รีวิวหุ้น CBG (คาราบาวกรุ๊ป) ธุรกิจที่สร้างจากขวดชูกำลังราคา 10 บาท
บทความการลงทุน: รีวิวหุ้น CBG (คาราบาวกรุ๊ป) ธุรกิจที่สร้างจากขวดชูกำลังราคา 10 บาท
จุดตั้งต้น: การจับมือของคนสามคน
ปี 2002 นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ (ปัจจุบันใช้ชื่อสกุล เสถียรธรรมะ) นางสาวณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ และนายยืนยง โอภากุล หรือ "แอ๊ด คาราบาว" ร่วมกันก่อตั้งบริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด (CBD) เพื่อผลิตและทำตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง โรงงานแห่งแรกตั้งที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ด้วยกำลังผลิตติดตั้งราว 275 ล้านขวดต่อปี พร้อมกับการเปิดตัวสินค้าที่กลายเป็นเสาหลักของกิจการมาจนถึงวันนี้ คือ "คาราบาวแดง"
สิ่งที่น่าสนใจคือเส้นทางหลังจากนั้นไม่ได้เดินไปทางการเพิ่มกำลังผลิตเพียงอย่างเดียว แต่มีเป้าหมายทั้งห่วงโซ่มูลค่า ปี 2012 บริษัทตั้ง APG ขึ้นมาผลิตขวดแก้วเอง และตั้ง DCM ขึ้นมาบริหารช่องทางจัดจำหน่ายเอง ปี 2013 ตั้ง CBG ขึ้นเป็นบริษัทโฮลดิ้งเพื่อถือหุ้นในบริษัทย่อยทั้งสามแห่ง แล้วแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2014
หลังเข้าตลาด บริษัทเดินหน้าปิดจุดรั่วด้านต้นทุนต่อเนื่อง ปี 2017 ตั้ง ACM ผลิตกระป๋องอลูมิเนียมเอง ปี 2020 ตั้ง APM ผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก ฉลาก ฟิล์มหด และถุงหูหิ้ว ควบคู่ไปกับการสร้างการรับรู้ในตลาดโลกผ่านฟุตบอลอังกฤษ ตั้งแต่การเป็นพันธมิตรหลักของสโมสรเชลซีในปี 2015 จนถึงการเป็นผู้สนับสนุนรายการ English Football League ที่ทำให้ถ้วยรางวัลระดับชาติของอังกฤษถูกเรียกว่า "คาราบาว คัพ" มาจนถึงฤดูกาล 2026/2027
โครงสร้างกลุ่ม: โฮลดิ้งที่คุมตั้งแต่ขวดเปล่าจนถึงหน้าร้าน
CBG เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ถือหุ้นในบริษัทที่ทำงานจริง โดยบริษัทแบ่งการดำเนินงานของกลุ่มออกเป็น 6 ประเภทธุรกิจ
- ธุรกิจที่หนึ่ง การผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเอง ดำเนินการโดย CBD ซึ่งเป็นหัวใจของกลุ่ม รองรับการบรรจุสินค้าสำเร็จรูปได้สูงสุดราว 1,550 ล้านกระป๋องและ 1,450 ล้านขวดต่อปี ผลิตทั้งเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เครื่องดื่มผสมซิงค์ และเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงค์ ส่วนน้ำดื่ม กาแฟชนิดผง และกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม ใช้วิธีว่าจ้างบุคคลภายนอกผลิต
- ธุรกิจที่สองถึงสี่ การผลิตบรรจุภัณฑ์ ประกอบด้วย APG ผลิตขวดแก้ว รองรับน้ำแก้วได้สูงสุดราว 640 ตันต่อวัน ACM ผลิตกระป๋องอลูมิเนียมได้ราว 1,000 ล้านกระป๋องต่อปี และ APM ผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก ฉลากพลาสติก ฟิล์มหด และถุงหูหิ้ว ทั้งสามแห่งตั้งอยู่ในทำเลเดียวกันที่บางปะกง ฉะเชิงเทรา ในลักษณะกลุ่มอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และเริ่มขายกำลังผลิตส่วนเกินให้บุคคลภายนอกแล้ว
- ธุรกิจที่ห้า การบริหารช่องทางจัดจำหน่ายในประเทศ ดำเนินการโดย DCM ซึ่งดูแลทั้งเครือข่ายตัวแทนแบบหลายชั้น ศูนย์กระจายสินค้า 16 แห่ง และหน่วยรถเงินสด 179 คัน
- ธุรกิจที่หก การทำตลาดและจัดจำหน่ายในต่างประเทศ ดำเนินการผ่าน ICUK ซึ่งดูแลตลาดอังกฤษและประเทศนอกทวีปเอเชีย ประกอบกับการส่งออกจากไทยไปยังคู่ค้าที่ทำหน้าที่นำเข้าและจัดจำหน่ายในแต่ละประเทศ รวมกว่า 48 ประเทศ และล่าสุดคือ ACCV ในเมียนมา ซึ่ง CBG ถือหุ้น 70% ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4/2025 ด้วยกำลังบรรจุราว 130 ล้านกระป๋องและ 50 ล้านขวดต่อปี
โครงสร้างรายได้: สองเครื่องยนต์ที่ขนาดใกล้กันแต่คุณภาพต่างกันมาก
ปี 2025 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 22,042 ล้านบาท (level) เติบโต +5% YoY โดยมาจาก 3 ทาง
- ทางแรก ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทเอง 12,090 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 54.8% ของรายได้จากการขายรวม (share) แบ่งเป็นส่วนที่ผลิตเอง 11,845 ล้านบาท ลดลง -3% YoY และส่วนที่ว่าจ้างบุคคลภายนอกผลิต 245 ล้านบาท ลดลง -17% YoY
- ทางที่สอง ธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่ายสินค้าให้บุคคลภายนอก 8,948 ล้านบาท สัดส่วน 40.6% (share) เติบโต +17% YoY โดยเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึง 8,944 ล้านบาท
- ทางที่สาม การขายบรรจุภัณฑ์ให้บุคคลภายนอก 1,005 ล้านบาท สัดส่วน 4.6% (share) เติบโต +17% YoY
เมื่อแบ่งตามภูมิศาสตร์ รายได้ในประเทศอยู่ที่ 17,898 ล้านบาท เติบโต +17% YoY ขณะที่รายได้ต่างประเทศอยู่ที่ 4,144 ล้านบาท ลดลง -26% YoY จากผลกระทบของสถานการณ์ชายแดน โดยยอดส่งออกไปกลุ่มประเทศ CLMV ลดลง -27% YoY สัดส่วนในประเทศต่อต่างประเทศจึงเปลี่ยนมาอยู่ที่ 81:19 (share) จาก 73:27 ในปี 2024
สำหรับผู้ที่สนใจหุ้นตัวนี้ ยังมีอีกช่องทางหนึ่งคือการลงทุนผ่านตลาด TFEX ด้วยสัญญา Single Stock Futures ซึ่งมีให้เลือกหลายซีรีส์ตามอายุสัญญา เช่น CBGU26 หรือ CBGZ26 ข้อดีคือใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการซื้อหุ้นโดยตรง และเปิดโอกาสทำกำไรได้ทั้งจังหวะขาขึ้นและขาลง
ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัท ท่านสามารถอ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มเกี่ยวกับสัญญา Futures บนหุ้น CBG และหุ้นตัวอื่น ๆ ได้ที่หน้าเว็บของบริษัท YLG Futures ในหัวข้อ "บทวิเคราะห์" URL: https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures
และหากนักลงทุนท่านใดสนใจลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์ส ติดต่อได้ที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999
โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)