กลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นสำหรับเทรด Single Stock Futures EP.1
บทความการลงทุน: กลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นสำหรับเทรด Single Stock Futures EP.1
ในตลาด TFEX นั้น สินทรัพย์อ้างอิงที่นิยมซื้อขายกันอันดับแรกๆจะเป็น ทองคำ ดัชนีตลาด SET50 รองลงมาก็ค่าเงินและ Silver แต่ท่ามกลางสินทรัพย์มากมาย มีสินทรัพย์อีกประเภทหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือ Single Stock Futures หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงหุ้นรายตัว
ที่น่าสนใจนั้น คือ การที่นักลงทุนสามารถเลือกกลยุทธระดับจุลภาค สามารถ Selective Buy โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนคลุมทั้งดัชนีถ้าเกิดไม่ต้องการหรือมองแล้วว่าภาพรวมตลาดเป็นเชิงลบ แต่มีหุ้นบางตัวที่ดีกว่าตลาดหรือมีค่า Beta (ค่าบ่งชี้ว่าหลักทรัพย์มีความผันผวนมากหรือน้อยเมื่อเทียบกับตลาด โดยมีค่ากลางคือ 1.00 ถ้ายิ่งน้อยกว่า 1 บ่งชี้ว่าหลักทรัพย์นั้นมีความผันผวนน้อยกว่าตลาด แต่ถ้ายิ่งมากกว่า 1 บ่งชี้ว่าหลักทรัพย์นั้นมีความผันผวนมากกว่าตลาด) ที่ต่ำเหมาะแก่การให้น้ำหนักในพอร์ตมากกว่า เป็นการหา Alpha (กำไรส่วนเพิ่มที่เกินกว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดที่นักลงทุนได้รับจากการบริหารพอร์ตการลงทุน) ที่นักลงทุนที่มั่นใจในการคัดเลือกหลักทรัพย์มักใช้วิธีนี้กัน
บทความนี้จะมาแนะนำกลยุทธการคัดเลือกหุ้นอ้างอิง โดยอาศัยการวิเคราะห์ด้านปัจจัยพื้นฐานเบื้องต้น เหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่ เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้ทันที โดยแบ่งเป็นหัวข้อต่างๆ ดังนี้
เลือกบริษัทที่เราเข้าใจธุรกิจ
การที่นักลงทุนจะเข้าไปซื้อหุ้นหรือแม้กระทั่งการลงทุนผลิตภัณฑ์อ้างอิงกับหุ้นอย่างสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรืออนุพันธ์ หรือแม้กระทั่งผ่านกองทุนก็ตาม สุดท้ายแล้วใจความของกระบวนการก็คือการไปลงทุนกิจการนั้นทางอ้อมนั่นเอง นักลงทุนย่อมต้องนำเงินของตนเองมาเป็นต้นทุน และย่อมคาดหวังกำไรที่แปรผัน (หรือบางครั้งก็แปรผกผัน) ไปกับหุ้นอ้างอิงนั้นๆ เพียงแต่จะแตกต่างกันแค่รายละเอียดตามแต่ลักษณะผลิตภัณฑ์การเงินนั้นๆ ดังนั้น เมื่อนักลงทุนนำเงินไปพัวพัน นำเงินไปมีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทนั้น นักลงทุนจำเป็นต้องเข้าใจถึงตัวกิจการ ตัวธุรกิจของหุ้นนั้นๆ ไม่ต่างจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เจ้าของ ผู้ถือหุ้น หรือผู้บริหาร ที่ต้องเรียนรู้บริษัทนั้นในแง่มุมของตนเองเพื่อรักษาต้นทุนและผลตอบแทนที่คาดหวังจากบทบาทนั้นๆ
- เข้าใจสินค้า - บริษัทขายสินค้าหรือบริการอะไร ผลิตอะไร โครงสร้างรายได้มาจากไหน แต่ละสินค้าหรือบริการจะมีความยากง่ายในการขายแตกต่างกัน เช่น ถ้าเป็นธนาคารจะมีกระแสเงินสดที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ขึ้นอยู่กับระดับความตึงตัวของหนี้ครัวเรือน หนี้เสีย ที่ส่งผลต่อการปล่อยกู้ ถ้าเป็นกลุ่มบริการหรือขนม เครื่องดื่ม จำเป็นต้องขยายสาขาไปในกลุ่มเป้าหมายหรือภูมิภาคใหม่ๆหรือเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอยู่ตลอดเพื่อรักษาอัตราการเติบโตของบริษัทเอาไว้อันจะส่งผลต่อราคาหุ้นอย่างมาก และจะเชื่อมโยงกับการวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจของประเทศด้วย เช่น GDP หนี้เสีย งบลงทุน ที่ทำให้คาดการณ์ความเป็นไปได้ของอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมต่างๆ
- เข้าใจลูกค้า - เจาะกลุ่มลูกค้า Segment ใด ใครเป็นลูกค้ารายใหญ่ เมื่อทราบถึงกลุ่มเป้าหมาย จะรู้ถึงความต้องการของตลาด อุปสงค์-อุปทาน และสามารถรับรู้ล่วงหน้าได้ถึงกระแสความนิยมที่กำลังจะเปลี่ยนไป หรือมีกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมายที่ขณะนั้น ซึ่งจะส่งผลต่อรายได้บริษัท
- เข้าใจวัฏจักร - ฤดูกาล High-season / Low-season ทิศทางอุตสาหกรรมอิงกับตลาดใดของโลก เช่น ตลาดน้ำมัน หรือตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ใด เช่น หุ้นโรงแรมมักจะได้รายได้มากช่วงตรุษจีน ไตรมาส 1 กับ 4 หรือเวลาน้ำมันดิบราคาสูงขึ้น หุ้นสายการบินมักจะร่วงเพราะต้นทุนค่าเชื้อเพลิง แต่หุ้นกลุ่มพลังงานจะพุ่งขึ้นเพราะราคาขายมากขึ้น เป็นต้น
ใน EP. หน้า จะมาอธิบายการดูกำไรของบริษัทโดยอาศัยตัวเลขจากงบการเงินและอัตราส่วนทางการเงินเบื้องต้น และหากนักลงทุนท่านใดสนใจที่ลงทุนบนสัญญาฟิวเจอร์ส อ้างอิงหุ้นรายตัวหรือ Single Stock Futures บนตลาด TFEX สามารถติดต่อได้เลยที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999
โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)
📌 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนหรือระบุเป้าหมายราคาเพื่อการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง