ข่าวเศรษฐกิจ

จับตาศึกเลือกตั้งรัฐสภายุโรป 23-26 พ.ค.

การเลือกตั้งรัฐสภายุโรป (European Parliament election) กำลังถูกจับตา โดยในปีนี้จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 พ.ค. ซึ่งพลเมืองชาวยุโรปผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะทำการเลือกสมาชิกรัฐสภายุโรป ประกอบด้วยสมาชิก 751 คน (ยกเว้นกรณีอังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปก่อนวันที่ 23 พ.ค.นี้ จะส่งผลให้สมาชิกรัฐสภายุโรปปรับเป็น 705 คน ตามบทบัญญัติจำเพาะเกี่ยวกับการเบร็กซิต) และจะมีวาระการดำรงตำแหน่งสมัยละ 5 ปี

เป็นที่คาดกันว่าอังกฤษจะเข้าร่วมการเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วย หากอังกฤษไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป(เบร็กซิต)ได้ก่อนวันที่ 23 พ.ค. และชาวอังกฤษจะสามารถใช้สิทธิเลือกผู้แทนเข้าสภายุโรปได้

ปัจจุบัน ประธานรัฐสภายุโรปคือ Antonio Tajani (พรรคสังคมประชาธิปไตย) ได้รับการเลือกตั้งขึ้นมาในเดือนมกราคม 2014 ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมหลายพรรค โดยมีกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดสองกลุ่มคือ กลุ่มอนุรักษ์นิยม European People’s Party (EPP) และ กลุ่มสังคมนิยม Party of European Socialists (Social Democracy หรือ S&D) นอกจากนั้นยังมีกลุ่มเสรีนิยมและกลุ่มที่มีแนวคิดประชานิยมและชาตินิยมที่ได้รับการพูดถึงอย่างมากในระยะหลัง อาทิ กลุ่ม Movement for a Europe of Liberties and Democracy (ENF) และกลุ่ม Europe of Freedom and Direct Democracy (EFDD)

ถึงแม้ว่าหลายฝ่ายยังคงคาดการณ์ว่ากลุ่ม EPP จะยังคงเป็นกลุ่มที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ตามด้วยกลุ่ม S&D แต่ผลสำรวจจากหลายสำนักต่างชี้ว่า ทั้งสองกลุ่มจะได้ที่นั่งลดลงจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาในปี 2014 โดยกลุ่ม ENF และ EFDD ที่มีแนวคิดประชานิยมและชาตินิยม (แนวคิดขวาจัด ต่อต้านผู้อพยพ และไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มอำนาจหรือการรวมตัวของอียู หรือที่รู้จักในชื่อกระแส Euroscepticism) น่าจะได้รับที่นั่งมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีบทบาทเพิ่มขึ้นในสภายุโรปและจะมีส่วนสนับสนุนเสียงของผู้นำบางประเทศที่มีแนวคิดชาตินิยม เช่น อิตาลี โปแลนด์ และฮังการี โดยแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นคือจะมีการแบ่งขั้วกันชัดเจนมากยิ่งขึ้นระหว่างกลุ่มการเมืองต่างๆ

ขณะที่รายงานจากคณะมนตรียุโรป ระบุว่า พรรคการเมืองกลุ่มต่อต้านยุโรปมีแนวโน้มชิงส่วนแบ่งในรัฐสภายุโรปได้ถึง 1 ใน 3 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งจะทำให้สามารถดำเนินกิจกรรมที่จะบ่อนทำลายความมั่นคงและการป้องกันประเทศของยุโรป ซึ่งในที่สุดจะสร้างความบาดหมาง และทำลาย EU ได้ในที่สุด

จึงแนะนำให้นักลงทุนติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆที่จะเกิดขึ้น เพราะมีแนวโน้มที่เสียงในสภายุโรปจะกระจัดกระจายกว่าในอดีต ซึ่งจะทำให้สภายุโรปชุดใหม่ไม่มีเสียงข้างมากที่ชัดเจนและขาดเอกภาพ จนอาจนำมาสู่ความปั่นป่วนวุ่นวายทางการเมืองเพิ่มขึ้น ตอกย้ำภาวะเศรษฐกิจอันเปราะบางของยุโรป ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจกระทบให้สกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นหนึ่งปัจจัยที่กดดันราคาทองคำได้
YLG_Research
ที่มาข้อมูล : wikipedia, themomentum, ryt9, bangkokbiznews

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด
Line ID : @ylgfutures
Facebook : YLG Bullion and Futures
เว็ปไซต์ : www.ylgfutures.co.th
call center : 02 687 9999