Single Stock Futures Overview: STA ผู้ผลิตยางธรรมชาติครบวงจรรายใหญ่ของโลก
Single Stock Futures Overview: STA ผู้ผลิตยางธรรมชาติครบวงจรรายใหญ่ของโลก
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA เริ่มต้นในปี 1987 จากการผลิตยางแผ่นรมควันที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ผ่านมาเกือบ 4 ทศวรรษ บริษัทได้เติบโตรเป็นผู้ประกอบการยางธรรมชาติแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่สวนยาง โรงงานแปรรูปยาง ไปจนถึงโรงงานถุงมือยาง
เส้นทางการเติบโต
การเติบโตของ STA แบ่งได้เป็น 4 ช่วง
- วางฐานผลิตภัณฑ์ (1987–1991) หลังเริ่มจากยางแผ่นรมควัน บริษัทตั้งโรงงานน้ำยางข้นแห่งแรกในปี 1988 ร่วมทุนกับบริษัทจากออสเตรียผลิตถุงมือยางทางการแพทย์ในปี 1989 และร่วมทุนขยายสู่ยางแท่งในปี 1990 จากนั้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 1991
- ออกสู่ต่างประเทศ (2002–2013) ตั้งบริษัทค้ายางที่สิงคโปร์ในปี 2002 ตั้งโรงงานแห่งแรกนอกประเทศไทยที่อินโดนีเซียในปี 2004 ลงทุนสวนยางขนาดใหญ่ในปี 2007 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ในปี 2011 นับเป็นบริษัทยางพาราจดทะเบียนไทยแห่งแรกที่ทำได้ ต่อมาในปี 2013 ขยายไปเวียดนามและเมียนมา
- แยกธุรกิจถุงมือให้ชัด (2017–2021) แยกกิจการกับผู้ร่วมทุนออสเตรียในปี 2017 และควบรวมกับไทยกองในปี 2019 จนเกิดเป็น บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) หรือ STGT ซึ่งเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรกในปี 2020 และจดทะเบียนที่สิงคโปร์เพิ่มในปี 2021
- บุกแอฟริกาและยางตรวจสอบย้อนกลับได้ (2022–2025) ตั้งบริษัทย่อยในโกตดิวัวร์ในปี 2022 และเริ่มเดินโรงงานยางแท่งที่นั่นในปี 2024 ปีเดียวกันเริ่มขายยางมีพิกัดเชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับกฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR)
ธุรกิจ STA ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ต้นน้ำ: สวนยางพารา บริษัทมีพื้นที่สวนยางและพืชเศรษฐกิจอื่นราว 47,000 ไร่ใน 19 จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้นยางที่กรีดได้แล้วคิดเป็นสัดส่วนราว 88% ของต้นที่ปลูกทั้งหมด
กลางน้ำ: แปรรูปยางธรรมชาติ นี่คือธุรกิจหลักของบริษัท โดยรับซื้อวัตถุดิบมาแปรรูปเป็นสินค้า 3 ประเภท
- ยางแท่ง ใช้ในอุตสาหกรรมยางล้อเป็นหลัก
- ยางแผ่นรมควัน ใช้ทำยางล้อ อะไหล่รถยนต์ สายพาน และรองเท้า
- น้ำยางข้น เป็นวัตถุดิบของถุงมือยาง ถุงยางอนามัย และกาว
ปลายน้ำ: ถุงมือยาง ดำเนินการผ่าน STGT ซึ่ง STA ถือหุ้นทางตรง 56.03% และถือผ่านบริษัทย่อยอีก 5.42% STGT ผลิตถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือยางไนไตรล์สำหรับงานการแพทย์และอุตสาหกรรม ทั้งรับจ้างผลิตและขายภายใต้ตราสินค้าของตนเอง โรงงานอยู่ใน 4 จังหวัดภาคใต้ กำลังการผลิตติดตั้ง 48,320 ล้านชิ้นต่อปี ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และส่งขายกว่า 175 ประเทศ กลุ่มศรีตรังเป็นผู้ป้อนน้ำยางข้นหลักให้ STGT เอง ส่วนน้ำยางสังเคราะห์ซื้อจากภายนอก
ธุรกิจสนับสนุน ได้แก่ บริษัทร่วมผลิตท่อไฮดรอลิกแรงดันสูง บริษัทขนส่ง บริษัทวิศวกรรมและซ่อมบำรุงเครื่องจักร และบริษัทบริการระบบสารสนเทศ
โครงสร้างรายได้
ปี 2025 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 114,040 ล้านบาท ยางธรรมชาติ 3 ประเภทรวมกันคิดเป็นสัดส่วนราว 79% และถุงมือยางราว 21%
|
ผลิตภัณฑ์ |
รายได้ปี 2025 (ล้านบาท) |
สัดส่วนต่อรายได้รวม |
|
ยางแท่ง |
82,310 |
72.18% |
|
ถุงมือยาง |
23,791 |
20.86% |
|
ยางแผ่นรมควัน |
6,383 |
5.60% |
|
น้ำยางข้น |
925 |
0.81% |
|
อื่น ๆ |
631 |
0.55% |
รายได้มี 2 ลักษณะเด่น
- พึ่งการส่งออก รายได้จากต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วน 85.81% ของรายได้รวม
- พึ่งตลาดจีน จีนประเทศเดียวสร้างรายได้ 59,074 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 60.37% ของรายได้ต่างประเทศ สอดคล้องกับที่จีนบริโภคยางธรรมชาติกว่า 40% ของโลก รองลงมาคือสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเยอรมนี
- อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่มีลูกค้ารายใดมีสัดส่วนรายได้เกิน 30%
ลงทุนใน STA ผ่าน TFEX
นอกจากซื้อหุ้นโดยตรงแล้ว นักลงทุนยังลงทุนใน STA ผ่านสัญญา Single Stock Futures ในตลาด TFEX ได้ด้วย มีหลายซีรีส์และหลายอายุสัญญาให้เลือก เช่น STAZ26 และ STAH27 อ่านบทวิเคราะห์ฟิวเจอร์สของ STA และหุ้นตัวอื่นได้ที่เว็บไซต์ YLG Futures หัวข้อ "บทวิเคราะห์"
https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures
สอบถามเรื่องการลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์สได้ที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) โทร 02-687-9999
โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)
📌 หมายเหตุ: บทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้ชักชวนให้ซื้อขายหรือกำหนดราคาเป้าหมาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง