Single Stock Futures Overview: GPSC ผู้ผลิตไฟฟ้าและสาธารณูปโภคของกลุ่ม ปตท.
Single Stock Futures Overview: GPSC ผู้ผลิตไฟฟ้าและสาธารณูปโภคของกลุ่ม ปตท.
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ทำธุรกิจหลัก 2 อย่าง คือ ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ น้ำเพื่อการอุตสาหกรรม น้ำเย็น และสาธารณูปโภคอื่น กับลงทุนในธุรกิจสาธารณูปโภคทั้งในและต่างประเทศ บริษัทวางบทบาทตัวเองเป็นบริษัทแกนนำด้านไฟฟ้าของกลุ่ม ปตท. (Power Flagship)
โครงสร้างธุรกิจ: ลงทุนผ่าน 3 รูปแบบ
1) โรงไฟฟ้าที่ GPSC ดำเนินการเอง หลัก ๆ คือศูนย์ผลิตสาธารณูปการระยอง 4 แห่ง (CUP-1 ถึง CUP-4) ในพื้นที่มาบตาพุดและนิคมอุตสาหกรรมใกล้เคียง เกือบทั้งหมดเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Cogeneration) ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ นอกจากนี้มีโครงการกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าที่ระยอง
2) ธุรกิจที่ลงทุนผ่านบริษัทย่อย บริษัทย่อยที่ใหญ่ที่สุดคือ โกลว์ พลังงาน (GLOW) ที่ GPSC ถือหุ้น 99.83% โกลว์มีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้วราว 2,880 เมกะวัตต์
3) ธุรกิจที่ลงทุนผ่านบริษัทร่วมและการร่วมค้า ได้แก่ ไซยะบุรี พาวเวอร์ (เขื่อนไซยะบุรีใน สปป.ลาว ถือ 25%) ราชบุรีเพาเวอร์ (24.38%) บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น (25%) ผลิตไฟฟ้านวนคร (30%) และไฟฟ้าน้ำลิก 1 ในลาว รวมถึงการลงทุนด้านแบตเตอรี่ผ่านนูออโว พลัส และหุ้นส่วนน้อยใน 24M Technologies ในสหรัฐฯ
GPSC ดำเนินธุรกิจอย่างไร
ลูกค้าของ GPSC แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรก คือ 3 การไฟฟ้า (กฟผ. กฟภ. และ กฟน.) ขายไฟฟ้าผ่านสัญญาระยะยาวตามระบบรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนของไทย ซึ่งมี 3 ประเภท คือ IPP, SPP และ VSPP สัญญากับ กฟผ. ส่วนใหญ่มีอายุ 25–30 ปี สำหรับโรงไฟฟ้า IPP รายได้มี 2 ส่วน
- ค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment) ได้รับจากการรักษาความพร้อมเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า
- ค่าพลังงานไฟฟ้า (Energy Payment) ได้รับตามปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตจริง และส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงไปให้ กฟผ. ได้ตามสูตรในสัญญา
กลุ่มที่สอง คือลูกค้าอุตสาหกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานปิโตรเคมีในนิคมมาบตาพุดและนิคมใกล้เคียง โรงงานเหล่านี้ต้องการไฟฟ้า ไอน้ำ น้ำเพื่อการอุตสาหกรรม และน้ำเย็นที่จ่ายได้ต่อเนื่อง เพราะการหยุดชะงักเพียงครู่เดียวก็อาจกระทบการผลิตทั้งสาย สัญญากับลูกค้ากลุ่มนี้มีอายุ 10–20 ปี
กลไกของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมคือ ผลิตไฟฟ้าและไอน้ำไปพร้อมกัน ไอน้ำผลิตจากความร้อนที่เหลือจากการผลิตไฟฟ้า เมื่อลูกค้าต้องการไอน้ำมาก โรงไฟฟ้าต้องเดินเครื่องหนักขึ้นจนมีไฟฟ้าเกินความต้องการ ไฟฟ้าส่วนเกินนี้จะขายให้ กฟผ. ตามสัญญาแบบ Non-firm ศูนย์ผลิต CUP-1, CUP-3 และ CUP-4 ยังเชื่อมระบบส่งไฟฟ้าและไอน้ำถึงกัน ทำให้สำรองกำลังผลิตให้กันได้ บริษัทมองว่าความมั่นคงของโครงข่ายนี้เป็นจุดแข็ง และทำให้ลูกค้าแต่ละรายไม่คุ้มที่จะลงทุนสร้างระบบสาธารณูปโภคเอง
ด้านวัตถุดิบ เชื้อเพลิงหลักคือก๊าซธรรมชาติซึ่งซื้อจาก ปตท. ตามสัญญาระยะยาว ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินใช้ถ่านหินบิทูมินัสนำเข้าจากอินโดนีเซีย จุดที่ต้องเข้าใจคือ ราคาที่ขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงได้เพียงบางส่วน ขณะที่ค่าไฟฟ้าอ้างอิงค่า Ft ซึ่ง กกพ. เป็นผู้กำหนด ถ้าราคาก๊าซหรือถ่านหินกับค่า Ft เคลื่อนไหวไม่ไปทางเดียวกัน อัตรากำไรของธุรกิจส่วนนี้จะผันผวน
ลงทุนใน GPSC ผ่าน TFEX
นอกจากซื้อหุ้นโดยตรงแล้ว นักลงทุนยังลงทุนใน GPSC ผ่านสัญญา Single Stock Futures ในตลาด TFEX ได้ด้วย มีหลายซีรีส์และหลายอายุสัญญาให้เลือก เช่น GPSCZ26 และ GPSCH27 อ่านบทวิเคราะห์ฟิวเจอร์สของ GPSC และหุ้นตัวอื่นได้ที่เว็บไซต์ YLG Futures หัวข้อ "บทวิเคราะห์"
https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures
สอบถามเรื่องการลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์สได้ที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) โทร 02-687-9999
โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)