รีวิวหุ้น KBANK ธนาคารกสิกรไทย - สถาบันการเงินที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
รีวิวหุ้น KBANK ธนาคารกสิกรไทย - สถาบันการเงินที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

บทความการลงทุน: รีวิวหุ้น KBANK ธนาคารกสิกรไทย - สถาบันการเงินที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

KBANK หรือ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) คือหนึ่งในเสาหลักของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1945 และเติบโตมาเป็นกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีสินทรัพย์รวมระดับ 4.56 ล้านล้านบาท (ณ สิ้นปี 2025)

โครงสร้างรายได้

โครงสร้างรายได้ตามงบการเงินรวมปี 2025 แสดงภาพชัดว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ราว 137,152 ล้านบาท ยังเป็นแกนหลักที่คิดเป็นสัดส่วนราว 70.41% ของรายได้รวม และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสุทธิ 29.53% โดยองค์ประกอบใหญ่ที่สุดคือดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อที่คิดเป็น 70% ของรายได้ดอกเบี้ย ตามด้วยรายได้จากเงินลงทุนและธุรกรรมเพื่อค้าราว 19% ของรายได้ดอกเบี้ย

กำไรของ KBANK ยังผูกโยงกับส่วนต่างดอกเบี้ย (spread) และคุณภาพสินเชื่อเป็นสำคัญ ธนาคารจึงมีความอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายและวัฏจักรเศรษฐกิจโดยธรรมชาติ ในทางกลับกัน รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยกำลังมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ และองค์ประกอบที่เปลี่ยนภาพเชิงโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญคือธุรกิจประกันภัย ซึ่งเริ่มถูกรวมเข้ามาในงบการเงินรวมตั้งแต่ปี 2024 หลังการควบรวมกิจการเมืองไทยประกันชีวิตเข้ามาในกลุ่ม ทำให้เกิดรายการเบี้ยประกันภัยรับสุทธิและผลการดำเนินงานการบริการประกันภัย

กลุ่มธุรกิจและอาณาเขตการดำเนินงาน

KBANK ไม่ใช่เพียงธนาคารเดี่ยว แต่เป็นกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีบริษัทในเครือครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าทางการเงินอย่างครบวงจร ทั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย (ถือหุ้น 100%) ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการกว่า 1.9 ล้านล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย เมืองไทยประกันชีวิตในฝั่งธุรกิจประกัน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ที่เป็นแกนพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนบริษัทรุ่นใหม่อย่างกสิกร ไลน์ (สินเชื่อบุคคลรายเล็กผ่านช่องทางดิจิทัล) กสิกร โกลบอล เพย์เมนต์ บริหารสินทรัพย์ เจเค และกลุ่มออร์บิกซ์ที่ทำโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนและโทเคนดิจิทัล

ในเชิงภูมิศาสตร์ ธนาคารวางตำแหน่งตัวเองไม่ใช่แค่ผู้เล่นในประเทศ แต่เป็นผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำแห่งภูมิภาค (Regional Business) โดยมีเครือข่ายในจีน ลาว อินโดนีเซีย (ผ่านธนาคารแมสเปี้ยน) และเวียดนาม สะท้อนวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ผูกอนาคตของกลุ่มเข้ากับภูมิภาค ASEAN+3 มากกว่าจะจำกัดอยู่แค่ตลาดไทยที่เติบโตช้าลงตามโครงสร้างประชากรและเศรษฐกิจ

ปรัชญาและทิศทางการดำเนินธุรกิจ

แนวคิด "ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง" ผสมผสานกับการวางตัวเป็น "ธนาคารแห่งความยั่งยืน" ในทางปฏิบัติ ทิศทางนี้ถูกแปลงเป็นยุทธศาสตร์ 3+1 ที่ประกอบด้วยการยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพด้านสินเชื่อ การขยายธุรกิจรายได้ค่าธรรมเนียมที่ใช้เงินกองทุนต่ำ (capital-lite) การเสริมความแข็งแกร่งของช่องทางบริการ และการแสวงหารายได้ใหม่ โดยมีการเพิ่มประสิทธิภาพ (Productivity) เป็นแกนเสริม

จุดที่เป็นเอกลักษณ์และมีความหมายต่อการประเมินมูลค่าระยะยาวคือความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลแบงกิ้ง ธนาคารรักษาอันดับหนึ่งด้านจำนวนผู้ใช้งานทั้งฝั่งรายย่อยผ่าน K PLUS และฝั่งธุรกิจผ่าน K BIZ ควบคู่กับกลยุทธ์การปรับขนาดเครือข่ายกายภาพ ทั้งการควบรวมสาขาและลดจำนวนเครื่องอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดต้นทุนต่อธุรกรรมลงได้อย่างมีนัยสำคัญ นี่คือแนวทางที่เปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนของธนาคารในระยะยาว ไม่ใช่การประหยัดชั่วคราว

บทสรุปสำหรับนักลงทุน

เมื่อประเมิน KBANK สิ่งที่ควรจับตาในเชิงโครงสร้างมากกว่าตัวเลขรายไตรมาส คือสามประเด็น หนึ่ง สัดส่วนรายได้ดอกเบี้ยที่ยังสูงราว 89% ทำให้ธนาคารผูกกับวัฏจักรดอกเบี้ยและคุณภาพสินเชื่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สอง การเข้ามาของธุรกิจประกันในงบการเงินรวมตั้งแต่ปี 2024 ที่เปลี่ยนทั้งฐานรายได้และวิธีอ่านงบ และสาม การลงทุนในดิจิทัลและการขยายสู่ภูมิภาคที่เป็นเดิมพันระยะยาวเพื่อลดการพึ่งพาตลาดในประเทศ ทั้งสามประเด็นนี้คือแกนที่จะกำหนดคุณค่าของธนาคารในทศวรรษหน้า มากกว่ากำไรของไตรมาสใดไตรมาสหนึ่งฮะ

นอกจากนี้ หุ้น KBANK ยังสามารถเลือกลงทุนผ่านตลาด TFEX โดยลงทุนผ่าน Single Stock Futures โดยมีให้เลือกหลายซี่รี่ โดยแต่ละซี่รี่จะมีอายุต่างกัน เช่น KBANKU26 หรือ KBANKZ26 เป็นต้น นักลงทุนจะใช้เงินน้อยกว่าในการลงทุนผ่าน Single Stock Futures และสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัท ทั้งนี้ ท่านสามารถอ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มเกี่ยวกับสัญญา Futures บนหุ้น KBANK และหุ้นอื่นๆได้บนเว็บหน้าเว็บบริษัท YLG Futures ของเราให้หัวข้อ “บทวิเคราะห์” URL: https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures

และหากนักลงทุนท่านใดสนใจที่ลงทุนบนสัญญาฟิวเจอร์ส สามารถติดต่อได้เลยที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999

 

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)

📌 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนหรือระบุเป้าหมายราคาเพื่อการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง