News

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 12 เมษายน 2562

• (+) รองปธน.สหรัฐประสานเสียงทรัมป์ เรียกร้องเฟดลดอัตราดอกเบี้ย นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า ถึงแม้เขามองว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่ง แต่เขาก็ยังคงสนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งได้เรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ย “เมื่อคุณดูตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ก็ไม่พบว่าเศรษฐกิจเผชิญปัญหาเงินเฟ้อ” นายเพนซ์กล่าว • (-) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่ำสุดรอบเกือบ 50 ปีในสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 196,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2512 จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4 นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 211,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว • (-) ประธานเฟดนิวยอร์กชี้เศรษฐกิจสหรัฐแกร่ง เมื่อพิจารณาจากมุมมองนโยบายการเงิน นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในสถานะแข็งแกร่ง เมื่อพิจารณาจากมุมมองนโยบายการเงิน “เรากำลังเข้าใกล้การขยายตัวที่ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์ของสหรัฐ ขณะที่อัตราการว่างงานต่ำเป็นประวัติการณ์ และเงินเฟ้อเข้าใกล้เป้าหมาย 2% ของเฟด” นายวิลเลียมส์กล่าว อย่างไรก็ดี นายวิลเลียมส์ระบุว่า เฟดยังต้องทำงานต่อไปเพื่อให้มั่นใจว่าทุกภาคส่วนจะได้รับประโยชน์จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ นายวิลเลียมส์ยังกล่าวว่า เฟดนิวยอร์กจะนำเสนอรายงานวิจัยให้แก่หน่วยงานด้านการพัฒนาในชุมชน รวมทั้งผลักดันการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกันด้านค่าจ้าง และที่อยู่อาศัย • (-) สหรัฐเผยดัชนี PPI พุ่งขึ้นมากสุดรอบ 5 เดือนในมี.ค. กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) พุ่งขึ้น 0.6% ในเดือนมี.ค.เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้ว หลังจากขยับขึ้น 0.1% ในเดือนก.พ. การพุ่งขึ้นของดัชนี PPI ได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคาพลังงาน และอาหาร เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือนมี.ค. หลังจากขยับขึ้น 1.9% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2560 นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PPI จะปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน และดีดตัวขึ้น

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 10 เมษายน 2562

• (+) IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้สู่ 3.3% ขณะเตือนความเสี่ยงสงครามการค้า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ สู่ระดับ 3.3% จากเดิมที่ระดับ 3.5% โดยได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า รวมทั้งการคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างไรก็ดี IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะมีการขยายตัว 3.6% ในปีหน้า ซึ่งเท่ากับการขยายตัวในปี 2561 “ดุลความเสี่ยงยังคงอยู่ในช่วงขาลง และการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นจะทำให้มีการดีดตัวขึ้นของต้นทุนของสินค้านำเข้าขั้นกลาง, สินค้าทุน และราคาสินค้าขั้นสุดท้ายสำหรับผู้บริโภค นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้า และความกังวลเกี่ยวกับการตอบโต้ทางการค้า จะทำให้การลงทุนลดลง, ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก และการขยายตัวของประสิทธิภาพการผลิตชะลอตัวลง ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของภาคเอกชนลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดการเงิน และฉุดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ” IMF ระบุ ขณะเดียวกัน IMF ยังเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง, ความไม่แน่นอนทางการเมือง ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกจัดการเลือกตั้ง และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียตะวันออก นอกจากนี้ IMF คาดการณ์การขยายตัวของสหรัฐในปีนี้ ที่ระดับ 2.3% และคาดว่ายูโรโซนมีการขยายตัว 1.3% โดยลดลง 0.2% และ 0.3% ตามลำดับจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนม.ค. • (+) สหรัฐเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานต่ำสุดรอบ 11 เดือนในก.พ. สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ร่วงลง 538,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.1 ล้านตำแหน่งในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีที่แล้ว • (+) ดอลล์อ่อนเทียบยูโร,เยน หลัง IMF หั่นคาดการณ์ศก.โลก ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยนและยูโร ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (9 เม.ย.) หลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ พร้อมกับปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐและยูโรโซนในปีนี้เช่นกัน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 111.11 เยน จากระดับ 111.51 เยน ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1266 ดอลลาร์

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 9 เมษายน 2562

• (+) ทรัมป์ ประกาศกำหนดกองทัพอิหร่านเป็นองค์กรก่อการร้าย ขู่นานาชาติอย่าข้องเกี่ยว สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศในวันนี้ว่า สหรัฐได้กำหนดให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นกองกำลังทหารขั้นสูงในสังกัดกองทัพอิหร่าน เป็น “องค์กรก่อการร้ายในต่างแดน” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลสหรัฐได้ประกาศกำหนดให้กองทัพของอีกประเทศหนึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้าย แถลงการณ์จากปธน.ทรัมป์ ระบุว่า รัฐบาลอิหร่านใช้กองกำลัง IRGC เป็นช่องทางในการก่อการร้ายทั่วโลก นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังขู่ด้วยว่า หากมีผู้ใดทำธุรกิจกับ IRGC ก็เท่ากับว่าเป็นการให้เงินอุดหนุนการก่อการร้าย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังก่อนหน้านี้ไม่นาน กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรบุคลากรและองค์กร 25 รายที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน หลังจากพบว่าบุคลากรและองค์กรเหล่านี้ทำกิจกรรมเชิงพาณิชย์กับกองทัพอิหร่าน แถลงการณ์ของกระทรวงคลังสหรัฐระบุว่า ทางกระทรวงได้คว่ำบาตรบุคลากรและองค์กร 25 ราย รวมถึงเครือข่ายแห่งหนึ่งของอิหร่าน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และบริษัทที่มีฐานอยู่ในตุรกี โดยบุคลากรและองค์กรเหล่านี้ได้โอนเงินกว่า 1 พันล้านทั้งในรูปสกุลเงินดอลลาร์และยูโร ให้กับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน และกระทรวงกลาโหมและกรมพลาธิการของอิหร่าน (MODAFL) • (+) ดอลลาร์อ่อนค่า หลังตัวเลขค่าจ้างชะลอตัวลงแม้จ้างงานแกร่ง สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงในวันนี้ หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงซึ่งชะลอตัวลง แม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้นก็ตาม ณ เวลา 19.17 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.19% สู่ระดับ 97.19 ดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.24% เมื่อเทียบกับเงินเยน แตะระดับ 111.46 เยน ขณะที่อ่อนค่าลง 0.27% เมื่อเทียบกับยูโร แตะ 0.889 ยูโร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 196,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 175,000 ตำแหน่ง และสูงกว่าระดับ 20,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2560 ก่อนที่จะมีการปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 33,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 3.8% สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ อย่างไรก็ดี ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 4

1565758596071

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 21 มกราคม 2562

• (+) ประธานเฟดนิวยอร์กชี้ความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐส่งผลเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า ความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐกำลังเป็นสาเหตุที่ทำให้เฟดมีความระมัดระวังเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย “เราจำเป็นต้องมีการดำเนินการที่รอบคอบ อดทน และมีการตัดสินใจที่ดี โดยขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ได้รับ” นายวิลเลียมส์กล่าว คำกล่าวของนายวิลเลียมส์สอดคล้องกับเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายก่อนหน้านี้ที่ส่งสัญญาณการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังจากที่ปรับขึ้น 4 ครั้งในปีที่แล้ว นายวิลเลียมส์คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะยังคงมีการขยายตัวที่แข็งแกร่งในปีนี้ที่ระดับ 2.0-2.5% แม้ชะลอตัวลงจากปีที่แล้ว ขณะเดียวกัน นายวิลเลียมส์กล่าวย้ำว่า หากแนวโน้มเศรษฐกิจย่ำแย่ลง เฟดก็พร้อมที่จะใช้เครื่องมือด้านนโยบายทุกอย่างในการสนับสนุนเศรษฐกิจ • (+) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐทรุดหนักในเดือนม.ค. ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ก่อนมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2559 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 90.7 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2559 โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 96.4 หลังจากแตะระดับ 98.3 ในเดือนธ.ค. • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 336.25 จุด รับความหวังสงครามการค้าใกล้ปิดฉาก ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ในวันศุกร์ (18 ม.ค.) โดยภาวะการซื้อขายได้รับปัจจัยสนับสนุนจากรายงานข่าวที่ว่า สหรัฐกำลังพิจารณาที่จะการผ่อนคลายมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ขณะที่จีนเองก็ได้เสนอเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐ ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจได้รับการแก้ไขในเร็ววัน นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข้อมูลภาคอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยบดบังความกังวลเกี่ยวกับภาวะชัตดาวน์ในสหรัฐที่ยังคงยืดเยื้อ รวมถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่น่าผิดหวัง ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,706.35 จุด เพิ่มขึ้น 336.25 จุด หรือ 1.38% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,670.71 จุด เพิ่มขึ้น 34.75 จุด หรือ 1.32% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,157.23 จุด เพิ่มขึ้น 72.76 จุด หรือ 1.03% • (-) ดอลลาร์แข็งค่า รับความหวังสหรัฐ-จีนคลี่คลายข้อพิพาทการค้า ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (18 ม.ค.)

ชาวอังกฤษแห่ซื้อทองจากปัญหา BREXIT

นักลงทุนชาวอังกฤษเร่งเข้าซื้อทองคำจากการที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลลัพธ์ Brexit ซึ่งได้กระตุ้นความผันผวนในตลาด อ้างอิงจากความเห็นของ The Royal Mint ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอังกฤษที่ผลิตเหรียญทองมานานกว่า 1,100 ปี       Chris Howard ผู้อำนวยการฝ่ายโลหะมีค่าของ The Royal Mint กล่าวในแถลงการณ์ช่วงต้นปีนี้ว่า “เราเพิ่งได้เห็นความต้องการทองคำที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนนี้และในช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เรามองว่าส่วนใหญ่มาจากความวุ่นวายประเด็น Brexit และความผันผวนของตลาด”      ยอดขายเหรียญทองคำพุ่งขึ้น หลังจากที่นางเทเรซา เมย์ นายกฯอังกฤษประกาศในเดือนธ.ค.ว่าจะเลื่อนกำหนดวันลงมติของรัฐสภาอังกฤษต่อร่างข้อตกลง Brexit ซึ่งเธอได้ทำการต่อรองกับทาง EU ไว้ อ้างอิงจากรายงานของ The Royal Mint      The Royal Mint รายงานว่า รายได้จากการขายในเดือนมกราคมปีนี้เพิ่มขึ้น 73% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยไม่ได้กล่าวถึงตัวเลขว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ เหรียญทองและทองคำแท่งที่ผลิตโดย The Royal Mint ได้ถูกซื้อโดยลูกค้าบุคคลมากกว่าที่จะเป็นสถาบันหรือนักลงทุน      นอกจากนี้ Howard คาดการณ์ว่า ความต้องการทองคำจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเนื่องจากความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนทองคำและโลหะมีค่าอื่นๆ ทำให้พวกเขาได้รับประโยชน์จากทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด YLG Research ที่มา : Bloomberg บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด Line ID : @ylgfutures Facebook : YLG Bullion and Futures เว็ปไซต์ : www.ylgfutures.co.th call center : 02 687 9999

