ข่าวเศรษฐกิจ

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561

• (-) ดอลล์แข็งเทียบค่าเงินหลัก รับเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเดือนธ.ค. ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8 พ.ย.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้ พร้อมกับส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 113.98 เยน จากระดับ 113.34 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 1.0068 ฟรังก์ จากระดับ 1.0003 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3182 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3099 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1356 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1454 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3049 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3146 ดอลลาร์
• (-) เฟดมีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยตามคาด ขณะส่งสัญญาณปรับขึ้นเดือนธ.ค. คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 2.00-2.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ พร้อมกับส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ขณะนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 2.00-2.25% ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 ปีนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2551 ขณะที่เฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 8 ครั้งนับตั้งแต่ที่เริ่มปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกติในเดือนธ.ค.2558 นอกจากนี้ เฟดยังได้ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. หลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.,มิ.ย. และก.ย. ซึ่งจะส่งผลให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 4 ครั้งในปีนี้ ส่วนในปีหน้า เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง และอีก 1 ครั้งในปี 2563 แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า การใช้จ่ายในภาคครัวเรือนมีการขยายตัวในระดับสูง ขณะที่ตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยอัตราว่างงานได้ปรับตัวลง ส่วนกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก และความเสี่ยงอยู่ในระดับสมดุล ขณะเดียวกัน เฟดได้ตั้งข้อสังเกตว่า การขยายตัวของการลงทุนในสินทรัพย์คงที่ได้ชะลอตัวลงจากอัตราที่สูงในช่วงต้นปี ขณะที่อัตราเงินเฟ้อกำลังปรับตัวใกล้เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% อย่างไรก็ดี เฟดไม่ได้ระบุถึงภาวะผันผวนของตลาดการเงินที่เกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนต.ค.
• (-) IMF หั่นตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจยุโรปปีนี้,ปีหน้า เหตุถูกกระทบจากสงครามการค้า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของยุโรปในปีนี้และปีหน้า โดยระบุถึงผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้า และภาวะตึงตัวทางการเงิน ทั้งนี้ IMF คาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของยุโรปในปีนี้ที่ระดับ 2.3% จากระดับ 2.8% ในปีที่แล้ว และคาดว่าอยู่ที่ 1.9% ในปีหน้า ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวต่ำกว่าที่ IMF ระบุในเดือนพ.ค. ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจยุโรปจะขยายตัว 2.6% ในปีนี้ และ 2.2% ในปีหน้า รายงานของ IMF ระบุว่า ปัจจัยภายนอกไม่ได้ช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และคาดว่าจะอ่อนแอลงในปีหน้า จากปัจจัยอุปสงค์โลกชะลอตัว, การทำสงครามการค้า และการพุ่งขึ้นของราคาพลังงาน รวมทั้งภาวะตึงตัวทางการเงินในตลาดเกิดใหม่
• (+/-) ดาวโจนส์ปิดบวกเพียง 10.92 จุด ขณะ Nasdaq,S&P500 ปิดลบหลังเฟดส่งสัญญาขึ้นดบ.เดือนหน้า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (8 พ.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้ตามคาด และได้ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ดิ่งลงติดต่อกันเป็นวันที่ 9 เมื่อคืนนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,191.22 จุด เพิ่มขึ้น 10.92 จุด หรือ +0.04% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,806.83 จุด ลดลง 7.06 จุด หรือ -0.25% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,530.88 จุด ลดลง 39.87 จุด หรือ -0.53%
• (+/-) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานลดลงสัปดาห์ที่แล้ว สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ 214,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์

ที่มา: Bisnewsและ foexfactory.com

Line ID : @ylgfutures
Facebook : YLG Bullion and Futures
เว็ปไซต์ : www.ylgfutures.co.th
call center : 02 687 9999