รีวิวหุ้น BCH โรงพยาบาลเอกชนที่เจาะกลุ่มเป้าหมายทุกระดับ
รีวิวหุ้น BCH โรงพยาบาลเอกชนที่เจาะกลุ่มเป้าหมายทุกระดับ

บทความการลงทุน: รีวิวหุ้น BCH โรงพยาบาลเอกชนที่เจาะกลุ่มเป้าหมายทุกระดับ

บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH คือกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ณ สิ้นปี 2025 กลุ่มบริษัทมีโรงพยาบาลในเครือ 15 แห่ง โพลีคลินิก 2 แห่ง และคลินิกเฉพาะทางด้านอีก 1 แห่ง โดยโรงพยาบาลกระจายอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 7 แห่ง ต่างจังหวัด 7 แห่ง และในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอีก 1 แห่ง วิสัยทัศน์ที่บริษัทประกาศไว้คือการเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจบริการด้านสุขภาพทั้งในประเทศและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สิ่งที่ทำให้ BCH ต่างจากโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่หลายราย คือบริษัทไม่ได้วางตัวเป็นโรงพยาบาลระดับบนที่พึ่งพากำลังซื้อสูงเป็นหลัก แต่ออกแบบเครือข่ายให้รองรับผู้รับบริการตั้งแต่ระดับล่างสุดของระบบสวัสดิการรัฐไปจนถึงกลุ่มชาวต่างชาติที่จ่ายเงินเอง

โครงสร้างเครือข่าย: บริษัทแบ่งโรงพยาบาลในเครือออกเป็น 4 กลุ่ม ตามระดับการรักษาและกลุ่มผู้รับบริการเป้าหมาย

กลุ่มโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ให้บริการระดับตติยภูมิที่มีความซับซ้อนสูง เจาะกลุ่มผู้รับบริการทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีศูนย์เฉพาะทางอย่างศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ศูนย์รักษามะเร็ง และศูนย์หุ่นยนต์เพื่อการฟื้นฟู กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ให้บริการระดับทุติยภูมิและตติยภูมิบางด้าน เจาะกลุ่มเดียวกันแต่ราคาย่อมเยากว่า กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด ให้บริการทั้งผู้รับบริการทั่วไปและผู้ประกันตน และกลุ่มโรงพยาบาลการุญเวช ให้บริการระดับทุติยภูมิสำหรับผู้รับบริการทั่วไปและผู้ประกันตน

การแบ่งแบบนี้ทำให้บริษัทวางราคาต่างกันได้โดยไม่ทำลายภาพลักษณ์ของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง และยังส่งต่อผู้รับบริการภายในเครือได้ด้วย โดยศูนย์การแพทย์เฉพาะทางอย่าง Kasemrad Medical Center ทำหน้าที่รับส่งต่อผู้รับบริการจากโรงพยาบาลในกลุ่มที่ให้บริการระดับต้นกว่า

 

โครงสร้างรายได้:

ปี 2025 บริษัทมีรายได้รวม 12,025.4 ล้านบาท เติบโต +1.6% YoY โดยรายได้จากกิจการโรงพยาบาลคิดเป็น 99.07% ของรายได้จากการดำเนินงานรวม ส่วนที่เหลืออีก 0.93% มาจากธุรกิจอื่น เมื่อแยกตามภูมิศาสตร์ รายได้ในประเทศคิดเป็น 96.65% และรายได้จากลาวคิดเป็น 3.35% หรือ 402.9 ล้านบาท

 

หากมองที่รายได้กิจการโรงพยาบาล 11,913.0 ล้านบาท จะเห็นรายได้สองทางที่แตกต่างกัน

ทางแรก คือรายได้จากผู้รับบริการสิทธิทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รายได้ทางนี้ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกที่บริษัทควบคุมไม่ได้

ทางที่สอง คือรายได้จากโครงการประกันสังคมจากจำนวนผู้ประกันตนลงทะเบียนเฉลี่ย 1,027,813 ราย รายได้ทางนี้มีสำนักงานประกันสังคมเป็นผู้จ่ายตามกฎหมาย จึงมีความแน่นอนสูงกว่ามาก และเป็นสิ่งที่ประคองการเติบโตของบริษัทไว้ในปีที่รายได้จากสิทธิทั่วไปหดตัว

กลไกการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคมมีหลายชั้น ได้แก่ ค่าบริการเหมาจ่ายตามจำนวนผู้ประกันตนที่ลงทะเบียน การเบิกจ่ายกรณีโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงเกินปกติ ค่าบริการตามภาระเสี่ยงสำหรับผู้ป่วยนอก 26 โรคเรื้อรัง การเบิกจ่ายกรณีผู้ป่วยในที่มีค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ปรับตามวันนอนตั้งแต่ 2 ขึ้นไป ซึ่งปี 2025 ได้รับในอัตรา 12,000 บาทต่อหน่วยตลอดทั้งปี รวมถึงการรักษาหัตถการเฉพาะกลุ่มโรคที่ปรับลดจาก 5 กลุ่มเหลือ 2 กลุ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2025 และการให้บริการทันตกรรมที่เบิกได้ตามจริงแต่ไม่เกิน 900 บาทต่อผู้ประกันตนต่อปี สำหรับปี 2026 บริษัทมองว่าการปรับเพิ่มเพดานค่าจ้างและอัตราเงินสมทบของสำนักงานประกันสังคมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 จะช่วยให้กองทุนมีเสถียรภาพและปรับการเบิกจ่ายให้สะท้อนต้นทุนโรงพยาบาลได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทระบุความท้าทายจากการที่บริษัทประกันสุขภาพเริ่มเปลี่ยนกรมธรรม์เหมาจ่ายไปสู่เงื่อนไขการจ่ายร่วม

 

กลยุทธ์การพัฒนา

ประการแรก บริษัทวางตัวเป็นสถานพยาบาลระดับสูงกว่า หรือ Supra Contractor รับส่งต่อผู้รับบริการจากคลินิก โรงพยาบาลเอกชนทั่วไป และโรงพยาบาลรัฐที่เป็นพันธมิตรกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ เข้ามารักษาที่ศูนย์เฉพาะทางของตน ทั้งการผ่าตัดหัวใจ การตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องสร้างภาพ และการผ่าตัดแก้ไขสายตา วิธีนี้ทำให้เครื่องมือราคาแพงที่ลงทุนไปแล้วเดินเครื่องได้เต็มกำลัง โดยไม่ต้องรอผู้รับบริการของตัวเองเพียงอย่างเดียว

ประการที่สอง การบริหารแบบกลุ่มทำให้เกิดความได้เปรียบด้านขนาดในการจัดซื้อ บริษัทใช้ฝ่ายจัดซื้อกลางสำหรับยา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือแพทย์ของทุกโรงพยาบาลในเครือ ทำให้มีอำนาจต่อรองด้านราคาสูงขึ้น อีกทั้งยังมีนโยบายยืมเครื่องมือ ยา เวชภัณฑ์ และโลหิตระหว่างโรงพยาบาลในเครือ ซึ่งช่วยลดปัญหาสินค้าหมดอายุ

 

ประการที่สาม บริษัทสร้างธุรกิจสนับสนุนขึ้นมาเองเพื่อลดการพึ่งพาภายนอก ได้แก่ บริษัท บางกอก เชน แมเนจเมนท์ ที่ทำห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ บริษัท เฮลท์ เชน อินโนเทค ที่พัฒนาซอฟต์แวร์ให้โรงพยาบาลในเครือ และบริษัท บางกอก เชน เดนทัล ที่ให้บริการทันตกรรมเคลื่อนที่

 

ที่มา: 56-1 One Report ปี 2025

สำหรับผู้ที่สนใจหุ้นตัวนี้ ยังมีอีกช่องทางหนึ่งคือการลงทุนผ่านตลาด TFEX ด้วยสัญญา Single Stock Futures ซึ่งมีให้เลือกหลายซีรีส์ตามอายุสัญญา เช่น BCHU26 หรือ BCHZ26 ข้อดีคือใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการซื้อหุ้นโดยตรง และเปิดโอกาสทำกำไรได้ทั้งจังหวะขาขึ้นและขาลง

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัท ท่านสามารถอ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มเกี่ยวกับสัญญา Futures บนหุ้น BCH และหุ้นตัวอื่น ๆ ได้ที่หน้าเว็บของบริษัท YLG Futures ในหัวข้อ "บทวิเคราะห์" URL: https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures

และหากนักลงทุนท่านใดสนใจลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์ส ติดต่อได้ที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) และโทร 02-687-9999

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)

📌 หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนหรือระบุเป้าหมายราคาเพื่อการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง