ข่าวเศรษฐกิจ

จับตา CPI ม.ค.สหรัฐคืนนี้ หาสัญญาณเฟดขึ้นดอกเบี้ย

• จับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนม.ค. จากกระทรวงแรงงานสหรัฐคืนนี้ (14 ก.พ.2018) เวลา 20.30 น. ตามเวลาไทย ข้อมูลดังกล่าวเป็นตัวเลขชี้วัดเงินเฟ้อของสหรัฐ ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้นำการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในปีนี้

• ขณะที่ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI เดือนม.ค.จะขยายตัวที่ระดับ 1.9% เมื่อเทียบรายปี หลังจากขยายตัว 2.1% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าที่คาด อาจส่งผลให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้

• ทั้งนี้เฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีที่ผ่านมาแม้ว่าเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งขณะนี้มีสัญญาณว่า เงินเฟ้ออาจจะกระเตื้องขึ้น และคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในเดือนมี.ค.ที่จะถึงนี้

• โดยปัจจัยพื้นฐานแล้ว การดีดตัวขึ้นของเงินเฟ้อ จะสนับสนุนให้เฟดสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่รวดเร็วขึ้น และอาจส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้นอีก ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย

• แต่หากพิจารณาในแง่ที่ว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ก็มีโอกาสที่จะมีแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำเช่นกัน หากมีความกังวลในเรื่องของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่พุ่งขึ้นจนส่งผลให้เกิดการร่วงลงอย่างรุนแรงอีกครั้งของตลาดหุ้นสหรัฐรวมถึงตลาดหุ้นทั่วโลก หลังจากวันจันทร์ที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมาตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงหนักสุดเป็นประวัติการณ์ โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,345.75 จุด ร่วงลง 1,175.21 จุด หรือ -4.60% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,648.94 จุด ลดลง 113.19 จุด หรือ -4.10% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,967.53 จุด ลดลง 273.42 จุด หรือ -3.78% ซึ่งจะเห็นว่ามีแรงซื้อเข้ามาสู่ตลาดทองคำจนหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว แม้ดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นก็ตาม แสดงให้เห็นว่าทองคำได้ตอบสนองนักลงทุนในแง่ของการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันความเสี่ยง

• ด้านนายปิแอร์ คูร์แรน หัวหน้าฝ่ายซื้อขายหุ้นของบริษัทแอมพลิฟาย เทรดดิ้ง กล่าวว่า “ตัวเลข CPI ของสหรัฐที่จะมีการประกาศในวันพุธ เป็นตัวเลขเงินเฟ้อที่มีความสำคัญอย่างมาก ถ้าหากตัวเลข CPI อยู่ที่ระดับ 1.9% หรือมากกว่า 2% ก็จะทำให้ตลาดหุ้นถูกเทขายออกมาเหมือนกับในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ถ้าตัวเลข CPI อยู่ที่ราว 1.7-1.8% ผมก็คิดว่าตลาดจะสงบลง” ทั้งนี้ คำกล่าวของนายคูร์แรนสอดคล้องกับนายเจสัน แวร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของอัลเบียน ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ซึ่งกล่าวว่า “หากตัวเลข CPI ออกมาสูงกว่าคาด ก็จะสร้างความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นในตลาด แต่ถ้าตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด ก็จะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง และหุ้นก็จะทะยานขึ้น”

• นอกจากนี้ นายทอม เอสเซย์ ผู้ก่อตั้งเดอะ เซเวนส์ รีพอร์ท กล่าวว่า ตัวเลข CPI ที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ จะเป็นตัวเลข CPI ที่มีความสำคัญที่สุดในรอบ 10 ปี เนื่องจากเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ได้กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหญ่ที่สุดต่อการทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปีของตลาดหุ้นในขณะนี้ หลังตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวอย่างผันผวนในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งอาจกระทบตลาดทองคำได้เช่นกัน

• อย่างไรก็ดี แม้ข้อมูลด้านเงินเฟ้อของสหรัฐจะเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรติดตาม แต่อยากให้ติดตามปัจจัยและกระแสข่าวอื่นๆประกอบการตัดสินใจลงทุนเช่นกัน นอกจากนี้อาจต้องระวังความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้อีกด้วย

YLG_Research
ที่มา : Ryt9, Bisnews, Reuters

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด
Line ID : @ylgfutures
Facebook : YLG Bullion and Futures
เว็ปไซต์ : www.ylgfutures.co.th
call center : 02 687 9999