Single Stock Futures Overview: BCP โรงกลั่น-พลังงานครบวงจรที่ลงทุนข้ามทวีป
Single Stock Futures Overview: BCP โรงกลั่น-พลังงานครบวงจรที่ลงทุนข้ามทวีป

Single Stock Futures Overview: BCP โรงกลั่น-พลังงานครบวงจรที่ลงทุนข้ามทวีป

          ถ้าพูดถึง "บางจาก" คนส่วนใหญ่จะนึกถึงสถานีบริการน้ำมันใบไม้เขียวกับร้านกาแฟอินทนิล แต่นั่นเป็นแค่ปลายทางของห่วงโซ่ธุรกิจที่ยาวกว่านั้นมาก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ดำเนินธุรกิจพลังงานมากว่า 4 ทศวรรษ มีโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่ง กำลังการกลั่นติดตั้งรวม 294,000 บาร์เรลต่อวัน มีสถานีบริการ 2,214 แห่งทั่วประเทศ มีโรงไฟฟ้าในไทยและอีก 5 ประเทศ และถือหุ้นในบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในนอร์เวย์ ในปี 2025 บริษัทอยู่อันดับ 17 ของ Fortune Southeast Asia 500

จากผู้บุกเบิกพลังงานทดแทน สู่การรวมสองโรงกลั่น

          ธุรกิจของบางจากเริ่มจากโรงกลั่นน้ำมันที่พระโขนง บริษัทเรียกตัวเองว่าเคยเป็น "ผู้นำพลังงานทดแทนในอดีต" และเป็นรายแรกในเอเชียที่ผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 S EVO จากนั้นจึงขยายไปสู่ธุรกิจอื่นทีละขั้น ในปี 2015 ตั้งบริษัท บีซีพีจี (BCPG) ขึ้นมาดูแลธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด ในปี 2022 ตั้งบริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ (BFPL) เพื่อดูแลการขนส่งเชื้อเพลิงทั้งทางท่อ ทางรถ และทางเรือ

ปีที่เปลี่ยนภาพบริษัทมากที่สุดคือปี 2023 เมื่อบริษัท บางจาก ศรีราชา (BSRC) ซึ่งเดิมชื่อบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) เข้ามาอยู่ในกลุ่ม กำลังการกลั่นของกลุ่มจึงเพิ่มเป็น 294,000 บาร์เรลต่อวัน ปีเดียวกันบริษัทตั้งบริษัท ROSE ขึ้นมาวางแผนการผลิตของทั้งสองโรงกลั่นร่วมกัน ต่อมาในปี 2025 บริษัททำคำเสนอซื้อหุ้น BSRC จากผู้ถือหุ้นรายอื่นด้วยการแลกหุ้น ในอัตรา 1 หุ้นเพิ่มทุนของบางจากต่อ 6.5 หุ้นของ BSRC หลังจบคำเสนอซื้อ บริษัทถือหุ้น BSRC 99.72% และ BSRC ถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2025 การรวมกันครั้งนี้สร้างประโยชน์จากการทำงานร่วมกันได้ 7,300 ล้านบาทในปี 2025 เพิ่มจาก 6,000 ล้านบาทในปี 2024 นอกจากนี้ในเดือนตุลาคม 2025 ท่าเรือของโรงกลั่นศรีราชาเริ่มรับเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก (VLCC) ได้แล้ว ช่วยลดต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบ

บางจากดำเนินธุรกิจอย่างไร

ธุรกิจของบางจากแบ่งเป็น 5 กลุ่ม และเชื่อมกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

  1. โรงกลั่นและการค้าน้ำมัน บริษัทซื้อน้ำมันดิบจากทั้งในและต่างประเทศมากลั่นเป็นก๊าซหุงต้ม เบนซินและแก๊สโซฮอล์ น้ำมันอากาศยาน ดีเซล และน้ำมันเตา นอกจากนี้ยังผลิตวัตถุดิบให้โรงงานปิโตรเคมี สารตั้งต้นสำหรับผลิตน้ำมันเครื่องพื้นฐาน และผลพลอยได้อย่างกำมะถัน สารละลาย และยางมะตอย โรงกลั่นพระโขนงมีกำลังการกลั่นติดตั้ง 120,000 บาร์เรลต่อวัน และปี 2025 เดินเครื่องเต็มกำลังที่ระดับเฉลี่ย 122,000 บาร์เรลต่อวัน ส่วนโรงกลั่นศรีราชามีกำลังการกลั่นติดตั้ง 174,000 บาร์เรลต่อวัน ปี 2025 กลั่นที่ระดับ 141,700 บาร์เรลต่อวัน และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 150,000 บาร์เรลต่อวัน รายได้ทางนี้ขึ้นกับ "ค่าการกลั่น" เป็นหลัก ปี 2025 ค่าการกลั่นพื้นฐานของกลุ่มอยู่ที่ 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (+2.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล YoY) สูงกว่าค่าการกลั่นอ้างอิงของสิงคโปร์ที่ระดับ 4.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนการค้าน้ำมันทำผ่าน BCP Trading ที่สิงคโปร์และ BCPT FZCO ที่ดูไบ ซึ่งตั้งขึ้นในปี 2025 สองบริษัทนี้จัดหาน้ำมันดิบและขายผลิตภัณฑ์ให้โรงกลั่นในกลุ่ม และค้าขายกับคู่ค้านอกกลุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปี 2025 มีปริมาณซื้อขายรวม 109.7 ล้านบาร์เรล มีคู่สัญญากว่า 100 รายในกว่า 28 ประเทศ และเริ่มค้าน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว น้ำมันดีเซลหมุนเวียน (HVO) และน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF)
  2. การตลาด เป็นธุรกิจที่ใกล้ผู้บริโภคที่สุด สิ้นปี 2025 บางจากมีสถานีบริการ 2,214 แห่ง ส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกผ่านสถานีบริการอยู่ที่ระดับ 9% เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ปริมาณจำหน่ายรวมทั้งกลุ่มอยู่ที่ 13,899 ล้านลิตร นอกจากขายปลีกแล้ว บริษัทยังขายให้ภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง สายการบิน เรือขนส่ง ก่อสร้าง และเกษตรกรรมด้วย ปี 2025 ปริมาณขายน้ำมันเรือเดินสมุทรโต +33% YoY และยางมะตอยโต +36% YoY รายได้อีกทางที่บริษัทให้ความสำคัญคือธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมันในสถานีบริการ ร้านกาแฟอินทนิลมี 1,183 สาขา เพิ่มขึ้น +155 สาขา YoY และตั้งเป้าเปิดเพิ่ม 140 สาขาในปี 2026 สถานีบริการยังมีร้านสะดวกซื้อ Lemon Green 125 แห่ง Big C Mini 112 แห่ง และหัวชาร์จรถไฟฟ้า 1,511 หัวจ่าย ส่วนบัตรสมาชิกบางจากกรีนไมลส์มีสมาชิก 9.7 ล้านราย
  3. ไฟฟ้าพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน ดำเนินการผ่าน BCPG ซึ่งบางจากถือหุ้น 81% สิ้นปี 2025 BCPG มีกำลังการผลิตตามสัญญารวม 1,457.5 เมกะวัตต์ ในไทย ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ลาว เวียดนาม และสหรัฐฯ ได้แก่ โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในไทย 187.7 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว 114 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานลมมอนซูนในลาว ซึ่งขายไฟให้เวียดนามและเปิดดำเนินการเต็มโครงการในเดือนสิงหาคม 2025 (289.5 เมกะวัตต์ตามสัดส่วนการลงทุน) และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 4 แห่งในสหรัฐฯ (857.3 เมกะวัตต์ตามสัดส่วนการถือหุ้น) นอกจากนี้ยังมีสายส่งไฟฟ้าในลาว คลังน้ำมันและท่าเทียบเรือที่เพชรบุรี และได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ เพื่อพัฒนาศูนย์ข้อมูลที่ใช้พลังงานสะอาด
  4. ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ดำเนินการผ่านบริษัท บีบีจีไอ (BBGI) ซึ่งบางจากถือหุ้น 45% บีบีจีไอมีกำลังการผลิตเอทานอล 800,000 ลิตรต่อวัน และไบโอดีเซล 1,000,000 ลิตรต่อวัน สองบริษัทยังร่วมกันตั้งบริษัท บีเอสจีเอฟ (BSGF) เพื่อผลิต SAF ในโรงกลั่นพระโขนง กำลังการผลิต 1,000,000 ลิตรต่อวัน วัตถุดิบส่วนหนึ่งมาจากโครงการ “Fry to Fly” ที่รับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจากจุดรับซื้อกว่า 2,600 จุด หน่วยผลิตนี้เปิดเมื่อเดือนเมษายน 2025 และคาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2 ปี 2026
  5. ทรัพยากรธรรมชาติและธุรกิจใหม่ บางจากถือหุ้น 58% ใน OKEA ASA ผ่านบริษัทย่อยที่สิงคโปร์ OKEA ผลิตน้ำมันและก๊าซจาก 6 แหล่งในนอร์เวย์ และเป็นผู้ดำเนินการเองที่แหล่ง Draugen และ Brage ปี 2025 กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 32,098 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ในไทย บริษัทย่อย BCPR ร่วมกับเชฟรอนในแปลงสำรวจ G2/65 ในอ่าวไทย ด้วยสัดส่วน 30% ส่วนธุรกิจใหม่มีสิทธิซื้อลิเทียมสูงสุด 6,000 ตันต่อปีจากโครงการ Cauchari-Olaroz ธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านบริษัท บีทีเอสจี ที่ถือหุ้น 51% ซึ่งเปิดสถานี LNG แห่งแรกของประเทศที่ศรีราชาแล้ว และการลงทุนในเหมืองโพแทชของบริษัท ไทยคาลิ ที่นครราชสีมา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ภายในปี 2028

โครงสร้างรายได้

          ปี 2025 รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 515,725 ล้านบาท (-14.5% YoY) ลดลงตามราคาน้ำมันโลก ถ้าดูตามกลุ่มธุรกิจ โรงกลั่นและการค้าน้ำมันมีรายได้ 416,913 ล้านบาท และการตลาดมีรายได้ 364,453 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 80.8% และ 70.7% ของรายได้รวมตามลำดับ สองตัวเลขนี้รวมกันเกิน 100% เพราะโรงกลั่นขายน้ำมันให้ธุรกิจการตลาดในกลุ่มเดียวกัน จึงต้องหักรายการระหว่างกันออก 321,088 ล้านบาท (สัดส่วน -62.3%) ส่วนกลุ่มอื่นมีรายได้น้อยกว่ามาก ทรัพยากรธรรมชาติคิดเป็นสัดส่วน 5.0% ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ 3.5% และไฟฟ้าเพียง 0.7% อีกเรื่องที่น่าสนใจคือรายได้จากต่างประเทศเพิ่มเป็นสัดส่วน 35.4% ในปี 2025 จาก 27.8% ในปี 2023

ลงทุนใน BCP ผ่าน TFEX

          นอกจากซื้อหุ้นโดยตรงแล้ว นักลงทุนยังลงทุนใน BCP ผ่านสัญญา Single Stock Futures ในตลาด TFEX ได้ด้วย มีหลายซีรีส์และหลายอายุสัญญาให้เลือก เช่น BCPZ26 และ BCPH27 อ่านบทวิเคราะห์ฟิวเจอร์สของ BCP และหุ้นตัวอื่นได้ที่เว็บไซต์ YLG Futures หัวข้อ "บทวิเคราะห์"
https://www.ylgfutures.co.th/th/updates/news-research/analyst-research/set-50-and-stock-futures

สอบถามเรื่องการลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์สได้ที่ Line @ylgfutures (TFEX) หรือ @ylgglobalmarket (ตลาดต่างประเทศ) โทร 02-687-9999

โดย ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
(บทความโดย: ดร.ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย, CISA)

📌 หมายเหตุ: บทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้ชักชวนให้ซื้อขายหรือกำหนดราคาเป้าหมาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง