ล็อคกำไร ลดความเสี่ยงค่าเงินด้วย FX Futures EP.3
ล็อคกำไร ลดความเสี่ยงค่าเงินด้วย FX Futures EP.3

บทความการลงทุน: ล็อคกำไร ลดความเสี่ยงค่าเงินด้วย FX Futures EP.3

ด้วยหลักการใน 2 EP ก่อนหน้า สามารถสรุปหลักการใช้สัญญา Futures ในการ Hedging ค่าเงินได้ ดังนี้

การสร้างสถานะสัญญาฟิวเจอร์ส สามารถทำได้ทั้ง 2 ฝั่ง โดยฝั่งผู้ซื้อสัญญา เรียกว่ามี “สถานะซื้อ” หรือ Long Position ส่วนฝั่งผู้ขาย เรียกว่ามี “สถานะขาย” หรือ Short Position โดย 1 สัญญามีขนาดกำหนดไว้ที่ 1,000 ดอลลาร์

โดยกลไกจะมีลักษณะ “ฝั่งซื้อ หรือ Long” ทำสัญญาไว้ 1 สัญญา โดยจะซื้อเงินสกุลเงิน USD กับ “ฝั่งขาย หรือ Short” ในอนาคตตามวันที่ระบุไว้ในสัญญาด้วยเงินบาทไทยจำนวน 33 บาทต่อ 1 USD และเมื่อถึงเวลาที่กำหนด ฝั่ง Long จะจ่ายเงิน 33,000 บาทแก่ฝั่ง Short และฝั่ง Short จะมอบเงินจำนวน 1,000 ดอลลาร์ ให้แก่ฝั่ง Long เป็นการจบการแลกเปลี่ยนตามสัญญา

  • กลไกฝั่ง Long หรือฝั่งซื้อ ถ้าบาทยิ่งอ่อน ยิ่งกำไร แต่ถ้าบาทยิ่งแข็ง ยิ่งขาดทุน
  • กลไกฝั่ง Short หรือฝั่งขาย ถ้าบาทยิ่งแข็ง ยิ่งกำไร แต่ถ้าบาทยิ่งอ่อน ยิ่งขาดทุน
  • ถ้าในอนาคต นักลงทุนมีกำหนดการจะได้รับเงินดอลลาร์ จะมีความเสี่ยงว่าบาทจะแข็งค่าขึ้น ทำให้แปลงดอลลาร์เป็นบาทแล้วได้น้อยลง นักลงทุนควรใช้สถานะฝั่ง Short Position เผื่อถ้าบาทแข็งค่าจริง จะได้กำไรจากสัญญามาชดเชย
  • ถ้าในอนาคต นักลงทุนมีกำหนดการที่ต้องแปลงเงินบาทที่มีอยู่เป็นสกุลเงินดอลลาร์ จะมีความเสี่ยงว่าบาทจะอ่อนค่าลง ทำให้การแปลงดอลลาร์จะได้น้อยลง นักลงทุนควรใช้สถานะฝั่ง Long Position เผื่อถ้าบาทอ่อนค่าจริง จะได้กำไรจากสัญญามาชดเชย

 

 

โจทย์ตัวอย่าง

  • บริษัท ก.ไก่ จำกัด มีดีลขายสินค้าอาหารแช่แข็งส่งออกไปต่างประเทศ ลูกค้ารับซื้อที่ 1 ล้านดอลลาร์ จะต้องเปิดสัญญาฝั่งใด กี่สัญญา
    • Open Short 1,000 สัญญา
  • บริษัท ข.ไข่ มีดีลนำเข้าเครื่องจักรจาก USA มูลค่าทั้งหมด 2 ล้านดอลลาร์ จะต้องเปิดสัญญาฝั่งใด กี่สัญญา
    • Open Long 2,000 สัญญา
  • สมมุติเราถือหุ้น ABC อยู่ 1,000 หุ้น ราคาหุ้นละ $197 ถ้าต้องการขายในอีก 6 เดือนข้างหน้าและนำเงินกลับมาไทย โดยนักลงทุนคาดว่าหุ้น ABC อีก 6 เดือนข้างหน้าจะราคาเท่ากับ $202 จะต้องเปิดสถานะ Long หรือ Short กี่สัญญา
    • Open Short 202 สัญญา

 

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือ Futures นั้น เป็นสัญญาที่มีกำหนดเวลาส่งมอบชัดเจน หรือที่เรียกกันว่าวันหมดอายุสัญญา ดังนั้นนักลงทุนควรจะเลือกทำสัญญาที่วันหมดอายุให้ใกล้เคียงที่สุดให้ครอบคลุมช่วงเวลาที่ต้องการป้องกันความเสี่ยง โดยดูรหัสอ้างอิงเป็นตัวอักษรอังกฤษประจำเดือนบนชื่อสัญญาในกระดาน นั่นคือ สัญลักษณ์ที่บอกว่าสัญญานั้นหมดอายุเดือนใด ปีใด เช่น “USDU26” จะหมายถึง สัญญาหมดอายุเดือนกันยายน ปีค.ศ. 2026

            ทั้งนี้ ในกรณีที่นักลงทุนต้องการเลือกสัญญาในการเทรด ควรเลือกสัญญาที่มีปริมาณการซื้อขายและสถานะคงค้างจำนวนมาก เนื่องจากจะได้มีสภาพคล่องที่ดี ดังภาพตัวอย่างที่มี 4 ซีรี่ แต่จะมีแค่ 2 ซีรี่ที่มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่น บ่งบอกถึงสภาพคล่อง

ภาพประกอบจาก: https://www.settrade.com/th/derivatives/market-data/trading-quotation-by-series

 

ที่นี้ นักลงทุนต้องดูรายละเอียดเกี่ยวกับสัญญาในหนังสือประกาศของทางตลาดให้ถี่ถ้วน เช่น วันเวลาเปิด-ปิดตลาด ขนาดของสัญญา ตัว Multiplier จำนวนเงินวางหลักประกันสัญญา และอัตราอ้างอิงการชำระเงินเป็นหน่วยบาทในกรณีที่สัญญาคู่เงินไม่ใช่บาท เช่น EUR/USD และ USD/JPY

สำหรับผู้ที่ต้องการทำการ Hedging สกุลเงินต่างประเทศในตลาด TFEX หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆที่มีให้เลือกมากมาย YLG Futures คือโบรกเกอร์ที่ให้บริการ ได้การรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างถูกต้องตามกฏหมาย สามารถติดต่อได้เลยที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999

และนักลงทุนสามารถติดตามพัฒนาการของตลาดอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของค่าเงิน โลหะมีค่า และสินทรัพย์ลงทุน แนะนำให้ติดตามบทวิเคราะห์เชิงลึกเพิ่มเติมจาก YLG เพื่อความครบถ้วนของข้อมูล

 

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด

(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)

 

📌 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนหรือระบุเป้าหมายราคาเพื่อการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง