ตลาด TFEX ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์หลายประเภท ผลิตภัณฑ์หลักที่นักลงทุนมือใหม่ควรทำความรู้จักได้แก่ SET50 Index Futures ซึ่งอ้างอิงดัชนีหุ้น 50 ตัวที่มีมูลค่าตามตลาดสูงสุด, Gold Futures ที่อ้างอิงราคาทองคำ, USD Futures ที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ รวมถึง Single Stock Futures ที่อ้างอิงราคาหุ้นรายตัว
ผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทมีขนาดสัญญา อัตราเงินประกัน และพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาที่แตกต่างกัน แนวทางที่เหมาะสมสำหรับผู้เริ่มต้นคือการเลือกศึกษาผลิตภัณฑ์เพียงหนึ่งถึงสองประเภทอย่างลึกซึ้ง แทนที่จะพยายามเรียนรู้ทุกตัวพร้อมกัน ซึ่งอาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ขาดความรอบคอบ
- ทำความเข้าใจกลไก Margin และ Leverage อย่างถ่องแท้
ระบบ Margin และ Leverage ถือเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนใน TFEX และเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยประสบความเสียหายอย่างหนัก ระบบนี้กำหนดให้ผู้ลงทุนวางเงินประกันเพียงส่วนหนึ่งของมูลค่าสัญญาทั้งหมด ตัวอย่างเช่น สัญญา Gold Futures มูลค่าหลายแสนบาท แต่ผู้ลงทุนอาจวางเงินประกันเพียงหลักหมื่นบาท
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น สมมติว่าผู้ลงทุนวางเงินประกัน 50,000 บาท สำหรับสัญญามูลค่า 500,000 บาท หากราคาปรับตัวขึ้น 10% ผู้ลงทุนจะได้กำไร 50,000 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 100% จากเงินที่วาง แต่ในทางกลับกัน หากราคาปรับตัวลง 10% เงินประกันทั้งหมดจะหายไป และอาจได้รับการเรียกให้วางเงินเพิ่มเติมอีกด้วย
- จัดสรรเงินทุนอย่างเหมาะสมและแยกออกจากเงินที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
หลักการข้อนี้ฟังดูเรียบง่ายแต่เป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในหมู่นักลงทุนมือใหม่ เงินที่นำมาลงทุนใน TFEX ต้องเป็นเงินที่แม้จะสูญเสียไปทั้งหมดแล้ว ก็ไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ค่าการศึกษาบุตร เงินผ่อนชำระสินเชื่อ หรือเงินสำรองฉุกเฉิน ทั้งหมดนี้ต้องแยกออกจากเงินลงทุนอย่างเด็ดขาด
สำหรับผู้เริ่มต้น เงินทุนในระดับหลักหมื่นถึงหลักแสนต้นๆ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สมเหตุสมผล ทั้งนี้ควรสำรองเงินในพอร์ตให้มากกว่าเงินประกันขั้นต่ำอย่างมีนัยสำคัญ เพราะหากวางเงินประกันเพียงพอดี แม้ราคาจะเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย ก็อาจถูกเรียกเงินประกันเพิ่ม (Margin Call) ได้ในทันที
- 5. กำหนดแผนการลงทุนที่ชัดเจนและยึดมั่นในวินัยการเทรด
ก่อนส่งคำสั่งซื้อขายทุกครั้ง ผู้ลงทุนควรสามารถตอบคำถามพื้นฐานเหล่านี้ได้ เหตุผลที่ตัดสินใจเข้าซื้อหรือขายคืออะไร เป้าหมายกำไรอยู่ที่ระดับใด และหากราคาเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามจะยอมรับผลขาดทุนที่จุดใด ทั้งหมดนี้ต้องกำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ตัดสินใจในขณะที่ราคากำลังเคลื่อนไหว
- 6. ให้ความสำคัญกับการตั้ง Stop Loss จนกลายเป็นวินัยประจำตัว
Stop Loss คือคำสั่งตัดขาดทุนอัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนไหวถึงระดับที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เปรียบได้กับเข็มขัดนิรภัยที่ผู้ขับขี่ย่อมหวังว่าจะไม่มีโอกาสได้ใช้ แต่หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน สิ่งนี้คือปัจจัยที่จะรักษาพอร์ตการลงทุนไว้ได้
นักลงทุนมือใหม่จำนวนไม่น้อยเลือกที่จะไม่ตั้ง Stop Loss ด้วยเหตุผลทางจิตวิทยา ไม่ว่าจะเป็นการไม่ต้องการยอมรับว่าการวิเคราะห์ผิดพลาด หรือความเชื่อว่าราคาจะกลับตัวในที่สุด แต่ในตลาดที่มี Leverage สูงอย่าง TFEX การไม่ตั้ง Stop Loss อาจนำไปสู่การสูญเสียเงินทุนทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึงวัน หลักปฏิบัติที่ชัดเจนคือ ก่อนเข้าลงทุนทุกครั้งต้องกำหนดจุดตัดขาดทุนไว้เสมอ และเมื่อกำหนดแล้วต้องไม่ขยับเปลี่ยนแปลง
- 7. เลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตและมีเครื่องมือที่ตอบโจทย์
การซื้อขายใน TFEX จำเป็นต้องดำเนินการผ่านบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จึงควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนเปิดบัญชี ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกโบรกเกอร์ประกอบด้วย อัตราค่าธรรมเนียมต่อสัญญา ความเสถียรและความสะดวกในการใช้งานของแพลตฟอร์มซื้อขาย คุณภาพของบริการให้ความรู้และสนับสนุนลูกค้า ถ้านักลงทุนท่านใดสนใจที่ลงทุนบนสัญญาฟิวเจอร์ส ทางบริษัท YLG Bullion & Futures Co., Ltd. ได้รับอนุญาตให้ให้บริการสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Exchanged traded derivative products) โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) สามารถติดต่อเพื่อสมัครเปิดบัญชีหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999
โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)