News

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 12 พฤษภาคม 2563

• (+) ปธ.เฟดชิคาโกคาดเฟดตรึงดอกเบี้ยใกล้ 0% ต่อไปอีกนานเพื่อหนุนศก.สหรัฐ นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก คาดการณ์ว่า เฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% ต่อไปเป็นเวลานานเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐ และเฟดจะไม่ใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบตามที่ธนาคารกลางชาติอื่นดำเนินการ นอกจากนี้ นายอีแวนส์คาดว่า เงินเฟ้อไม่มีแนวโน้มดีดตัวขึ้นในช่วงหลายปีข้างหน้า นายอีแวนส์ยังกล่าวว่า ขณะที่อัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับต่ำในขณะนี้ รัฐบาลกลางสหรัฐจึงควรทำการกู้ยืม และใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจ ภาคครัวเรือน และรัฐบาลท้องถิ่น • (+) S&P ชี้รัฐบาลทั่วโลกมีแนวโน้มถูกหั่นอันดับความน่าเชื่อถือมากขึ้น S&P Global ระบุในวันนี้ว่า รัฐบาลทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือมากขึ้น ขณะที่ต้นทุนทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ S&P ได้ทำการทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของ 90 ประเทศ โดยได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ หรือปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าว S&P ได้ให้แนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของ 25 ประเทศอยู่ในเชิงลบ เมื่อเทียบกับเพียง 6 ประเทศที่ได้รับการจัดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในเชิงบวก และ 104 ประเทศที่มีแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือที่มีเสถียรภาพ • (+) ที่ปรึกษาทำเนียบขาวขู่ตอบโต้จีนกรณีเป็นต้นตอไวรัสโควิด-19 นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาการค้าประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า สหรัฐควรตอบโต้จีนกรณีที่จีนเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งสร้างความเสียหายไปทั้งโลก และควรมีการเรียกร้องความเสียหายจากจีนจากผลกระทบดังกล่าว “พวกเขาสร้างความเสียหายต่อโลก และความเสียหายนี้ก็ยังดำเนินอยู่ ซึ่งขณะนี้เราได้ใช้จ่ายเงินเกือบ 10 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อต่อสู้กับไวรัสดังกล่าว” นายนาวาร์โรกล่าว • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก นักลงทุนรุกซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังวิตกศก.ชะลอตัว ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลที่ว่าการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เร็วเกินไปในหลายประเทศอาจทำให้ไวรัสโควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดเป็นรอบที่ 2 ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน พุ่งขึ้น 0.51% สู่ระดับ 100.2466 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.76 เยน จากระดับ 106.66 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9728 ฟรังก์ จากระดับ

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 11 พฤษภาคม 2563

• (+) สหรัฐคุมเข้มวีซ่านักข่าวจีนขณะสองประเทศตึงเครียดกรณีโควิด-19 ระบาด สื่อต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐได้ออกกฎเกณฑ์ใหม่ในวันศุกร์ (8 พ.ค.) เพื่อคุมเข้มการออกวีซ่าให้กับนักข่าวชาวจีน โดยระบุว่าเป็นการตอบโต้ที่จีนปฏิบัติต่อนักข่าวสหรัฐก่อนหน้านี้ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก กฎเกณฑ์ใหม่ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ จะจำกัดการออกวีซ่าให้กับนักข่าวชาวจีนที่ทำงานให้กับสื่อของรัฐบาลจีนในสหรัฐเป็นระยะเวลาเพียง 90 วัน และไม่จำเป็นต้องต่ออายุวีซ่าดังกล่าว เว้นเสียแต่ว่านักข่าวเหล่านั้นจะย้ายไปทำงานกับบริษัทหรือสื่ออื่นๆ • (+) ดอลล์อ่อนเทียบค่าเงินหลัก เหตุนลท.เทขายหลังสหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานร่วงหนัก ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ออกมา หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรร่วงลงเป็นประวัติการณ์ถึง 20.5 ล้านตำแหน่งในเดือนเม.ย. ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.15% สู่ระดับ 99.7399 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9708 ฟรังก์ จากระดับ 0.9733 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3931 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3991 ดอลลาร์แคนาดา แต่หากเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 106.66 เยน จากระดับ 106.29 เยน ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0840 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0825 ดอลลาร์, เงินปอนด์แข็งค่าแตะที่ระดับ 1.2410 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2357 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6525 ดอลลาร์ จากระดับ 0.6486 ดอลลาร์สหรัฐ • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 455.43 จุด ขานรับข้อมูลจ้างงานร่วงน้อยกว่าคาด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (8 พ.ค.) หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย.ร่วงลงน้อยกว่าที่วิตกกัน นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่า ผู้แทนการค้าสหรัฐและจีนได้หารือกันเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าเฟสแรก โดยจีนระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะปรับปรุงบรรยากาศเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,331.32 จุด เพิ่มขึ้น 455.43 จุด

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 7 พฤษภาคม 2563

• (+) “ทรัมป์”ชี้อาจรู้ในอีก 1 หรือ 2 สัปดาห์ว่าจีนยึดมั่นต่อข้อตกลงการค้าหรือไม่ เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐระบุว่า เขาจะสามารถรายงานได้ในอีกประมาณ 1 หรือ 2 สัปดาห์ว่า จีนดำเนินการตามพันธสัญญาภายใต้ข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 ที่ทั้ง 2 ประเทศลงนามในเดือนม.ค.ก่อนโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลกหรือไม่ ปธน.ทรัมป์ ซึ่งคณะบริหารของเขากำลังพิจารณาดำเนินการลงโทษจีนประเด็นการรับมือเบื้องต้นต่อการระบาดของโควิด-19 ขณะที่ความเสียหายทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้น ระบุว่า เขา “กำลังจับตาอย่างใกล้ชิด” ว่า จีนจะดำเนินการตามพันธสัญญาในการเพิ่มการซื้อสินค้าสหรัฐภายใต้ข้อตกลงการค้าหรือไม่ เขาระบุว่า จีนซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรของอเมริกาจำนวนมาก แต่ตั้งคำถามว่า การซื้อดังกล่าวอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับพันธสัญญาในการซื้อสินค้าเกษตรและการผลิต, พลังงาน และบริการของสหรัฐในข้อตกลงการค้าหรือไม่ • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 218.45 จุด วิตกตลาดแรงงานสหรัฐทรุดจากพิษโควิด-19 ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 พ.ค.) หลังจากมีรายงานว่าตัวเลขจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐร่วงลงกว่า 20 ล้านตำแหน่งในเดือนเม.ย. ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการทรุดตัวของตลาดแรงงาน อันเนื่องมาจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอย่างหนัก อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,664.64 จุด ลดลง 218.45 จุด หรือ -0.91% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,848.42 จุด ลดลง 20.02 จุด หรือ -0.70% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,854.39 จุด เพิ่มขึ้น 45.27 จุด หรือ +0.51% • (-) สหรัฐเตรียมออกบอนด์ 20 ปีหารายได้สนับสนุนมาตรการเยียวยาโควิด-19 กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยในวันนี้ว่า ทางกระทรวงจะออกพันธบัตรอายุ 20 ปีงวดใหม่เพื่อนำรายได้มาสนับสนุนมาตรการของรัฐบาลสหรัฐในการเยียวยาภาคธุรกิจและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะทำการประมูลพันธบัตรอายุ 20 ปี วงเงิน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันที่ 20 พ.ค.

