บทความ: รีวิวหุ้น CK (ช.การช่าง): ผู้รับเหมาก่อสร้างที่เป็นมากกว่าผู้รับเหมา
บทความ: รีวิวหุ้น CK (ช.การช่าง): ผู้รับเหมาก่อสร้างที่เป็นมากกว่าผู้รับเหมา

บทความ: รีวิวหุ้น CK (ช.การช่าง): ผู้รับเหมาก่อสร้างที่เป็นมากกว่าผู้รับเหมา

จุดเริ่มต้น

บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือที่นักลงทุนคุ้นหูในนามหุ้น "CK" ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 1972 ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งที่มองเห็นโอกาสในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเร่งพัฒนาประเทศ งานก่อสร้างจึงผุดขึ้นมากมาย ในระยะแรกบริษัทเน้นรับงานก่อสร้างอาคารและงานโยธาทั่วไป โดยลูกค้าหลักคืองานของกองทัพและภาครัฐ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1981 เมื่อบริษัทเข้าร่วมทุนกับ Tokyu Construction ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ติด 1 ใน 10 ของญี่ปุ่น ก่อตั้ง "ช.การช่าง-โตกิว คอนสตรัคชั่น" ขึ้น การร่วมทุนครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงขยายธุรกิจ แต่เป็นการเปิดประตูสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีการก่อสร้างชั้นสูง และการได้มาซึ่งพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ซึ่งกลายเป็นรากฐานที่ทำให้บริษัทก้าวขึ้นสู่งานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ซับซ้อนในเวลาต่อมา

ต่อมาบริษัทแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 1994 และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ค.ศ. 1995 ช่วงเวลาดังกล่าวคือยุคที่บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีการพัฒนาขีดความสามารถรอบด้าน จนสามารถรับงานวิศวกรรมชั้นสูงอย่างการก่อสร้างทางด่วน รถไฟฟ้าใต้ดิน และโรงไฟฟ้าพลังน้ำได้ และยังพัฒนาขีดความสามารถจนทำงานในลักษณะออกแบบพร้อมก่อสร้าง (Turnkey) ได้ด้วย

ความน่าสนใจ: ผู้รับเหมาที่เป็นทั้ง "นักลงทุน"

สิ่งที่ทำให้ CK แตกต่างจากบริษัทรับเหมาก่อสร้างชั้นนำรายอื่นในประเทศ คือบริษัทไม่ได้เป็นเพียง "ผู้รับเหมา" เท่านั้น แต่ผันบทบาทไปสู่การเป็นทั้ง ผู้ลงทุน ในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งระบบคมนาคม ระบบขนส่งมวลชน ระบบน้ำ และระบบพลังงานไฟฟ้า โมเดลธุรกิจนี้มีเสน่ห์เชิงกลยุทธ์อยู่ในตัว กล่าวคือ เมื่อบริษัทเข้าไปลงทุนในโครงการสัมปทาน บริษัทก็ได้รับผลตอบแทนกลับมาในรูปเงินปันผลและส่วนแบ่งกำไร ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการประมูลงานภายนอกเพียงอย่างเดียว หัวใจของบทบาท "ผู้ลงทุน" นี้สะท้อนผ่านการถือหุ้นในบริษัทร่วมที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 3 แห่ง ซึ่งล้วนเป็นกิจการสัมปทานที่มีกระแสเงินสดมั่นคง ได้แก่

  • บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ผู้ให้บริการทางพิเศษและรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสีม่วง โดย ณ สิ้นปี ค.ศ. 2025 CK ถือหุ้นในสัดส่วน 42.26%
  • บริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) บริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหลากหลายประเภท โดยเฉพาะพลังน้ำ ถือหุ้นในสัดส่วน 30.00%
  • บริษัท ทีทีดับบลิว (TTW) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำประปาให้แก่การประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่นครปฐมและสมุทรสาคร

นอกจากนี้ บริษัทยังมีบทบาทในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ในภูมิภาคอย่างไซยะบุรีและหลวงพระบาง ใน สปป.ลาว ซึ่งเป็นทั้งงานก่อสร้างและการลงทุนในคราวเดียวกัน