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 18 มกราคม 2562

• (-) ดอลล์แข็งเทียบค่าเงินหลัก ขานรับข้อมูลแรงงานสหรัฐสดใส ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 ม.ค.) หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐที่ปรับตัวลงสวนทางกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานสหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.26 เยน จากระดับ 108.92 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9937 ฟรังก์ จากระดับ 0.9906 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3266 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3249 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1390 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1398 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2987 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2870 ดอลลาร์ • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 162.94 จุด รับข่าวสหรัฐเล็งผ่อนคลายภาษีนำเข้าสินค้าจีน ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (17 ม.ค.) หลังจากหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังหารือกันเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน โดยมีเป้าหมายที่จดลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐที่ปรับตัวลงสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,370.10 จุด เพิ่มขึ้น 162.94 จุด หรือ +0.67% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,084.46 จุด เพิ่มขึ้น 49.77 จุด หรือ +0.71% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,635.96 จุด เพิ่มขึ้น 19.86 จุด หรือ +0.76%  • (-) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางคาดการณ์ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 17 มกราคม 2562

• (+) เงินปอนด์ฟื้นตัว หลังสภาอังกฤษลงมติไว้วางใจรัฐบาลเทเรซา เมย์ สกุลเงินปอนด์ดีดตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 ม.ค.) หลังจากสมาชิกสภาสามัญชนของอังกฤษลงมติให้ความไว้วางใจต่อรัฐบาลของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ขณะที่เงินยูโรอ่อนค่าลงหลังจากประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจในยูโรโซนอ่อนแอมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ สกุลเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2870 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2836 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.1398 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1400 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.7176 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7193 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.92 เยน จากระดับ 108.58 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9906 ฟรังก์ จากระดับ 0.9881 ฟรังก์  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 141.57 จุด หลังหุ้นแบงก์พุ่งรับผลประกอบการโกลด์แมน แซคส์ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เมื่อคืนนี้ (16 ม.ค.) หลังจากธนาคารรายใหญ่อย่างโกลด์แมน แซคส์ และแบงก์ ออฟ อเมริกา เปิดเผยกำไรและรายได้ที่สูงกว่าคาด โดยรายงานดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้น และสามารถสกัดปัจจัยลบจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ชัตดาวน์ในสหรัฐ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,207.16 จุด พุ่งขึ้น 141.57 จุด หรือ +0.59% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,616.10 จุด เพิ่มขึ้น 5.80 จุด หรือ +0.22% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,034.69 จุด เพิ่มขึ้น 10.86 จุด หรือ +0.15% • (-)

กรรมการเฟด “สายเหยี่ยวลดลง” ปีนี้ ข่าวดีตลาดทองคำ

ปี 2018 ที่ผ่านมา คณะกรรมการของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่อยู่ในฝั่งสาย “เหยี่ยว” หรือในเชิงสนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงิน (Hawkish)      แต่ในปี 2019 และ 2020 ดูเหมือนจะเป็นไปในลักษณะ “เหยี่ยวน้อยลง” ท่ามกลางความกังวลถึงแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวลงอันเนื่องมาจากมาตรการเก็บภาษีระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า หรือที่เรียกกันว่าสงครามการค้า โดยเฉพาะประเทศยักษ์ใหญ่ระหว่างสหรัฐกับจีน      ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 9 ครั้ง ในรอบวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2015 จนถึงสิ้นปี 2018 โดยในปี 2018 ที่ผ่านมา เฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งหมด 4 ครั้ง ซึ่งการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของเฟดถือได้ว่าเป็นปัจจัยหลักสำคัญหนึ่งปัจจัย ที่กดดันให้ราคาทองคำมีการปรับตัวลงในช่วงปีดังกล่าว -20.51 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ คิดเป็น -1.6% จากระดับราคาเปิดต้นปี ณ วันที่ 2 ม.ค. 2018 ที่ 1,302.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์สู่วันทำการสุดท้ายของปีที่ระดับ 1,282.19 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่จุดยืนของคณะกรรมการเฟดที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงในปี 2018 จะพบได้ว่า ค่อนข้างเป็นไปในลักษณะแข็งกร้าวต่อการคุมเข้มนโยบายการเงิน      แต่ในปี 2019 นี้ จะพบว่า แนวโน้มเปลี่ยนไป หลังจากการประชุมประจำเดือนธ.ค.ปี 2018 ของเฟด ส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในปี 2019 เมื่อพิจารณา Dot Plot ล่าสุดจะเห็นว่าเจ้าหน้าที่เฟดได้ปรับลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2019 ลงเหลือเพียง 2 ครั้งจากเดิมที่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง ส่วนทางด้านความเห็นจากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด เป็นไปในลักษณะผ่อนคลายมากขึ้น โดยพาวเวลล์กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยของเฟดเข้าใกล้ระดับที่เป็นกลาง และล่าสุดในช่วงต้นปีนี้เอง พาวเวลล์ได้กล่าวสุนทรพจน์ว่า เฟดสามารถยืดหยุ่นและมีความอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเศรษฐกิจมีแนวโน้มย่ำแย่ลง แต่ในขณะเดียวกันเขากล่าวว่า “ยังไม่มีแผนตายตัวในการขึ้นดอกเบี้ย แต่หากเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ก็จะตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในปีนี้จะต้องแข็งแกร่งมาก” นอกจากนี้เขาระบุว่า

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 16 มกราคม 2562

• (+) รัฐบาลทรัมป์คาดความเสียหายจากชัตดาวน์มีมูลค่าสูงเป็น 2 เท่าจากที่คาดการณ์เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งกล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์คาดการณ์ว่าความเสียหายที่เกิดจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล (ชัตดาวน์) จะมีมูลค่าสูงเป็น 2 เท่าจากที่คาดการณ์ในเบื้องต้น ทั้งนี้ ในช่วงแรก รัฐบาลคาดการณ์ว่า ภาวะชัตดาวน์จะทำให้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ลดลง 0.1% ในทุกๆ 2 สัปดาห์ แต่ขณะนี้ รัฐบาลคาดว่า ภาวะชัตดาวน์จะทำให้ตัวเลข GDP ลดลง 0.1% ในทุกๆ 1 สัปดาห์ เนื่องจากในช่วงแรก รัฐบาลพิจารณาผลกระทบที่เกิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวน 800,000 รายที่จะไม่ได้รับเงินเดือน อันเนื่องจากภาวะชัตดาวน์ แต่ขณะนี้ รัฐบาลเชื่อว่าผลกระทบดังกล่าวจะทวีคูณ จากความเสียหายที่เกิดจากพนักงานเอกชนที่รัฐบาลจ้างงานตามสัญญาที่ต้องยุติการทำงาน รวมทั้งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของรัฐบาล และการดำเนินงานต่างๆที่ไม่สามารถเกิดขึ้นในช่วงชัตดาวน์ เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า หากภาวะชัตดาวน์ยืดเยื้อตลอดทั้งเดือนนี้ ก็จะทำให้ตัวเลข GDP ลดลง 0.5%  • (+) สหรัฐเผยดัชนี PPI ลดลงมากกว่าคาดในเดือนธ.ค. กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลง 0.2% ในเดือนธ.ค.เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพ.ย. การปรับตัวลงของดัชนี PPI ได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของราคาพลังงาน เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนธ.ค. หลังจากดีดตัวขึ้น 2.5% เช่นกันในเดือนพ.ย. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PPI จะลดลง 0.1% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน และปรับตัวขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี • (-) เงินปอนด์ร่วง หลังรัฐสภาอังกฤษคว่ำร่างข้อตกลง Brexit เงินปอนด์ร่วงลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (15 ม.ค.) หลังจากรัฐสภาอังกฤษคว่ำร่างข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ขณะที่พรรคฝ่ายค้าอังกฤษเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2836

15657585960

View-worthy Analysis Report

เDive deep into everything
you need to know with help from our professionals

Read More