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 5 พฤษภาคม 2563

• (+) สหรัฐเผยโควิด-19 ทำยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนมี.ค.ร่วงหนัก 10.3% กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐลดลง 10.3% ในเดือนมี.ค. จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งปรับตัวลดลงในอัตราที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 9.7% หลังจากหดตัวลง 0.1% ในเดือนก.พ. • (+) รัฐบาลสหรัฐเร่งหาวิธีดึงห่วงโซ่อุปทานออกจากจีน หวังลดการพึ่งพาจีนเท่าที่ทำได้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังเร่งหาวิธีดึงห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมโลกออกจากจีน เพื่อลดการพึ่งพาจีนเท่าที่ทำได้ ตามคำมั่นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการดึงการผลิตของบริษัทสหรัฐออกจากต่างประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนอาจกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน เพื่อตอบโต้จีนจากกรณีการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) สหรัฐได้พยายามเชิญชวนให้บริษัทสหรัฐกลับมาดำเนินการผลิตในประเทศอีกครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ทั้งด้วยการใช้ภาษีจูงใจและมาตรการสนับสนุนอื่น ๆ โดยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ความพยายามดังกล่าวเข้มข้นขึ้นไปอีก เพราะสหรัฐได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จากรัฐบาลหรัฐ เปิดเผยว่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการเร่งดำเนินการ เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำธุรกิจกับจีนกลายเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้บริษัทหลายแห่งพิจารณาเลิกทำธุรกิจกับจีน เมื่อประเมินจากผลกระทบที่ไวรัสดังกล่าวมีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ • (+) รายงานภายในเตือนจีนเผชิญกระแสต่อต้านเรื่องไวรัสเช่นเดียวกับจตุรัสเทียนอันเหมิน แหล่งข่าวระบุว่า รายงานภายในของจีนเตือนว่า จีนเผชิญกระแสความมุ่งร้ายเพิ่มมากขึ้นหลังการระบาดของโควิด-19 ซึ่งอาจทำให้ความสัมพันธ์กับสหรัฐเสื่อมถอยจนกลายเป็นการเผชิญหน้า รายงานดังกล่าว ซึ่งเสนอเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาโดยกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติต่อเหล่าผู้นำจีน ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สรุปว่า ความรู้สึกต่อต้านจีนทั่วโลกอยู่ที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เหตุปราบจลาจลที่จตุรัสเทียมอันเหมินปี 1989 แหล่งข่าวระบุว่า ด้วยเหตุนี้ จีนเผชิญกระแสความรู้สึกต่อต้านจีนอันนำโดยสหรัฐหลังโรคระบาดและจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับกรณีเลวร้ายที่สุดสำหรับการเผชิญหน้าทางอาวุธระหว่างทั้ง 2 ประเทศ รายงานดังกล่าวจัดทำโดยสถาบันวิเทศน์สัมพันธ์ร่วมสมัยจีน (CICIR) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านวิชาการของกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติจีน • (-)ดอลล์แข็งเทียบค่าเงินหลัก นลท.รุกซื้อสกุลเงินปลอดภัยหลังสหรัฐขู่รีดภาษีจีน ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (4 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้วยการเข้าซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ปลอดภัยและมีสภาพคล่องสูง ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้าครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากสหรัฐขู่เก็บภาษีจีนเพื่อตอบโต้กรณีที่จีนเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9654 ฟรังก์ จากระดับ 0.9617 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4078 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4074 ดอลลาร์แคนาดา แต่หากเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 106.72 เยน จากระดับ 106.83 เยน ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 30 เมษายน 2563

• (+) “พาวเวล”ให้คำมั่นเฟดพร้อมใช้เครื่องมือทุกอย่างเพื่ออุ้มเศรษฐกิจพ้นภัยโควิด-19 นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินในวันพุธตามเวลาสหรัฐ โดยกล่าวว่า ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีแนวโน้มที่จะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐทรุดตัวลงอย่างหนักในไตรมาส 2 ปีนี้ ส่วนการที่เศรษฐกิจจะหดตัวลงมากเท่าใดและยาวนานแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้รวดเร็วเพียงใด นายพาวเวลกล่าวว่า “ภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐในขณะนี้มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับมาตรการสนับสนุนจากทุกฝ่าย เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวและสามารถต้านทานผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดในครั้งนี้ได้ โดยในส่วนของเฟดนั้น เฟดจะดำเนินการในทุกวิถีทางที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจของสหรัฐสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์โควิด-19 ได้” ในการแถลงข่าวครั้งนี้ นายพาวเวลได้ให้คำมั่นว่า เฟดจะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้นโดยเร็ว เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจ และมีแนวโน้มที่จะฉุดรั้งการจ้างงาน กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อ ให้ทรุดตัวลงอย่างหนักในระยะเวลาอันใกล้นี้ • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดตรึงดอกเบี้ยใกล้ 0% ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 เม.ย.) หลังจากที่ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25% และยืนยันว่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าวต่อไปจนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัว ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.59 เยน จากระดับ 106.85 เยน ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0870 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0835 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2450 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2433 ดอลลาร์ • (+) สหรัฐเผยโควิด-19 ฉุด GDP Q1/63 หดตัว 4.8% กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2563 โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐหดตัวลง 4.8% ซึ่งย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะหดตัว 3.5% โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 • (+) สหรัฐเผยดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายดิ่งลงจากผลกระทบโควิด สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ดิ่งลง 20.8% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 29 เมษายน 2563

• (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก เหตุนักลงทุนรุกซื้อสินทรัพย์เสี่ยง,ปรับพอร์ทช่วงสิ้นเดือน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (28 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเข้าซื้อสกุลเงินซึ่งมีสินทรัพย์เสี่ยง เช่นยูโรและเงินปอนด์ หลังจากยุโรปและสหรัฐเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนทำการปรับพอร์ทในช่วงสิ้นเดือน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.85 เยน จากระดับ 107.24 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9740 ฟรังก์ จากระดับ 0.9755 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3986 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4039 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0835 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0832 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2433 ดอลลร์ จากระดับ 1.2422 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6499 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6465 ดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนยังคงลดการถือครองดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และเข้าซื้อสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากยุโรปและสหรัฐเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ โดยอิตาลีจะเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ในวันที่ 4 พ.ค. เพื่อเริ่มเปิดเศรษฐกิจและให้ประชาชนดำเนินชีวิตตามปกติอีกครั้ง • (+) Conference Board เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐทรุดหนักจากพิษโควิด ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดิ่งลงสู่ระดับ 86.9 ในเดือนเม.ย. จากระดับ 118.8 ในเดือนมี.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 87.9 • (-) “เอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์”เผยราคาบ้านสหรัฐพุ่ง 4.2% ในเดือนก.พ. ผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐพุ่งขึ้น 4.2% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.9% ในเดือนม.ค. ส่วนดัชนีราคาบ้านใน

1789101171

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 12 พฤษภาคม 2563

• (+) ปธ.เฟดชิคาโกคาดเฟดตรึงดอกเบี้ยใกล้ 0% ต่อไปอีกนานเพื่อหนุนศก.สหรัฐ นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก คาดการณ์ว่า เฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% ต่อไปเป็นเวลานานเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐ และเฟดจะไม่ใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบตามที่ธนาคารกลางชาติอื่นดำเนินการ นอกจากนี้ นายอีแวนส์คาดว่า เงินเฟ้อไม่มีแนวโน้มดีดตัวขึ้นในช่วงหลายปีข้างหน้า นายอีแวนส์ยังกล่าวว่า ขณะที่อัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับต่ำในขณะนี้ รัฐบาลกลางสหรัฐจึงควรทำการกู้ยืม และใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจ ภาคครัวเรือน และรัฐบาลท้องถิ่น • (+) S&P ชี้รัฐบาลทั่วโลกมีแนวโน้มถูกหั่นอันดับความน่าเชื่อถือมากขึ้น S&P Global ระบุในวันนี้ว่า รัฐบาลทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือมากขึ้น ขณะที่ต้นทุนทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ S&P ได้ทำการทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของ 90 ประเทศ โดยได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ หรือปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าว S&P ได้ให้แนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของ 25 ประเทศอยู่ในเชิงลบ เมื่อเทียบกับเพียง 6 ประเทศที่ได้รับการจัดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในเชิงบวก และ 104 ประเทศที่มีแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือที่มีเสถียรภาพ • (+) ที่ปรึกษาทำเนียบขาวขู่ตอบโต้จีนกรณีเป็นต้นตอไวรัสโควิด-19 นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาการค้าประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า สหรัฐควรตอบโต้จีนกรณีที่จีนเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งสร้างความเสียหายไปทั้งโลก และควรมีการเรียกร้องความเสียหายจากจีนจากผลกระทบดังกล่าว “พวกเขาสร้างความเสียหายต่อโลก และความเสียหายนี้ก็ยังดำเนินอยู่ ซึ่งขณะนี้เราได้ใช้จ่ายเงินเกือบ 10 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อต่อสู้กับไวรัสดังกล่าว” นายนาวาร์โรกล่าว • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก นักลงทุนรุกซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังวิตกศก.ชะลอตัว ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลที่ว่าการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เร็วเกินไปในหลายประเทศอาจทำให้ไวรัสโควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดเป็นรอบที่ 2 ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน พุ่งขึ้น 0.51% สู่ระดับ 100.2466 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.76 เยน จากระดับ 106.66 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9728 ฟรังก์ จากระดับ

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 11 พฤษภาคม 2563

• (+) สหรัฐคุมเข้มวีซ่านักข่าวจีนขณะสองประเทศตึงเครียดกรณีโควิด-19 ระบาด สื่อต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐได้ออกกฎเกณฑ์ใหม่ในวันศุกร์ (8 พ.ค.) เพื่อคุมเข้มการออกวีซ่าให้กับนักข่าวชาวจีน โดยระบุว่าเป็นการตอบโต้ที่จีนปฏิบัติต่อนักข่าวสหรัฐก่อนหน้านี้ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก กฎเกณฑ์ใหม่ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ จะจำกัดการออกวีซ่าให้กับนักข่าวชาวจีนที่ทำงานให้กับสื่อของรัฐบาลจีนในสหรัฐเป็นระยะเวลาเพียง 90 วัน และไม่จำเป็นต้องต่ออายุวีซ่าดังกล่าว เว้นเสียแต่ว่านักข่าวเหล่านั้นจะย้ายไปทำงานกับบริษัทหรือสื่ออื่นๆ • (+) ดอลล์อ่อนเทียบค่าเงินหลัก เหตุนลท.เทขายหลังสหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานร่วงหนัก ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ออกมา หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรร่วงลงเป็นประวัติการณ์ถึง 20.5 ล้านตำแหน่งในเดือนเม.ย. ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.15% สู่ระดับ 99.7399 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9708 ฟรังก์ จากระดับ 0.9733 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3931 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3991 ดอลลาร์แคนาดา แต่หากเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 106.66 เยน จากระดับ 106.29 เยน ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0840 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0825 ดอลลาร์, เงินปอนด์แข็งค่าแตะที่ระดับ 1.2410 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2357 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6525 ดอลลาร์ จากระดับ 0.6486 ดอลลาร์สหรัฐ • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 455.43 จุด ขานรับข้อมูลจ้างงานร่วงน้อยกว่าคาด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (8 พ.ค.) หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย.ร่วงลงน้อยกว่าที่วิตกกัน นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่า ผู้แทนการค้าสหรัฐและจีนได้หารือกันเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าเฟสแรก โดยจีนระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะปรับปรุงบรรยากาศเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,331.32 จุด เพิ่มขึ้น 455.43 จุด

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 7 พฤษภาคม 2563

• (+) “ทรัมป์”ชี้อาจรู้ในอีก 1 หรือ 2 สัปดาห์ว่าจีนยึดมั่นต่อข้อตกลงการค้าหรือไม่ เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐระบุว่า เขาจะสามารถรายงานได้ในอีกประมาณ 1 หรือ 2 สัปดาห์ว่า จีนดำเนินการตามพันธสัญญาภายใต้ข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 ที่ทั้ง 2 ประเทศลงนามในเดือนม.ค.ก่อนโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลกหรือไม่ ปธน.ทรัมป์ ซึ่งคณะบริหารของเขากำลังพิจารณาดำเนินการลงโทษจีนประเด็นการรับมือเบื้องต้นต่อการระบาดของโควิด-19 ขณะที่ความเสียหายทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้น ระบุว่า เขา “กำลังจับตาอย่างใกล้ชิด” ว่า จีนจะดำเนินการตามพันธสัญญาในการเพิ่มการซื้อสินค้าสหรัฐภายใต้ข้อตกลงการค้าหรือไม่ เขาระบุว่า จีนซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรของอเมริกาจำนวนมาก แต่ตั้งคำถามว่า การซื้อดังกล่าวอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับพันธสัญญาในการซื้อสินค้าเกษตรและการผลิต, พลังงาน และบริการของสหรัฐในข้อตกลงการค้าหรือไม่ • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 218.45 จุด วิตกตลาดแรงงานสหรัฐทรุดจากพิษโควิด-19 ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 พ.ค.) หลังจากมีรายงานว่าตัวเลขจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐร่วงลงกว่า 20 ล้านตำแหน่งในเดือนเม.ย. ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการทรุดตัวของตลาดแรงงาน อันเนื่องมาจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอย่างหนัก อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,664.64 จุด ลดลง 218.45 จุด หรือ -0.91% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,848.42 จุด ลดลง 20.02 จุด หรือ -0.70% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,854.39 จุด เพิ่มขึ้น 45.27 จุด หรือ +0.51% • (-) สหรัฐเตรียมออกบอนด์ 20 ปีหารายได้สนับสนุนมาตรการเยียวยาโควิด-19 กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยในวันนี้ว่า ทางกระทรวงจะออกพันธบัตรอายุ 20 ปีงวดใหม่เพื่อนำรายได้มาสนับสนุนมาตรการของรัฐบาลสหรัฐในการเยียวยาภาคธุรกิจและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะทำการประมูลพันธบัตรอายุ 20 ปี วงเงิน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันที่ 20 พ.ค.

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 5 พฤษภาคม 2563

• (+) สหรัฐเผยโควิด-19 ทำยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนมี.ค.ร่วงหนัก 10.3% กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐลดลง 10.3% ในเดือนมี.ค. จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งปรับตัวลดลงในอัตราที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 9.7% หลังจากหดตัวลง 0.1% ในเดือนก.พ. • (+) รัฐบาลสหรัฐเร่งหาวิธีดึงห่วงโซ่อุปทานออกจากจีน หวังลดการพึ่งพาจีนเท่าที่ทำได้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังเร่งหาวิธีดึงห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมโลกออกจากจีน เพื่อลดการพึ่งพาจีนเท่าที่ทำได้ ตามคำมั่นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการดึงการผลิตของบริษัทสหรัฐออกจากต่างประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนอาจกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน เพื่อตอบโต้จีนจากกรณีการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) สหรัฐได้พยายามเชิญชวนให้บริษัทสหรัฐกลับมาดำเนินการผลิตในประเทศอีกครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ทั้งด้วยการใช้ภาษีจูงใจและมาตรการสนับสนุนอื่น ๆ โดยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ความพยายามดังกล่าวเข้มข้นขึ้นไปอีก เพราะสหรัฐได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จากรัฐบาลหรัฐ เปิดเผยว่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการเร่งดำเนินการ เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำธุรกิจกับจีนกลายเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้บริษัทหลายแห่งพิจารณาเลิกทำธุรกิจกับจีน เมื่อประเมินจากผลกระทบที่ไวรัสดังกล่าวมีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ • (+) รายงานภายในเตือนจีนเผชิญกระแสต่อต้านเรื่องไวรัสเช่นเดียวกับจตุรัสเทียนอันเหมิน แหล่งข่าวระบุว่า รายงานภายในของจีนเตือนว่า จีนเผชิญกระแสความมุ่งร้ายเพิ่มมากขึ้นหลังการระบาดของโควิด-19 ซึ่งอาจทำให้ความสัมพันธ์กับสหรัฐเสื่อมถอยจนกลายเป็นการเผชิญหน้า รายงานดังกล่าว ซึ่งเสนอเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาโดยกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติต่อเหล่าผู้นำจีน ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สรุปว่า ความรู้สึกต่อต้านจีนทั่วโลกอยู่ที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เหตุปราบจลาจลที่จตุรัสเทียมอันเหมินปี 1989 แหล่งข่าวระบุว่า ด้วยเหตุนี้ จีนเผชิญกระแสความรู้สึกต่อต้านจีนอันนำโดยสหรัฐหลังโรคระบาดและจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับกรณีเลวร้ายที่สุดสำหรับการเผชิญหน้าทางอาวุธระหว่างทั้ง 2 ประเทศ รายงานดังกล่าวจัดทำโดยสถาบันวิเทศน์สัมพันธ์ร่วมสมัยจีน (CICIR) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านวิชาการของกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติจีน • (-)ดอลล์แข็งเทียบค่าเงินหลัก นลท.รุกซื้อสกุลเงินปลอดภัยหลังสหรัฐขู่รีดภาษีจีน ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (4 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้วยการเข้าซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ปลอดภัยและมีสภาพคล่องสูง ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้าครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากสหรัฐขู่เก็บภาษีจีนเพื่อตอบโต้กรณีที่จีนเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9654 ฟรังก์ จากระดับ 0.9617 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4078 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4074 ดอลลาร์แคนาดา แต่หากเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 106.72 เยน จากระดับ 106.83 เยน ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 30 เมษายน 2563

• (+) “พาวเวล”ให้คำมั่นเฟดพร้อมใช้เครื่องมือทุกอย่างเพื่ออุ้มเศรษฐกิจพ้นภัยโควิด-19 นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินในวันพุธตามเวลาสหรัฐ โดยกล่าวว่า ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีแนวโน้มที่จะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐทรุดตัวลงอย่างหนักในไตรมาส 2 ปีนี้ ส่วนการที่เศรษฐกิจจะหดตัวลงมากเท่าใดและยาวนานแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้รวดเร็วเพียงใด นายพาวเวลกล่าวว่า “ภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐในขณะนี้มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับมาตรการสนับสนุนจากทุกฝ่าย เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวและสามารถต้านทานผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดในครั้งนี้ได้ โดยในส่วนของเฟดนั้น เฟดจะดำเนินการในทุกวิถีทางที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจของสหรัฐสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์โควิด-19 ได้” ในการแถลงข่าวครั้งนี้ นายพาวเวลได้ให้คำมั่นว่า เฟดจะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้นโดยเร็ว เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจ และมีแนวโน้มที่จะฉุดรั้งการจ้างงาน กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อ ให้ทรุดตัวลงอย่างหนักในระยะเวลาอันใกล้นี้ • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดตรึงดอกเบี้ยใกล้ 0% ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 เม.ย.) หลังจากที่ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25% และยืนยันว่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าวต่อไปจนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัว ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.59 เยน จากระดับ 106.85 เยน ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0870 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0835 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2450 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2433 ดอลลาร์ • (+) สหรัฐเผยโควิด-19 ฉุด GDP Q1/63 หดตัว 4.8% กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2563 โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐหดตัวลง 4.8% ซึ่งย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะหดตัว 3.5% โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 • (+) สหรัฐเผยดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายดิ่งลงจากผลกระทบโควิด สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ดิ่งลง 20.8% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน

ข่าวสารประกอบการลงทุนทองคำ วันที่ 29 เมษายน 2563

• (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก เหตุนักลงทุนรุกซื้อสินทรัพย์เสี่ยง,ปรับพอร์ทช่วงสิ้นเดือน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (28 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเข้าซื้อสกุลเงินซึ่งมีสินทรัพย์เสี่ยง เช่นยูโรและเงินปอนด์ หลังจากยุโรปและสหรัฐเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนทำการปรับพอร์ทในช่วงสิ้นเดือน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.85 เยน จากระดับ 107.24 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9740 ฟรังก์ จากระดับ 0.9755 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3986 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4039 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0835 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0832 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2433 ดอลลร์ จากระดับ 1.2422 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6499 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6465 ดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนยังคงลดการถือครองดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และเข้าซื้อสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากยุโรปและสหรัฐเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ โดยอิตาลีจะเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ในวันที่ 4 พ.ค. เพื่อเริ่มเปิดเศรษฐกิจและให้ประชาชนดำเนินชีวิตตามปกติอีกครั้ง • (+) Conference Board เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐทรุดหนักจากพิษโควิด ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดิ่งลงสู่ระดับ 86.9 ในเดือนเม.ย. จากระดับ 118.8 ในเดือนมี.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 87.9 • (-) “เอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์”เผยราคาบ้านสหรัฐพุ่ง 4.2% ในเดือนก.พ. ผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐพุ่งขึ้น 4.2% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.9% ในเดือนม.ค. ส่วนดัชนีราคาบ้านใน

1789101160

ร่วมบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

ทางกลุ่มบริษัทวายแอลจี ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทย ร่วมกันบริจาคเงินทุนสำหรับซื้อถุงยังชีพเพื่อมอบให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ราคาถุงละ 600 บาท โดยสิ่งของที่จำเป็นที่จะถูกแพ๊คลงถุงยังชีพ มีดังนี้ 1.ข้าวหอมกระป๋อง 2.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 3.ปลากระป๋อง 4.เครื่องดื่มช็อกโกแลตผงปรุงสําเร็จรูป 5.น้ำดื่ม 6.ไฟฉายพร้อมถ่าน 7.เทียนไข 8.ไฟแช็ก 9.โลชั่นทากันยุง 10. ยาชุดสามัญประจําบ้าน 11.ยาแก้น้ำกัดเท้า 12.เกลือไอโอดีน 13.ถุงดำใหญ่และเล็ก 14.ผ้าอนามัย ช่องทางการรับริจาค 1. ลูกค้าสามารถแจ้งความจำนงในการบริจาคแก่พนักงานขายได้โดยตรง 2. ติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร เบอร์ติดต่อ 02-687- 9999 ต่อ 4148,4115 3. ช่องทางการโอนเงินบริจาค ธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี “สานรักสานน้ำใจกับ YLG” เลขที่บัญชี 789-2- 20532-3 สอบถามรายละเอียดเพิ่เติม Line ID : @ylgbullion โทร : 02 687 9888 ** ทางกลุ่มบริษัทวายแอลจีขอขอบพระคุณผู้ใจบุญทุกท่าน ที่ร่วมบริจาค

1789

View-worthy Analysis Report

เDive deep into everything
you need to know with help from our professionals

Read More