โครงสร้างรายได้: รับเหมาก่อสร้างคือแกนหลัก

แม้บริษัทจะมีบทบาทหลากหลาย แต่เมื่อพิจารณาโครงสร้างรายได้ จะเห็นว่าธุรกิจ รับเหมาก่อสร้างยังคงเป็นแกนหลักอย่างชัดเจน ในปี ค.ศ. 2025 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 46,362.89 ล้านบาท โดยรายได้จากการเป็นผู้รับเหมาโดยตรงคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 94.83% (43,967.28 ล้านบาท) ส่วนที่เหลืออีก 5.17% เป็นรายได้อื่น เช่น ค่าบริหารโครงการและเงินปันผล

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขรายได้จากการรับเหมาเพียงอย่างเดียวยังไม่สะท้อนภาพทั้งหมด เพราะบทบาทผู้ลงทุนถูกบันทึกแยกในรูป "ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าและบริษัทร่วม" ตามวิธีส่วนได้เสีย ซึ่งในปี ค.ศ. 2025 มีจำนวนสูงถึง 2,160.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 1,519.90 ล้านบาทในปี ค.ศ. 2023 และ 1,875.04 ล้านบาทในปี ค.ศ. 2024 ตัวเลขนี้คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ภาพรวมความสามารถในการทำกำไรของ CK แตกต่างจากผู้รับเหมาทั่วไป

เมื่อแบ่งตามแหล่งที่มา รายได้ปี ค.ศ. 2025 มาจากในประเทศ 77.25% และต่างประเทศ 22.75% ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปจากปีก่อนหน้าที่สัดส่วนในประเทศและต่างประเทศเกือบครึ่งต่อครึ่ง สะท้อนถึงการที่งานในประเทศกลับมามีน้ำหนักมากขึ้น

สรุปภาพรวม

CK เป็นหนึ่งในผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่สุด 3 อันดับแรกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับอิตาเลียนไทย (ITD) และสเตคอน กรุ๊ป (STECON) โดย ณ สิ้นปี ค.ศ. 2025 CK มีสินทรัพย์รวมสูงสุดในกลุ่มที่ 117,075 ล้านบาท ความได้เปรียบของบริษัทอยู่ที่ความเชี่ยวชาญในงานก่อสร้างขนาดใหญ่และซับซ้อน ซึ่งเป็นตลาดที่มีคู่แข่งน้อยราย ช.การช่างได้สร้างโมเดลธุรกิจที่ผสานบทบาทผู้รับเหมา ผู้ลงทุน และผู้รับสัมปทานเข้าด้วยกัน เป็นเอกลักษณ์ที่หล่อหลอมมากว่า 50 ปี โครงสร้างนี้ทำให้ CK ไม่เพียงมีรายได้จากงานก่อสร้างที่ผันผวนตามวัฏจักรการประมูล แต่ยังมีกระแสกำไรที่นิ่งกว่าจากการถือหุ้นในกิจการสัมปทานอย่าง BEM, CKP และ TTW ทำให้บริษัทมีความเข้มแข็งและศักยภาพที่เหนือกว่าการเป็นบริษัทก่อสร้างเพียงอย่างเดียว ซึ่งคือจุดเด่นที่ทำให้บริษัทยืนหยัดในอุตสาหกรรมนี้มาได้อย่างมั่นคง

นอกจากนี้ หุ้น CK ยังสามารถเลือกลงทุนผ่านตลาด TFEX โดยลงทุนผ่าน Single Stock Futures โดยมีให้เลือกหลายซี่รี่ โดยแต่ละซี่รี่จะมีอายุต่างกัน เช่น CKM26 หรือ CKU26 เป็นต้น นักลงทุนจะใช้เงินน้อยกว่าในการลงทุนผ่าน Single Stock Futures และสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัท ทั้งนี้ ท่านสามารถอ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มเกี่ยวกับสัญญา Futures บนหุ้น CK และหุ้นอื่นๆได้บนเว็บหน้าเว็บบริษัท YLG Futures ของเราให้หัวข้อ “บทวิเคราะห์” URL: https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures

และหากนักลงทุนท่านใดสนใจที่ลงทุนบนสัญญาฟิวเจอร์ส สามารถติดต่อได้เลยที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)

📌 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนหรือระบุเป้าหมายราคาเพื่อการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง