กว่าจะมาเป็นหุ้น TTB ในปัจจุบัน - ประวัติความเป็นมาธนาคารทหารไทยธนชาต
กว่าจะมาเป็นหุ้น TTB ในปัจจุบัน - ประวัติความเป็นมาธนาคารทหารไทยธนชาต

บทความการลงทุน: กว่าจะมาเป็นหุ้น TTB ในปัจจุบัน - ประวัติความเป็นมาธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)

ธนาคารได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 1983 (พ.ศ. 2526) และแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดเมื่อวันที่ 3 มกราคม 1994 (พ.ศ. 2537) ประวัติของ TTB คือประวัติของการเติบโตด้วยการควบรวมกิจการ (inorganic growth) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นลักษณะที่แตกต่างจากธนาคารไทยหลายแห่ง ในเดือนกันยายน 2004 (พ.ศ. 2547) ธนาคารทหารไทยได้รวมกิจการกับธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การรวมกิจการครั้งนี้ทำให้ธนาคารมีบริษัทประกันภัยและบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเข้ามาอยู่ในเครือ ส่งผลให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างครบวงจรมากขึ้น จุดเปลี่ยนด้านโครงสร้างเงินทุนที่สำคัญเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2007 (พ.ศ. 2550) เมื่อธนาคารประสบความสำเร็จในการเพิ่มทุนจำนวน 37,622 ล้านบาท โดยกลุ่มไอเอ็นจี (ING Group) ซึ่งเป็นสถาบันการเงินขนาดใหญ่จากประเทศเนเธอร์แลนด์ เข้ามาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์รายใหม่ การเข้ามาของ ING ไม่เพียงเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน แต่ยังนำองค์ความรู้ด้านการบริหารธนาคารสมัยใหม่และมาตรฐานการกำกับดูแลระดับสากลเข้ามาด้วย ปัจจุบัน ING Bank N.V. ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสองและมีบทบาทในการส่งกรรมการเข้าร่วมบริหาร การควบรวมครั้งใหญ่ที่สุดและเป็นตัวกำหนดโฉมหน้าปัจจุบันของธนาคารเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2019 (พ.ศ. 2562) เมื่อธนาคารทหารไทยตกลงรวมกิจการกับธนาคารธนชาต โดยกระบวนการรวมกิจการเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกรกฎาคม 2021 (พ.ศ. 2564) พร้อมกับการเปลี่ยนชื่อเป็น "ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)" หรือ ทีเอ็มบีธนชาต การรวมกิจการนี้ทำให้ธนาคารก้าวขึ้นเป็นธนาคารที่มีขนาดสินทรัพย์รวมใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ และที่สำคัญคือได้รับมรดกสำคัญคือความเป็นผู้นำในตลาดสินเชื่อรถยนต์จากธนชาต ซึ่งกลายเป็นเสาหลักด้านรายได้ของธนาคารมาจนถึงทุกวันนี้

กลยุทธ์โครงสร้างรายได้และการบริหาร

            จุดแข็งเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดของ TTB คือการเป็นผู้นำในตลาดสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เครือข่ายตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ความแข็งแกร่งของแบรนด์ และผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร ความได้เปรียบนี้ยังต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์เสริม เช่น สินเชื่อบ้านแลกเงิน (Cash your home) สินเชื่อรถแลกเงิน (Cash your car) และการขายประกันภัยรถยนต์ผ่านฐานลูกค้าสินเชื่อรถ

  • ประเด็นที่หนึ่ง TTB เป็นธนาคารที่พึ่งพารายได้ดอกเบี้ยเป็นหลัก โดยรายได้ดอกเบี้ยคิดเป็นราว 79 ถึง 83% ของรายได้รวมตลอดสามปี นี่คือลักษณะของธนาคารพาณิชย์ทั่วไป แต่สิ่งที่โดดเด่นคือความสำคัญของธุรกิจเช่าซื้อ รายได้จากการให้เช่าซื้อและสัญญาเช่าทางการเงิน (ซึ่งส่วนใหญ่คือสินเชื่อรถยนต์) คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 22 ถึง 24% ของรายได้รวม เมื่อรวมกับสินเชื่อทั่วไป จะเห็นว่าเกือบ 70% ของรายได้รวมมาจากดอกเบี้ยของพอร์ตสินเชื่อและเช่าซื้อสินเชื่อรถที่มีความเชี่ยวชาญ
  • ประเด็นที่สอง รายได้รวมมีแนวโน้มลดลงจาก 99,443 ล้านบาทในปี 2024 มาอยู่ที่ 90,913 ล้านบาทในปี 2025 ซึ่งลดลงถึงราว 8.6% การลดลงนี้มาจากรายได้ดอกเบี้ยที่หดตัวเป็นหลัก สะท้อนทั้งการหดตัวของพอร์ตสินเชื่อและการปรับลดลงของอัตราดอกเบี้ยในระบบ
  • ประเด็นที่สาม รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้นสวนทางกับรายได้ดอกเบี้ย จาก 13,086 ล้านบาทในปี 2024 มาอยู่ที่ 13,985 ล้านบาทในปี 2025 การเพิ่มขึ้นนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การสร้างรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยของธนาคาร ผ่านผลิตภัณฑ์ประกัน กองทุนรวม และบริการ Wealth ซึ่งเป็นทิศทางที่ถูกต้องเชิงกลยุทธ์ในการลดการพึ่งพารายได้ดอกเบี้ยที่ผันผวนตามวัฏจักรดอกเบี้ย

ที่มา: รายงานประจำปี One Report 2568 TTB

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัท ทั้งนี้ ท่านสามารถอ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มเกี่ยวกับสัญญา Futures บนหุ้น TTB และหุ้นอื่นๆได้บนเว็บหน้าเว็บบริษัท YLG Futures ของเราให้หัวข้อ “บทวิเคราะห์” URL: https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures

นอกจากนี้ หุ้น TTB ยังสามารถเลือกลงทุนผ่านตลาด TFEX โดยลงทุนผ่าน Single Stock Futures โดยมีให้เลือกหลายซี่รี่ โดยแต่ละซี่รี่จะมีอายุต่างกัน เช่น TTBU26 หรือ TTBZ26 เป็นต้น นักลงทุนจะใช้เงินน้อยกว่าในการลงทุนผ่าน Single Stock Futures และสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

และหากนักลงทุนท่านใดสนใจ สามารถติดต่อได้เลยที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)

📌 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนหรือระบุเป้าหมายราคาเพื่อการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง