รีวิว Single Stock Futures: หุ้น OSP ยักษ์ใหญ่เครื่องดื่มชูกำลังที่ยังไม่หยุดวิ่ง
รีวิว Single Stock Futures: หุ้น OSP ยักษ์ใหญ่เครื่องดื่มชูกำลังที่ยังไม่หยุดวิ่ง

บทความ: รีวิวหุ้น OSP ยักษ์ใหญ่เครื่องดื่มชูกำลังที่ยังไม่หยุดวิ่ง

OSP หรือ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) คือหนึ่งในตำนานของเมืองไทยที่มีรากลึกอย่างน่าทึ่ง จุดเริ่มต้นย้อนกลับไปไกลถึงปี 1891 (พ.ศ. 2434) จากร้านขายยาสมุนไพรแผนโบราณชื่อ "เต็กเฮงหยู" ที่คิดค้นยากฤษณากลั่นตรากิเลนรักษาอาการปวดท้อง ก่อนจะวิวัฒน์ตัวเองมาเป็นองค์กรชั้นนำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 135 ปี ครอบคลุมตลาดกว่า 41 ประเทศทั่วโลก

หมุดหมายสำคัญในเส้นทางคือปี 1965 ที่นำเครื่องดื่มบำรุงกำลังแบรนด์แรกของไทยอย่าง "ลิโพวิตัน-ดี" เข้าตลาด (ลิขสิทธิ์จาก Taisho Pharmaceutical ญี่ปุ่น), ปี 1985 เปิดตัว "เอ็ม-150" ที่ต่อมากลายเป็นเรือธง และก้าวสำคัญทางการเงินคือการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2018 ภายใต้ชื่อย่อ OSP ปัจจุบันมีหุ้นสามัญจำหน่ายแล้วทั้งหมด 3,003.75 ล้านหุ้น สำนักงานใหญ่อยู่ที่ถนนรามคำแหง หัวหมาก กรุงเทพฯ

โครงสร้างธุรกิจหลักแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม (2) กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และ (3) กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและลูกอม โดยมีธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) สินค้าและบรรจุภัณฑ์เป็นธุรกิจเสริม

สินค้าชูโรง: พอร์ตแบรนด์ที่ครอบคลุมทุกระดับราคา

หัวใจที่ทำให้ OSP ครองตลาดคือ Brand Portfolio ที่ออกแบบมาให้จับผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะในสมรภูมิ "เครื่องดื่มบำรุงกำลัง" ที่เป็นแหล่งรายได้หลัก

เอ็ม-150 (M-150) คือเรือธงที่ครองอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคมายาวนานหลายสิบปี ในปี 2025 แบรนด์นี้ยังคว้ารางวัล World Branding Awards 2025-2026 และเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือที่สุดอันดับ 1 ในหมวดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง กลยุทธ์ที่น่าสนใจคือการเปิดตัว "เอ็ม-150 ฝาเหลือง ราคา 10 บาท" ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เพื่อเจาะกลุ่มกำลังซื้อจำกัดในช่วงเศรษฐกิจอ่อนตัว ควบคู่กับ M-150 Sparkling ที่จับกลุ่ม Gen Z ตามกลยุทธ์ Premiumization

แบรนด์อื่นในพอร์ตที่ทำหน้าที่ครอบคลุมตลาดเชิงภูมิภาคได้อย่างชาญฉลาด ได้แก่ ลิโพวิตัน-ดี (ต้นตำรับญี่ปุ่นอยู่คู่คนกรุงเทพฯ กว่า 60 ปี), โสมอินซัม (นิยมในภาคอีสาน), และ ฉลามขาว (ครองใจภาคเหนือและภาคใต้) การวางแบรนด์ตามภูมิภาคแบบนี้คือกลยุทธ์ป้องกันคู่แข่งที่แข็งแกร่งมาก เพราะคู่แข่งต้องสู้กับหลายแบรนด์พร้อมกันในแต่ละพื้นที่

นอกจากนี้ในปี 2025 ยังรุกตลาด ฟังก์ชันนัลดริงก์ ด้วยการเปิดตัว HANGSTER (เครื่องดื่มบรรเทาอาการเมาค้าง) และ One Day Vitamins (รวมวิตามิน 13 ชนิด) ซึ่งช่วยรักษาส่วนแบ่งตลาดเฉลี่ยทั้งปีไว้ที่ร้อยละ 46.4 สูงกว่าปลายปีก่อนหน้า

ในกลุ่มของใช้ส่วนบุคคล เรือธงคือ เบบี้มายด์ (Babi Mild) ผลิตภัณฑ์ยอดขายสูงสุดในกลุ่มดูแลความสะอาดจุดซ่อนเร้น พร้อมการต่อยอดสู่กลุ่มผู้ใหญ่ภายใต้แบรนด์ Ultra Mild และแบรนด์ความงาม ทเวลฟ์ พลัส ที่เป็นผู้นำตลาดน้ำหอมและโคโลญ รวมถึง คาลพิส แลคโตะ ที่ใช้กลยุทธ์แบรนด์แอมบาสเดอร์ "น้องหมีเนย Butterbear" สร้างกระแสได้อย่างดี

กลยุทธ์ทางการตลาดล่าสุดที่น่าสนใจ

รุกตลาดต่างประเทศ — จุดที่น่าจับตามากที่สุด คือการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ YNBY International เพื่อยกระดับสู่การเป็น Global OEM Hub โดย OSP เป็นผู้ผลิตยาสีฟันแบรนด์ Yunnan Baiyao ส่งออก และพา Babi Mild เข้าตลาดจีนผ่าน YNBY ภายใต้ชื่อ "Bei Miao An"

โครงสร้างรายได้: พึ่งพิงเครื่องดื่ม แต่ตลาดต่างประเทศกำลังเป็นเครื่องยนต์ใหม่

โครงสร้างรายได้ปี 2025 (รายได้จากการดำเนินงานรวม 26,101 ล้านบาท) แบ่งตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ได้ดังนี้:

  • กลุ่มธุรกิจสัดส่วนรายได้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม 82.08%
  • ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล 10.76%
  • ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ 5.09%
  • อื่นๆ 2.07%

จะเห็นว่าธุรกิจยัง พึ่งพิงเครื่องดื่มเป็นหลักถึงราว 82% ซึ่งเป็นทั้งจุดแข็ง (ครองตลาดเบอร์หนึ่ง) และความเสี่ยงเชิงกระจุกตัว (concentration risk) ที่นักลงทุนควรชั่งน้ำหนัก

โครงสร้างรายได้ตามภูมิศาสตร์ ที่กำลังเปลี่ยนทิศอย่างมีนัยสำคัญ

สัดส่วนรายได้ต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 18.86% เป็น 27.45% ภายใน 3 ปี โดยปี 2025 รายได้ต่างประเทศโต 4.8% ขับเคลื่อนจากตลาดเมียนมาร์และลาวเป็นหลัก ชดเชยการชะลอตัวในอินโดนีเซียและกัมพูชา การกระจายตัวออกนอกประเทศนี้ช่วยลดการพึ่งพิงตลาดในประเทศที่กำลังซื้ออ่อนตัว และยังมีมาร์จิ้นที่ดีกว่า

สรุป

  • จุดแข็ง: ความเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังอันดับหนึ่ง (มาร์เก็ตแชร์ 44.2%), Brand Portfolio ที่ป้องกันคู่แข่งได้ทุกระดับราคาและทุกภูมิภาค, อัตรากำไรขั้นต้นที่ทำสถิติ 40.1%, และ valuation ที่ลดลงมาอยู่ระดับน่าสนใจ (P/E 2 เท่า)
  • สิ่งที่ต้องจับตา: การพึ่งพิงเครื่องดื่มถึง 82%, รายได้ในประเทศที่ยังหดตัว, ความผันผวนของกำลังซื้อในตลาด CLMV

นอกจากนี้ หุ้น OSP ยังสามารถเลือกลงทุนผ่านตลาด TFEX โดยลงทุนผ่าน Single Stock Futures โดยมีให้เลือกหลายซี่รี่ โดยแต่ละซี่รี่จะมีอายุต่างกัน เช่น OSPU26 หรือ OSPZ26 เป็นต้น นักลงทุนจะใช้เงินน้อยกว่าในการลงทุนผ่าน Single Stock Futures และสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัท ทั้งนี้ ท่านสามารถอ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มเกี่ยวกับสัญญา Futures บนหุ้น OSP และหุ้นอื่นๆได้บนเว็บหน้าเว็บบริษัท YLG Futures ของเราให้หัวข้อ “บทวิเคราะห์” URL: https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures

และหากนักลงทุนท่านใดสนใจที่ลงทุนบนสัญญาฟิวเจอร์ส สามารถติดต่อได้เลยที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)

📌 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนหรือระบุเป้าหมายราคาเพื่อการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง